Logo วันพุธ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / หมุนตามทุน
หมุนตามทุน

หมุนตามทุน

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.22 น.
ค่าไฟฟ้าฉุดกำไร....ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ll ค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปี 2565 และคาดว่ามีทิศทางในขาขึ้นในระยะข้างหน้า โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ทำให้เกิดการจำกัดการส่งออกก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้ผลิตไฟฟ้าในตลาดโลกและไทยอยู่ในระดับสูงกว่าในอดีตที่ผ่านมาและคาดจะอยู่ในระดับที่สูงต่อไป แนวโน้มดังกล่าวย่อมส่งผลลบต่ออุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้ไฟฟ้าอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย สะท้อนได้จากสัดส่วนมูลค่า GDP ของอุตสาหกรรมการผลิตในปี 2564 ที่สูงถึง 27% ของ GDP ทั้งหมด

ในช่วงที่ผ่านมา ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 3.60 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2564 เป็น 4.16 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2565 ตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของไทย โดยสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวสูงถึง 53% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2564 โดยราคาก๊าซธรรมชาติโดยเฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นจาก233 บาท/MMBTU ในปี 2564 เป็น 456 บาท/MMBTUในปี 2565 โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการ ได้แก่ 1.ไทยต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (ก๊าซ LNG) จากต่างประเทศ เพื่อใช้สำหรับผลิตไฟฟ้า ซึ่งมีต้นทุนสูงในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 26% ในปี 2564 เป็น 39% ในปี 2565 และ 2.ต้นทุนการนำเข้าก๊าซ LNG จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นจาก 334 บาท/ MMBTU ในปี 2564 เป็น 793 บาท/MMBTU ในปี 2565ตามทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก


สำหรับปี 2566-67 Krungthai COMPASS คาดว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะมีทิศทางในขาขึ้นต่อไป เนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีแนวโน้มปรับค่าไฟฟ้าขึ้น ตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติของไทย ซึ่งมีแนวทางแบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1) ค่าไฟฟ้าปรับตามต้นทุนที่เกิดจริง โดยภาครัฐไม่เรียกเก็บเงินเพิ่ม ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในปี 2566-67 อยู่ที่ 4.90 และ 4.43 บาท/หน่วยไฟฟ้า กรณีที่ 2)ภาครัฐจะทยอยเรียกเก็บเงินเพิ่มจากค่าไฟฟ้างวดละ 0.33 บาท/หน่วยไฟฟ้าเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปี 2566-67 อยู่ที่ 5.23 และ 4.76 บาท/หน่วยไฟฟ้า และ กรณีที่ 3) ภาครัฐจะทยอยเรียกเก็บเงินเพิ่มจากค่าไฟฟ้างวดละ 0.67 บาท/หน่วยไฟฟ้า เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปี 2566-67 อยู่ที่ 5.57 และ 4.43 บาท/หน่วยไฟฟ้าโดยมีปัจจัยสนับสนุน 2 ประเด็น ดังนี้ 1.ไทยยังคงต้องนำเข้าก๊าซ LNG เพื่อใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากต่างประเทศในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 39% ในปี 2565 เป็น 41% ในปี 2566เพื่อทดแทนการลดลงของก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาในปี 2566จึงทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 469 บาท/MMBTU ในปี 2566 จากปี 2565 ที่อยู่ที่ 456 บาท/MMBTU ในปี 2565 และ 2.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีแนวโน้มปรับค่าไฟฟ้าตามต้นทุนที่แท้จริง หรืออาจจะทยอยเรียกเก็บเงินเพิ่ม เพื่อลดภาระที่ได้ทำการอุดหนุนค่าไฟฟ้าในช่วงก่อนหน้า (ก.ย. 2564-ธ.ค.2565) โดยการไฟฟ้าการผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 1.68 แสนล้านบาท โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่า ในช่วงที่ผ่านมา กฟผ.ได้ช่วยอุดหนุนค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยที่ 0.20 บาท/หน่วยไฟฟ้า และ 0.65 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2564-65

ค่าไฟฟ้าของไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนแตะสูงสุดในปี 2566 ย่อมส่งผลลบต่อต้นทุนโดยรวมและกำไรสุทธิของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมผลิตเคมีภัณฑ์ Krungthai COMPASS ประเมินว่า ทุก 1% ของค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น จะทำให้อัตรากำไรสุทธิของอุตสาหกรรมการผลิตลดลงประมาณ 0.03% ซึ่งหากค่าไฟฟ้าเป็นตามกรณีที่ 1) ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 17.8% (เพิ่มขึ้นจาก 4.16 บาท/หน่วยไฟฟ้า ในปี 2565 เป็น 4.90 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2566) ส่งผลให้อัตรากำไรลดลงจาก 1.5% เป็น 0.9%กรณีที่ 2) ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 25.7% (เพิ่มขึ้นจาก 4.16 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2565 เป็น 5.23 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2566) ส่งผลให้อัตรากำไรลดลงจาก 1.5% เป็น 0.7%กรณีที่ 3)ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 33.9% (เพิ่มขึ้นจาก 4.16 บาท/หน่วยไฟฟ้า ในปี 2565 เป็น 5.57 บาท/หน่วยไฟฟ้าในปี 2566) ส่งผลให้อัตรากำไรลดลงจาก 1.5% เป็น 0.4% ดังนั้น หากสัดส่วนระหว่างค่าไฟฟ้าและต้นทุนทั้งหมดเฉลี่ยอยู่ที่ 4.0% ในปี 2565 และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยมีทิศทางตามกรณีที่ 1 (รูปที่ 2) จะทำให้อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยของอุตสาหกรรมการผลิตคาดว่าลดลงจาก 1.5% ในปี 2565 เป็น 0.9% ในปี 2566 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.3% ในปี 2567ภายใต้สมมุติฐานที่ว่าต้นทุนอื่นๆ นอกเหนือจากค่าไฟฟ้า และรายได้คงที่ในช่วงเวลาดังกล่าว

อัตรากำไรสุทธิของอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้ไฟฟ้าอย่างเข้มข้น มีแนวโน้มลดลงประมาณ 0.04%-0.14% หากค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากค่าไฟฟ้าในขาขึ้นค่อนข้างมาก คือ อุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิตอย่างเข้มข้นเช่น อุตสาหกรรมผลิตเคมีภัณฑ์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมผลิตโลหะ อุตสาหกรรมผลิตยางและพลาสติก และอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ ดังนั้น หากสัดส่วนระหว่างค่าไฟฟ้าและต้นทุนทั้งหมดของอุตสาหกรรมดังกล่าวอยู่ที่4.7%-14.1% ในปี 2565 และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเป็นตามกรณีที่ 1จะทำให้อัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในกลุ่มนี้ลดลงจาก -3.0% ถึง1.2% ในปี 2565 เป็น -4.4% ถึง 0.1%ในปี 2566 ก่อนที่จะฟื้นตัวเป็น-3.5% ถึง 0.8% ในปี 2567ซึ่งอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากค่าไฟฟ้า และยอดขายไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาดังกล่าว

อุตสาหกรรมการผลิตเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าอย่างเข้มข้น จึงทำให้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากค่าไฟฟ้าที่คาดว่ายังอยู่ในระดับสูงในอีก 1-2 ปี ข้างหน้า โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเครื่องจักรที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมนี้เช่น เครื่องอัดอากาศ (Aircompressor) และหม้อแปลงไฟฟ้าใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างสิ้นเปลือง และมักถูกละเลยในเรื่องการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องจักรดังกล่าว และการปรับตัว เพื่อลดผลกระทบจากค่าไฟฟ้าในระยะข้างหน้า โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

1.ควรติดตั้ง Capacitor Bank ที่ทำหน้าที่ปรับค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ (PF.) ของระบบจ่ายไฟของหม้อแปลงไฟฟ้าในโรงงาน เพื่อลดความสูญเสียพลังงานความร้อนของระบบจ่ายไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของหม้อแปลงไฟฟ้าถึง 46%เมื่อเทียบกับก่อนติดตั้ง ทั้งนี้ การติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้งบประมาณ 3,300 - 240,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของแต่ละโรงงานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดีมีเพียงผู้ประกอบการขนาดใหญ่เท่านั้นที่คุ้มค่าในการติดตั้ง Capacitor Bank เพราะผลประโยชน์จากประหยัดค่าไฟฟ้าของผู้ประกอบการดังกล่าวสามารถทำให้คุ้มค่าในการลงทุนภายใน 2.2 ปี ซึ่งต่ำกว่าอายุการใช้งานของ Capacitor Bank ที่อยู่ประมาณ 11 ปี 2.ควรปรับความดันของเครื่องอัดอากาศ (Aircompressor) ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่ช่วยสร้างลมที่ความดันสูงเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม ให้เท่ากับความต้องการของเครื่องจักรต่างๆในกระบวนการผลิต โดยการปรับความดันของเครื่องอัดอากาศลงทีละ 0.5Bar เพื่อทดสอบหาความดันที่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งนี้ วิธีดังกล่าวจะช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าของเครื่องอัดอากาศถึง 19% โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

3.ควรเปลี่ยนเครื่องจักร และชิ้นส่วนเครื่องจักร เช่น เครื่องอัดอากาศ ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี เนื่องจากเครื่องจักรใหม่ เช่น เครื่องอัดอากาศ ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าเครื่องจักรที่อายุใช้งานมากกว่า 20 ปี ถึง 46% 4.ควรติดตั้ง และใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม (FEMS) ร่วมกับระบบควบคุมการทำงานของเครื่องจักร (PLC) และเครื่องมือวัดค่าปริมาณพลังงานไฟฟ้า(Power Meter) เนื่องจากการใช้งานเครื่องมือดังกล่าวจะช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าในโรงงานได้มากขึ้น และยังช่วยให้บริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าของเครื่องจักรต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ซึ่งจะช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าของเครื่องจักรต่างๆ ได้ถึง 2-30% ทั้งนี้ ในเบื้องต้นการติดตั้งระบบ FEMS รวมทั้ง อุปกรณ์ที่ใช้งานร่วม เช่น PLC และ Power Meter ใช้เงินลงทุนราว 120,000 บาทนอกจากนั้น ระบบการจัดการพลังงานนี้เป็นระบบที่มีรายละเอียดจำเพาะเจาะจงสำหรับผู้ใช้แต่ละราย 14 จึงควรเลือกปรึกษา และใช้บริการผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งและดัดแปลงระบบดังกล่าว โดยรายชื่อของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจติดตั้งระบบ FEMS อยู่ในรูปที่ 5

5.ควรติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อปริมาณการใช้ไฟฟ้า พร้อมทั้งติดตั้ง Energy Storage System หรือแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่มีความจุเท่ากับปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความเข้มแสงไม่เพียงพอในการผลิตไฟฟ้า เพราะแบตเตอรี่ชนิดนี้ช่วยกักเก็บพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินในช่วงเวลาที่มีความเข้มแสงเพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้า (10.00 am-3.00 pm) เพื่อนำไปใช้ในช่วงเวลาอื่น จึงทำให้ได้รับประโยชน์สุทธิจากประหยัดไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งานแผงเซลล์อาทิตย์ (25 ปี) มากที่สุด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

หมุนตามทุน : แนะ SME คว้าโอกาส 3 ปีทอง ก่อนเกมการค้าโลกเปลี่ยนกติกา

หมุนตามทุน : แนะ SME คว้าโอกาส 3 ปีทอง ก่อนเกมการค้าโลกเปลี่ยนกติกา

12 ส.ค. 2569

หมุนตามทุน : โลกจะปั่นป่วนอย่างไร...หุ้น AI ก็ยังลงทุนได้

หมุนตามทุน : โลกจะปั่นป่วนอย่างไร...หุ้น AI ก็ยังลงทุนได้

5 ส.ค. 2569

หมุนตามทุน : เจาะลึกเทรนด์ลงทุนในยุค “เศรษฐกิจไม่พัง แต่ไม่ปัง”

หมุนตามทุน : เจาะลึกเทรนด์ลงทุนในยุค “เศรษฐกิจไม่พัง แต่ไม่ปัง”

29 ก.ค. 2569

หมุนตามทุน : ปี69อุตฯความบันเทิงและสื่อทำรายได้5.4แสนล้านบาท AIช่วยดันคอนเทนต์ช่องทางดิจิทัลถึงผู้บริโภค

หมุนตามทุน : ปี69อุตฯความบันเทิงและสื่อทำรายได้5.4แสนล้านบาท AIช่วยดันคอนเทนต์ช่องทางดิจิทัลถึงผู้บริโภค

22 ก.ค. 2569

หมุนตามทุน : ไทยเร่งเครื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ DIPROM ดึงSMEเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

หมุนตามทุน : ไทยเร่งเครื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ DIPROM ดึงSMEเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

15 ก.ค. 2569

หมุนตามทุน : “ ซีพี ออลล์ “ จัดเวทีเติมอาวุธ ช่วยSMEสร้างธุรกิจสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

หมุนตามทุน : “ ซีพี ออลล์ “ จัดเวทีเติมอาวุธ ช่วยSMEสร้างธุรกิจสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

8 ก.ค. 2569

หมุนตามทุน : ธีมAIหนุนตลาดหุ้นโลก....แนะลงทุนเน้นหุ้นสหรัฐฯ-เกาหลีใต้

หมุนตามทุน : ธีมAIหนุนตลาดหุ้นโลก....แนะลงทุนเน้นหุ้นสหรัฐฯ-เกาหลีใต้

1 ก.ค. 2569

หมุนตามทุน : หากมีตึกใดซ้ำรอย”สตง.” รมว.อุตฯ-กรมโรงงานฯ....หนีไม่พ้นตราบาป”มือเปื้อนเลือด”

หมุนตามทุน : หากมีตึกใดซ้ำรอย”สตง.” รมว.อุตฯ-กรมโรงงานฯ....หนีไม่พ้นตราบาป”มือเปื้อนเลือด”

10 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved