วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“มีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) คาด บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) ผลประกอบการจะแผ่วลงอย่างน้อยในอีก 2 ไตรมาสข้างหน้า โดยมีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม ซึ่งได้แก่ ยอดขาย, อัตรากำไร และ ค่าใช้จ่ายต่างๆ
การบรรเทาผลกระทบจากมาตรการของรัฐบาลเป็นประเด็นท้าทาย
SSSG ของทั้งธุรกิจค้าส่ง และค้าปลีกทรงตัว QTD อยู่ในระดับเดียวกับใน 1Q69 อย่างไรก็ตามผู้บริหารคาดว่ามาตรการกระตุ้น “คนละครึ่งพลัส” จะกดดันยอดขายในช่วงปลาย 2Q69 ต่อ 3Q69 เพราะลูกค้าอาจจะใช้จ่ายผ่านร้านค้าขนาดเล็กที่ร่วมโครงการ อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนจะออกแคมเปญที่มุ่งเน้นกลุ่ม HORECA และกลุ่มค้าปลีกอาหาร ซึ่งน่าจะได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบเชิงลบต่อบริษัท
ตั้งเป้าจะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นอีก 20-30bps โดยใช้มาตรการคุมค่าใช้จ่าย
ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 40bps YoY ซึ่งน่าจะเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากผลขาดทุนจากสต็อกที่เกี่ยวข้องกับประเด็น IT, การล้างสต็อกสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร และการจัดแคมเปญทางการตลาดในมาเลเซีย บริษัทยังคงตั้งเป้าจะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นอีก 20-30bps ในปี 2569 (เราใช้สมมติฐานว่าจะเพิ่ม 10bps) โดยเฉพาะใน 2H69 จากการที่บริษัทมุ่งเน้นการคัดสินค้าที่เหมาะสม (product assortment optimization) อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อุปสรรคจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งได้แก่ ต้นทุนค่าไฟฟ้า และ เชื้อเพลิง น่าจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน เรามองว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบบ้างใน 2H69 แต่บริษัทยังคงใช้มาตรการที่หลากหลายในการที่จะบรรเทาผลกระทบเชิงลบดังกล่าว
คงเป้า occupancy rate ของพื้นที่สำนักงานโครงการ Happitat ไว้ที่ 40% และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ 70%
CPAXT เลื่อนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของพื้นที่เชิงพาณิชย์ในโครงการ Happitat เป็น 3Q69 เพราะผู้เช่ายังอยู่ในกระบวนการตกแต่งร้าน ในขณะที่พื้นที่สำนักงานเปิดใช้งานแล้ว โดยในปัจจุบันมี occupancy rate อยู่ที่ 20-30% ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้า occupancy rate สิ้นปี 2569 ไว้ที่ 70% สำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์ และ 40% สำหรับพื้นที่สำนักงาน โดยโครงการนี้น่าจะส่งผลขาดทุนมาที่ CPAXT ประมาณ 500 ล้านบาทในปี 2569 (สอดคล้องกับประมาณการของเรา) และผลขาดทุนน่าจะลดลงในปี 2570 ตาม occupancy rate ที่เพิ่มขึ้นของพื้นที่เชิงพาณิชย์
แนวโน้มผลประกอบการดูน่าสนใจน้อยลง อย่างน้อยในอีก 2 ไตรมาสข้างหน้า
เรายังคงมองว่าผลประกอบการของ CPAXT จะแผ่วลงอย่างน้อยในอีก 2 ไตรมาสข้างหน้า ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล และอีกหลายปัจจัยที่อาจจะกดดันผลประกอบการ ซึ่งได้แก่ i) แรงกดดันทางด้านอัตรากำไรขั้นต้นจาก product mix ที่แย่ลง ii) ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวังท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย iii) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Happitat iv) ความท้าทายในการลดแรงกดดันทางด้านต้นทุนจากการที่ราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าสูงขึ้น และ v) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่อาจจะสูงขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyors ในมาเลเซียมูลค่า ~1.4 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหลังการเข้าซื้อกิจการ
Valuation
เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 16.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -2.0 S.D.)
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

ทภ.2 แจงปมทหารเขมรรัวปืน 11 นัด แนวชายแดนโอร์เสม็ด คาดฝีมือทหารขาดวินัย
'มิลลิ' ออกโรงขอโทษ ปมกดไลก์ 'มายด์-พาย' ยันไม่สนับสนุนความรุนแรง
รัสเซีย รู้ทัน ทรัมป์ แฉยับวางแผนคุมตลาดพลังงานโลก จ้องฮุบเส้นทางขนส่งทั้งหมด
อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
ใครว่า Gen Z ไม่อึด? ดู 2 หนุ่มปราจีนฯ ลุยงานหนักยันเช้า อาสาช่วยวาดกำแพงพ่อหลวงด้วยใจ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี