วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาคดีจัดซื้อเสาไฟกินรีอันลื่อลั่นของ อบต.ราชาเทวะ
นายทรงชัย นกขมิ้น อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ เป็นจำเลยสำคัญ
ศาลปราบโกงคำพิพากษาลงโทษจำคุก นายทรงชัย นกขมิ้น เป็นเวลา 5 ปี
คดีนี้ เป็นกรณีจัดทำโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้ารูปประติมากรรมกินรี ช่วงปี 2556 และมีการนำงบประมาณมาปรับปรุงการดำเนินงานโครงการฯ ช่วงปี 2562
โดยคำพิพากษาจำคุก 5 ปี ในคดีนี้ ศาลให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกในคดีก่อนหน้าด้วย
อย่างไรก็ตาม คดียังไม่ถึงที่สุด จำเลยยังมีสิทธิอุทธรณ์สู้คดีในศาลสูงต่อไป
1. คดีนี้ โจทก์ คือ อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องคดีแทน ป.ป.ช. (ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้วส่งอัยการสูงสุด)
คดีนี้ จำเลยได้แก่ นายทรงชัยและพวก จำนวน 10 ราย ได้แก่
นายทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1
นางสาววาสนา อุ่นรอด จำเลยที่ 2
นางหทัยพัชร ช่วงชู จำเลยที่ 3
นายณธัชพงศ์ ศรีแก้ว จำเลยที่ 4
บริษัทบางกอกไฟถนน จำกัด จำเลยที่ 5
นางชรินรัตน์ อัญชุลีประดิษฐ์ จำเลยที่ 6
บริษัทสุราษฎร์แสงทอง จำกัด จำเลยที่ 7
นางสาวโสภิดา แซ่เตีย จำเลยที่ 8
ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิชญารวมช่าง จำเลยที่ 9
นายญาณเดช หวังบรรจงพูน จำเลยที่ 10
ศาลปราบโกงพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และ 2 มีความผิด ส่วนจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 10 ศาลยกฟ้อง
คดียังไม่ถึงที่สุด
2. พฤติการณ์ในการกระทำความผิด
สำนักข่าว Next News รายงานว่า คำพิพากษาระบุข้อเท็จจริงพฤติการณ์ในการกระทำความผิด ดังนี้
พฤติการณ์ในคดี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 จำเลยที่ 1 มีหนังสือขออนุญาตแขวงการทางสมุทรปราการ เพื่อติดตั้งเสาไฟฟ้าบนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 3256 (ถนนกิ่งแก้ว) โดยจะรื้อถอนเสาไฟฟ้าของเดิมออกและติดตั้งใหม่แทนจุดติดตั้งเดิม
วันที่ 29 สิงหาคม 2554 ผู้อำนวยการแขวงการทางสมุทรปราการ มีหนังสือแจ้งว่าผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินไม่อนุญาตให้ติดตั้งเสาไฟฟ้าพร้อมประติมากรรมรูปกินรี เนื่องจากไม่เป็นไปตามแบบมาตรฐานของกรมทางหลวง
วันที่ 12 มิถุนายน 2555 จำเลยที่ 1 มีหนังสือขออนุญาตแขวงการทางสมุทรปราการ เพื่อติดตั้งเสาไฟฟ้าอีกครั้ง
วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 แขวงการทางสมุทรปราการกับ อบต.ราชาเทวะ จัดประชุมร่วมกัน โดยแขวงการทางสมุทรปราการอนุญาตให้ อบต.ราชาเทวะ เข้าไปดูแลรักษาความสะอาดความสวยงาม ความเป็นระเบียบและความปลอดภัยในเขตทางหลวงแผ่นดิน เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานทำความสะอาด บำรุงรักษา ระบบระบายน้ำ งานปรับปรุงภูมิทัศน์
โดยมีข้อกำหนดว่า อบต.ราชาเทวะ ต้องแจ้งแขวงการทางสมุทรปราการทราบล่วงหน้าก่อนการดำเนินการ พร้อมส่งแบบรูปรายละเอียดให้พิจารณาเห็นชอบก่อน
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 ผู้อำนวยการแขวงการทางสมุทรปราการ แจ้งไปยังจำเลยที่ 1 ว่า ไม่ขัดข้องในการดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้า แต่ความส่องสว่างและความปลอดภัยต้องเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง
ต่อมา อบต.ราชาเทวะ ได้จัดประกวดราคาจัดซื้อติดตั้งเสาไฟฟ้ากินรี แต่แขวงทางหลวงสมุทรปราการแจ้งให้ อบต.ชะลอการติดตั้งจนกว่าจะส่งมอบแบบมาตรฐานให้แขวงทางหลวงพิจารณาเห็นชอบก่อน
แต่ อบต.ราชาเทวะ ไม่ได้ส่งมอบแบบรูป และไม่ชะลอการติดตั้งเสาไฟฟ้า ขณะที่ในการประกวดราคา มีเอกชนที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับงานเสาไฟฟ้ากินรีเข้าร่วม
ขณะที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีลักษณะการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน กำหนดราคากลางไม่ถูกต้อง
.png)
ต่อมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบ พบว่ามีบางจุดไม่มีสายดิน งานมีปัญหา
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 จังหวัดสมุทรปราการ มีมติให้ อบต.ราชาเทวะ รื้อถอนเสาไฟฟ้ากินรีออกจากทางหลวงแผ่นดินทั้งหมด เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการติดตั้ง และให้แขวงทางหลวงสมุทรปราการดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้าตามมาตรฐานกรมทางหลวงทดแทน
ขณะที่โครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้ากินรี ถูกตรวจพบปัญหาการกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องไว้ 1 ปี ทั้งที่ตามมติ ครม.กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปี ทำให้ไม่สามารถให้ผู้ขายรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลา 2 ปี ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับ อบต.ราชาเทวะ
เบื้องต้น จำเลยทั้ง 10 ให้การปฏิเสธ
ศาลพิจารณาเอกสารหลักฐาน คำให้การพยานแล้ว มีคำวินิจฉัย ดังนี้
จำเลยที่ 1 (อดีตนายกทรงชัย นกขมิ้น) แม้จำเลยไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการซื้อทำจัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากการไต่สวนว่า มีการใช้อำนาจในตำแหน่งในการแสวงหาประโยชน์มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่นจากการจัดซื้อเสาไฟฟ้ากินรี ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ
แต่อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่นายก อบต. ซึ่งมีอำนาจลงนามในสัญญาซื้อขาย ในฐานะคู่สัญญา และดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับสัญญาซื้อขาย โดยปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้อนุมัติให้จัดซื้อและเบิกจ่ายเงิน ทั้งที่ปรากฏว่าการจัดซื้อเสาไฟฟ้ากินรียังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการติดตั้งจากกรมทางหลวง
แม้จำเลยจะนำสืบอ้างว่า แขวงการทางสมุทรปราการไม่ขัดข้องในการติดตั้งเสาไฟฟ้า แต่แม้จะไม่ขัดข้อง ก็ต้องดำเนินการตามบันทึกข้อตกลง โดยจะต้องจัดส่งแบบรูปแบบรายละเอียดของงานที่จะดำเนินการให้แขวงการทางสมุทรปราการพิจารณาเห็นชอบก่อน ดังนั้นในการติดตั้งเสาไฟฟ้ากินรี จึงยังไม่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการได้
ทั้งยังปรากฏว่า จังหวัดสมุทรปราการมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องแล้วลงมติให้ อบต.ราชาเทวะ รื้อถอนเสาไฟฟ้า เนื่องจากไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ มีการตกลงให้ผู้ขายรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 1 ปี ไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2537
จึงถือได้ว่าการจัดซื้อจัดจ้างเสาไฟฟ้า เป็นการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี ที่มุ่งหมายเกี่ยวกับการควบคุม ดูแล หรือการใช้เงิน การกระทำจึงเป็นการประพฤติมิชอบ ที่เป็นการทุจริตในภาครัฐ
จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง มีหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย วางแผน ควบคุม มอบหมาย ตรวจสอบ ประเมินผล และรับผิดชอบการบริหารงานการคลัง และเป็นผู้เสนอให้จำเลยที่ 1 พิจารณาการดำเนินงานจัดจ้างเสาไฟฟ้า ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการติดตั้งจากกรมทางหลวงซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ การกระทำของจำเลยที่ 2 ถือว่าปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่มุ่งหมายเกี่ยวกับการใช้เงิน จึงเป็นการประพฤติมิชอบที่เป็นการทุจริตในภาครัฐ
จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่ามีพฤติการณ์หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงอย่างหนึ่งอย่างใดว่าได้ร่วมกระทำผิดด้วย
ส่วนจำเลยที่ 5 ถึง 10 ไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนด้วยเช่นกัน
3. บทลงโทษ เสาไฟกินรี ลอตปี2556
พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จำคุกคนละ 5 ปี
ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 คดีนี้ ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 53/2568 ของศาลนี้
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด นายทรงชัย นกขมิ้น และพวก ยังมีสิทธิต่อสู้คดีในชั้นศาลสูงได้อีก
.png)
.png)
4. สำหรับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 53/2568 คือ คดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นายทรงชัย เป็นเวลา 4 ปี และปรับ 200,000 บาท กรณีทุจริตโครงการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) พร้อมติดตั้ง เมื่อปี 2557 กำหนดราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม บางคดีที่ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายทรงชัยไปแล้ว ศาลฯพิพากษายกฟ้องและอยู่ระหว่างต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ได้แก่ คดีจัดซื้อรถดับเพลิงกู้ภัยแบบกระเช้าบันไดสูงไม่น้อยกว่า 22 เมตร ขนาด 10 ล้อ พร้อมอุปกรณ์จำนวน 1 คัน ในราคา 39,920,000 บาท โดยมุ่งหมายมิให้มีการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และคดีจัดซื้อรถดับเพลิงกู้ภัยแบบกระเช้าบันไดสูง เป็นต้น
5. มหากาพย์เสาไฟกินรี อบต.ราชาเทวะนั้น ยังมีอีก เพราะได้มีการจัดซื้อกันหลายลอต ทำต่อเนื่อง จำนวนเสาไฟกินรี นับหมื่นต้น
ล่าสุด คดีเกี่ยวกับการดำเนินโครงการจัดซื้อเสาไฟประติมากรรมกินรี พร้อมโคมไฟแบบพลังงานแสงอาทิตย์ ในช่วงปี 2562-2564 จำนวน 8 โครงการ รวมวงเงิน 809,371,178.87 บาท นั้น อัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งรับฟ้องคดีนี้เป็นทางการไปแล้ว
โดยเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ได้นำตัวนายทรงชัย และผู้กล่าวหารายสำคัญในคดีนี้ จำนวน 14 คน มารายงานตัวต่ออัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 1 เพื่อส่งตัวฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ครบทุกรายแล้ว และได้ประกันตัวสู้คดี
เป็นอันว่า “นายกเสาไฟกินรี” ก็ต้องต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปยังมีอีกหลายคดี
สารส้ม

‘ฟ้าขาว’โกงความตาย!ตามอียิปต์สองลูก-เมสซี่ยิง-รัวแซงทดเจ็บ3-2
สว.วีระพันธ์ เปิดคำต่อคำ กับ 9 คำถามที่ สปสช. ตอบ เรื่องฮอร์โมนข้ามเพศ
ใครใกล้หมดถัง อดใจรอ! พรุ่งนี้ราคาน้ำมันลงแรง เบนซินลด 2.51 บาท ดีเซลลด 2.56 บาท
เผยเส้นทาง 'ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร' เริ่มจากข่าวกรอง ผ่านงานโชกโชน ก่อนนั่งเก้าอี้ปลัด ก.ยุติธรรม
เจ้าชายแฮร์รี่ ล้มยักษ์ไม่ลง! พ่ายแพ้ราบคาบคดีประวัติศาสตร์ฟ้องบิ๊กสื่อ หลังสู้ยิบตาเพื่อเมแกน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี