วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
ข่าวการควบรวมกิจการ ทรู-ดีแทคซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นจำนวนมาก เพราะถือเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่มีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน จนกระทั่งสังคมสับสนเกี่ยวกับการควบรวมดังกล่าว ในอย่างน้อย 2 กรณีดังนี้
1. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) มีอำนาจและหน้าที่ในการควบคุมราคาค่าบริการ และที่ผ่านมาค่าบริการโทรศัพท์มือถือได้ลดลงมาตลอด เมื่อเปรียบกับสินค้าอื่นๆที่ราคาสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงของภาวะเงินเฟ้อ
2. อำนาจของ กสทช. ในการพิจารณาและอนุมัติการควบรวมในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการที่บริษัท 2 บริษัท มาควบรวมกันและเกิดเป็นบริษัทขึ้นใหม่ (A+B=C) เป็นกรณีที่เรียกว่า Amalgamation มีความแตกต่างกับอีกรูปแบบ ที่บริษัทที่หนึ่งเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัทที่สองในลักษณะที่เป็นการ Take Over
รูปแบบ Amalgamation เป็นไปตาม ประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2561โดยมีอย่างน้อย 2 หน่วยงานภายนอกที่เป็นกลางที่ได้ศึกษาวิจัยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย 2 หน่วยงานได้แก่
ก. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศที่ กสทช. ได้มอบหมายให้ทำการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ โดยเป็นการร่วมงานวิเคราะห์โดยคณะอาจารย์ทางด้านนิติศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์
งานวิจัยทางวิชาการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สรุปว่า ในปัจจุบัน กสทช. ยังไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เกิดการรวมธุรกิจได้ แต่ประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการกำกับดูแล การรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2561 กำหนดให้ใช้มาตรการเฉพาะสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง มาบังคับใช้เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ
จึงสรุปได้ความว่า กสทช. ไม่มีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาตการควบรวม ทรู-ดีแทค แต่มีอำนาจในการกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อควบคุมได้
ข. คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความเห็นและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่รัฐบาลและหน่วยงานทางราชการ ที่ได้ทำความคิดเห็นสืบเนื่องมาจากข้อหารือของ กสทช. ที่ได้สอบถามความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้
แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะมีความเห็นว่า ข้อหารือเกี่ยวกับการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ที่ถามมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจตามกฎหมายของ กสทช. ในประเด็นเรื่องของการใช้ดุลพินิจคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงไม่อาจให้ความเห็นได้ อีกทั้ง กสทช. เป็นองค์กรอิสระ การกำหนดมาตรการหรือเงื่อนไขต่างๆ จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสทช. เอง
แต่คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มีความเห็นว่ากสทช. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขหรือนำมาตรการเฉพาะสำหรับผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญในตลาดโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง มาใช้บังคับเพื่อป้องกันความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้ตามที่ปรากฏในข้อ 12 ของประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกำกับดูแลการควบรวมในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2561 การดำเนินการใดๆ ในการรวมธุรกิจจึงต้องดำเนินการตามประกาศ กสทช. พ.ศ. 2561 และการใช้อำนาจของ กสทช. ต้องคำนึงถึงความได้สัดส่วนระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคกับการพัฒนากิจการโทรคมนาคมด้วย
จึงเป็นความเห็นที่สอดคล้องกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ต้องพิจารณาตาม ประกาศ กสทช. พ.ศ. 2561 ซึ่ง ประกาศ กสทช. พ.ศ. 2561กสทช. ไม่มีอำนาจอนุญาตหรือไม่อนุญาตการควบรวม ทรู-ดีแทค แต่มีอำนาจในการกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อควบคุมได้
ในเมื่อความเห็นเกี่ยวกับการควบรวมกิจการโทรคมนาคมของ 2 องค์กร ซึ่งเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือสอดคล้องกัน จึงสมควรที่จะเป็นไฟนำทางให้ กสทช. สามารถตัดสินใจเดินหน้าต่อในทางที่ถูกต้องและถูกกฎหมายต่อไป ท่ามกลางความสับสนของสังคมในเรื่องอำนาจของ กสทช. ดังกล่าว

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี