วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป หรือ CBG จากการที่บริษัทบอกว่ากำลังการผลิตใหม่จะทำให้รายได้จากยอดขายในประเทศและการส่งออกเพิ่มขึ้น 20-25% ในปี 2564 โดยจะเติบโตจากเครื่องดื่มชูกำลัง, ผลิตภัณฑ์ใหม่ (C-Lock), ธุรกิจการจัดจำหน่ายสินค้า และกาแฟพร้อมดื่ม ส่วนของธุรกิจในประเทศ เราคาดว่าการจะทำให้ยอดขายโตถึง 20% ไม่ง่าย เพราะผลิตภัณฑ์ใหม่ C-Lock กำลังเผชิญกับการแข่งขันจากผู้เล่นรายใหม่ และรายได้ส่วนนี้ก็เริ่มลดลง ขณะเดียวกันธุรกิจส่งออกน่าจะโตได้ตามเป้า เนื่องจากยอดส่งออกไปเมียนมาร์ยังคงแข็งแกร่ง ยอดขายในประเทศของ CBG โต 14% ในงวด 9M63 (จากการเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าที่ +76% ขณะที่เครื่องดื่มชูกำลังหดตัว 7% ในงวด 9M63) ส่วนการส่งออกโตได้ถึง 30% (เมียนมาร์ +140%, กัมพูชา +10%, เวียดนาม +20%, จีน -10%)
ลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต
บริษัทลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิต,สร้างโรงงานบรรจุภัณฑ์ และติดตั้ง solar roof top ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 25-30% และช่วยลดต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์ และต้นทุนพลังงานลงได้ หากเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตทุกโครงการก็จะทำให้ต้นทุนลดลง และ margin เพิ่มขึ้น 1.5% ทั้งนี้คิดว่าการจะเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานบรรจุภัณฑ์ใหม่อาจจะต้องใช้เวลาและการประหยัดต้นทุนส่วนนี้อาจจะไม่ได้ช่วยให้ margin เพิ่ม แต่จะช่วยรักษาสมดุลของ margin ในสถานการณ์ที่ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้น โดยเฉพาะอลูมิเนียมม้วน (aluminum coil)
บันทึกสิทธิประโยชน์ทางภาษีใน 4Q63
บริษัทได้เข้าลงทุนในเครื่องจักรใหม่มูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท ในปี 2563 ซึ่งเข้าเกณฑ์หักภาษีได้ 1.5x ของมูลค่าการลงทุน บริษัทจึงน่าจะบันทึกภาษีที่ประหยัดได้ประมาณ 50
ล้านบาทใน 4Q63 น่าจะทำให้กำไรปีนี้สูงกว่าประมาณการของเราประมาณ 3-4%
ราคาเป้าหมายที่ 132 บาท
ผลประกอบการยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะสั้น จากการที่กลับมาส่งออกไปยังเมียนมาในเดือนธันวาคม ขณะที่ธุรกิจการจัดจำหน่ายสินค้า และยอดขายกาแฟพร้อมดื่มก็เติบโตแข็งแกร่ง แนวโน้มระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการส่งออก โดยเฉพาะตลาดเมียนมา และเวียดนาม ทั้งนี้ ในประมาณการปีหน้าของเราใช้สมมุติฐานอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 20%, GPM -180bps และ ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดในอังกฤษลดลง ซึ่งเมื่ออิงจาก P/E ที่ 30x เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2564F เอาไว้ที่ 132 บาท และยังคงคำแนะนำถือ CBG
ปัจจัยเสี่ยงจากกรณีที่ GPM ลดลง, เร่งยอดขายในจีนไม่สำเร็จ, การเติบโตของยอดขายใน CLMV สะดุด
ที่มา : บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

ทบ.ลั่นไม่ป้องคนผิด ยันลงดาบรุ่นพี่ซ้อมรุ่นน้องลพบุรี ส่งตัวดำเนินคดีอาญาถึงที่สุด
ยศชนัน นำทัพบุกชลบุรี ชูนโยบาย Wellness Hub ดัน ม บูรพา ติดท็อป 100 โลก
ตร.นครพนมจับผัวเมียแสบสอดไส้ 'เฮโรอีน' ซุกกล่องทิชชูมูลค่า 12 ล้าน
ตั๊น จิตภัสร์ ลุยตลาดหัวหิน ช่วย มิ่งขวัญ ชูนโยบายกองทุนกู้ยืม 20000 บาท
กรมทางหลวงรุดซ่อม ถ.พระราม2 ยุบตัว เซ่นท่อประปาแตก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี