วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวาน ผู้นำฝ่ายค้านปากเปราะ ออกมาบอกว่า ผลวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญนั้นผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด
ช่างฉายภาพที่แตกต่างกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เคยย้ำหลายครั้งถึงความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ แล้วคำวินิจฉัยศาล รธน.ก็ตอกย้ำ พร้อมๆ กับสถานการณ์จริงในตะวันออกกลาง ที่สหรัฐกลับมาถล่มอิหร่านอีก ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้นไปอีกครั้ง
1. เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้นำไปใช้ ... (1) เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน” เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
และศาลรัฐธรรมนูญ มีมติโดยเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง เฉพาะส่วนที่บัญญัติว่า “(2) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไป ให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว” เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
2. นั่นคือ ส่วนที่สองของ พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงิน 2 แสนล้านบาท ได้แก่
(1) แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล การใช้เทคโนโลยีเพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต
(2) โครงการเพื่อส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการใช้พลังงานฟอสซิลทำให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพหรือส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกรวมทั้งสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า
(3) แผนงานหรือโครงการเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมสำหรับรองรับการปรับโครงสร้างพลังงานและสร้างเศรษฐกิจใหม่
คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินเงินกู้ฯ สามารถดำเนินการต่อไป
โดยกระทรวงการคลังก็ต้องรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ ให้รัฐสภาทราบหลังจากนั้น โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงินวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ
3. ผู้นำฝ่ายค้าน ปากเปราะ อ้างผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคส้ม แถลงข่าวแสดงความผิดหวังกับผลคำวินิจฉัย ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ผลที่ออกมาจะไม่ได้ผิดจากที่พรรคคาดการณ์ไว้ก็ตาม
4. ขุนคลังทำงานเป็น ฝีมือฉมัง แม่นยำ
ในความเป็นจริง ในมุมของคนทำงานจริง อย่าง ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยชี้แจงรายละเอียด เหตุผล ความจำเป็นวัตถุประสงค์ หลายครั้งหลายหน และสถานการณ์ที่สหรัฐกลับมาถล่มกับอิหร่านล่าสุด ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นไปอีกรอบ ยิ่งตอกย้ำความแม่นยำในการประเมินสถานการณ์ของมือเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทินผู้นี้
.png)
.jpeg)
ดร.เอกนิติย้ำชัดว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตปากท้อง”ที่ไม่ได้มาเพียงระลอกเดียว แต่กำลังมาเป็นคลื่นต่อเนื่อง
ระลอกแรก คือ ราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น
ระลอกที่สอง คือ กำลังลุกลามไปสู่ต้นทุนอาหารและสินค้าต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น
ระลอกที่สาม คือ กำลังซื้อของประชาชนที่เริ่มลดลง ส่งผลกระทบในลักษณะแรงบีบสองด้าน (Double Squeeze) ต่อภาคธุรกิจและภาคประชาชนที่รายได้ลดลง แต่ต้นทุนกลับสูงขึ้นฉุดกำลังซื้อของประชาชน และเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวภายใต้เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจตกต่ำ (Stagflation) ในระยะถัดไป
“..แม้สงครามความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจจะจบลง แต่ภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจก็จะคงมีอยู่ เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระเบียบโลกใหม่ที่ราคาน้ำมันจะไม่กลับไปเหมือนเดิม และความเสี่ยงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ยังคงสูงต่อเนื่อง ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงที่สุดอันดับต้นๆ ในเอเชียจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยต้องลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างเร่งด่วนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
....แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการทางการคลังในกรอบงบประมาณที่มีอยู่เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤต แต่จะไม่ทันการณ์ เนื่องจากไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ทั้งในด้าน ขนาด (Scale) ความเร็ว (Speed) และความยืดหยุ่น (Flexibility)ที่ไม่เพียงพอ และหากจะดำเนินการผ่านกระบวนการตรากฎหมายปกติ จะไม่ทันต่อสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากต่อการแก้ไขในภายหลัง
....วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ จึงเป็นวิกฤตซ้อนหลายระลอก ต้องรับมืออย่างเร่งด่วนและเป็นปราการสำคัญในการรับมือวิกฤตระลอกถัดไป และจำกัดผลกระทบไม่ให้ขยายตัวในวงกว้างและยืดเยื้อ จึงมีความจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดอันเนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
ดร.เอกนิติ เคยยืนยันจำเป็นต้องกู้ เพราะตามระบบงบประมาณแผ่นดินมีเงินไม่เพียงพอ ไม่ทันการณ์
“การตราร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจระยะสั้น และผลจากการปรับโครงสร้างทางพลังงานจะช่วยลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และสามารถดึงดูดการลงทุนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกด้วย จึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างไปพร้อมกับการบรรเทาทุกข์ของ ประชาชน”
5. ในความเป็นจริง ที่ผ่านมา รัฐบาลในอดีตเคยออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อปัญหาเศรษฐกิจในขณะนั้นๆ อย่างไร อาทิ
รัฐบาลชวน พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้วิกฤตต้มยำกุ้ง 2541
รัฐบาลทักษิณ พ.ร.ก.กู้เงินช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูฯ 2545
รัฐบาลอภิสิทธิ์ พ.ร.ก.กู้เงินไทยเข้มแข็ง 2552 วงเงิน 400,000 ล้าน
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พ.ร.ก.กู้เงินโครงการน้ำ 2555
รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก็ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 2 ฉบับ แก้ไขเยียวยาผลกระทบโควิด-19
ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดนยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด แต่สุดท้าย ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
พ.ร.ก.กู้เงินยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น จะเอาไปทำโครงการน้ำ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนก่อสร้าง ที่จะต้องมีการศึกษาความคุ้มค่าการลงทุน ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่สุดท้าย ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ขาดว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินมาทำโครงการเหล่านี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า มีความจำเป็นรีบด่วนที่จะต้องใช้มาตรการป้องกันและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ประกอบกับ “...ยังไม่มีมูลกรณีชี้ให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีได้ตราพระราชกำาหนดขึ้นมาโดยไม่สุจริตหรือใช้ดุลพินิจบิดเบือนหลักการของรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่า เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ตามรัฐธรรมนูญ..”
เมื่อรัฐบาลอนุทิน วิกฤตพลังงานโลก ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สุดท้าย ศาล รธน.ก็ชี้ขาดว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
มันจะแปลก ตรงไหน?
เว้นแต่ใครเป็นพวกทำงานไม่เป็น ปากเก่ง ปากพล่อย จึงจะออกมาโม้ว่า “ผิดหวัง ไม่ผิดคาด” แก้เก้อไปก็เท่านั้นเอง
.png)
.png)
.png)
.png)


สารส้ม

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพร 'พระองค์เจ้าโสมสวลี' เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ
ขนส่งน้ำมันโลกอัมพาตอีกครั้ง การเดินเรือผ่านฮอร์มุซหยุดชะงักทันที หลังสงครามปะทุ
ชื่นชมสนั่นออนไลน์ ไชยชนก โชว์สกิล สปีช ภาษาฝรั่งเศส-อังกฤษ ชมคลิป
สยบดรามาอาร์มมังกร โฆษก ตร. แจงสั่งระงับใช้ชั่วคราว ยันไร้เอี่ยวทุนจีนสีเทา
ขีดเส้น 20 วัน ลุยสอบโกงสอบท้องถิ่นคืบ จ่อเรียก ส้ม-กริช ผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 คนเข้าให้ข้อมูล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี