Logo วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / กฎ กติกา ธุรกิจ
กฎ กติกา ธุรกิจ

กฎ กติกา ธุรกิจ

รุจิระ บุนนาค
วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.
มาตรการโควิด-19 กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

หากเรานึกย้อนไป คงจะจำกันได้ว่านโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวของไทยเริ่มประกาศเป็นทางการเมื่อประมาณวันที่ 11 ตุลาคม 2564 โดยท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แถลงด้วยตนเอง (หลังจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) (ประกาศเมื่อประมาณวันที่ 23 กันยายน 2565) มีมติให้ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วประเทศและยุบ ศบค. ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2565 เป็นต้นไป)

บรรดาภาคธุรกิจเอกชน ประชาชนทั่วไป รวมถึงภาครัฐ ล้วนรอกำหนดวันที่ชาวต่างแดนจะกลับมาเยือน ซึ่งจะยกระดับให้เศรษฐกิจของประเทศกลับคืนมาดั่งเดิม ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่อนคลายและอยู่ในความควบคุมของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐบาล


มาตรการเดิมที่กำหนดไว้กล่าวโดยย่อๆ ที่สำคัญมี 6 ประการคือ 1) ผู้เดินทางต้องรับวัคซีนโควิดอย่างน้อย 2 เข็ม 2) ผู้โดยสารที่มาจากประเทศที่มีมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ติดโควิดเดินทางกลับเข้าประเทศจะต้องมีประกันสุขภาพวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ 3) สายการบินต้องตรวจสอบเอกสารตามที่กำหนด หากผู้โดยสารไม่สามารถแสดงเอกสารตามกำหนดนี้ได้ ผู้โดยสารดังกล่าว อาจจะถูกทำการตรวจการติดเชื้อณ จุดขาเข้า 4) หากมีอาการทางเดินหายใจให้เลื่อนการเดินทาง 5) แนะนำให้ผู้เดินทางป้องกันตนเองตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศ เช่น สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ/ขนส่งสาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ และ 6) ในขณะเข้ามาแล้ว หากมีอาการทางเดินหายใจ ให้ตรวจคัดกรองด้วย ATK และหากมีอาการป่วยรุนแรงขึ้นให้ไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาล แนะนำให้พักในโรงแรม SHA+ สำหรับผู้ต้องการทำ RT-PCRก่อนเดินทางกลับประเทศ ((SHA+) หมายถึงโรงแรมหรือที่พัก ที่ผ่านมาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีเงื่อนไขว่าโรงแรมที่พักนั้นๆจะต้องได้รับมาตรฐาน SHA+ ยินยอมรับนักท่องเที่ยวในมาตรการ Test & Go และมีสัญญากับโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการ พร้อมยานพาหนะในการรับส่ง)

“ผู้เดินทางต้องรับวัคซีนโควิดอย่างน้อย 2 เข็ม และการซื้อประกันสุขภาพครอบคลุมการรักษาโควิด” ข้อกำหนด 2 ข้อที่ว่านี้ แม้จะเป็นเพียงแนวปฏิบัติ ที่ไม่ชัดเจนเคร่งครัดมากนัก แต่เป็นแนวปฏิบัติที่สร้างความกังวลใจให้แก่นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศรวมถึงภาคธุรกิจภายในประเทศของไทย เพราะดูราวกับจะเป็นการกลับมากระชับมาตรการให้เข้มข้นอีกระดับ หลังจากประเทศไทยได้ปลดล็อกและผ่อนคลายมาตรการทุกอย่างไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ที่ประกาศยกเลิกการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 (เอกสารรับรองการได้รับวัคซีน และผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทย) และแถลงการณ์ที่ชัดเจนโดยท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ทำให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ(ธุรกิจท่องเที่ยว) ของไทยต่างพยายามส่งสัญญาณขอความชัดเจนจากรัฐบาลอยู่เนืองๆ

บรรดาสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ต่างลงทุนปรับปรุงภาพลักษณ์ให้เป็นที่ดึงดูดขึ้น ภัตตาคาร ร้านรวงต่างสั่งจองสต๊อกสินค้าไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่ 9 มกราคม 2566 อันเป็นวันแรกที่เพื่อนต่างชาติของเราจะมาเยือนราว 60,000 คน จากข้อมูลการจองเที่ยวบินที่พัก ทุกฝ่ายต่างเฝ้ารอ โดยเพื่อนต่างชาติชุดแรกของเรานี้ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน (เปิดประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อ 8 มกราคม 2566) (ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี บางส่วน) ท่ามกลางกระแสข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศจีนที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

จนเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2566 ได้มีการแถลงการณ์ “หลักการยึดหลักเท่าเทียมทุกชาติไม่เลือกปฏิบัติ”ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป และประเทศจีนจะต้องมีใบรับรองฉีดวัคซีน 2 เข็ม หรือใบรับรองว่า หายจากโควิดภายใน 6 เดือน และมีประกันสุขภาพ อาจเป็นเพราะความกังวลตามกระแสข่าวการระบาดหนักของเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นในประเทศจีน จนต้องออก “กฎ” ให้มีผลบังคับใช้ในวันถัดมา (ประกาศข้อกำหนดในการเข้าประเทศไทย สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.(CAAT)) (ประกาศนักบิน NOTAM : Notice to Airmen) ซึ่งปรากฏมาตรการ 2 ข้อดังกล่าวนี้ชัดเจน โดยระบุให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2566 เป็นต้น)

ข่าวนี้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งวงการ เพราะนักท่องเที่ยวจากยุโรปหลายประเทศที่ได้จองตั๋วเครื่องบินและรายการท่องเที่ยวที่จะมาประเทศไทย จัดเตรียมตามข้อกำหนดใหม่ของประเทศไทยในขณะนั้นไม่ทัน ต้องยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยอย่างกะทันหันซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจและรายได้ของประเทศไทยทันทีอย่างน่าเสียดาย

ในที่สุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะเดินทางเข้าประเทศ ให้เท่าเทียมกันทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศแถบยุโรป หรือประเทศจีน

มาตรการดังกล่าวกลายเป็นเพียงแค่ข้อแนะนำทางด้านสาธารณสุข ที่ไม่ถือเป็นข้อบังคับอีกต่อไป

การเปลี่ยนนโยบายแบบเปลี่ยนแปลงกะทันหันจากหน้ามือเป็นหลังมือของรัฐบาล ถือเป็นเรื่องดีที่ทันต่อสถานการณ์ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชมเชย

แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า วิธีการทำงานของรัฐบาลและคนไทย จะไม่ปรึกษาหารือ เพื่อหาแนวทางร่วมกันที่ชัดเจนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ชัดเจน ก่อนที่จะกำหนดเป็นนโยบาย

เหมือนต่างคนต่างทำ พอเกิดปัญหา จึงแก้ปัญหาไม่ใช่เป็นการกำหนดกฎเกณฑ์ข้อบังคับซึ่งเป็นนโยบายที่เป็นการแก้ปัญหาในอนาคตล่วงหน้าตั้งแต่แรก

แม้รัฐบาลจะแก้นโยบายเรื่องมาตรการโควิดสำหรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยได้ทันเวลา แต่นับได้ว่า เป็นเรื่องที่เฉียดฉิวมาก และไม่ควรให้เกิดซ้ำขึ้นอีก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
18:23 น. ออสเตรเลียเอาจริง! เพิ่มค่าปรับ Facebook-IG เป็นสองเท่า หากปล่อยเด็กต่ำกว่า 16 เปิดบัญชี
18:06 น. เหยื่อศัลยกรรมร้อง! ‘เสริมอกแผลเน่า’ หมอปัดอ้างเป็นแค่กรดไหลย้อน
18:02 น. คมนาคม จ่อชงเงินกู้ 2.4 หมื่นล้าน ดันโปรเจกต์เปลี่ยนรถสาธารณะ 7 กลุ่ม 8 หมื่นคันเป็น ‘อีวี’
17:34 น. 'ธนาธร' ชนะคดี 'เสี่ยเฮ้ง' ฟ้องหมิ่นในรายการดัง ศาลยกเหตุไม่มีมูล
17:22 น. กกต.ทถ.กทม.ประกาศผลนับคะแนน เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ 1,537,784 คะแนน
ดูทั้งหมด
ลิซ่า ลลิษา ครองบัลลังก์ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก โพสต์ไอจี 1 ครั้ง มูลค่าสะเทือนทุกวงการ
พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ลง 80 สตางค์/ลิตร เซล คงเดิม
บทเรียน 'สึนามิทุเรียน' มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ 'ศุภจี' ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา
แชร์สนั่นโลก คลิปช็อกนอกชายฝั่ง เวเนซุเอลา นาทีแผ่นดินไหวกลืนตึกสูงพังครืนคาตา
มารอข้ามคืน! เปิดใจ 'ป้านิต' คนแรกที่ได้กราบพระศพ 'พระองค์ภา' น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 30 มิถุนายน 2569
​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก
UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ
การเมืองเรื่อง‘ผู้ว่าฯ กทม.’
เรื่องสำคัญหนึ่งที่เราควรเรียนรู้และทำความเข้าใจ คือ กายมนุษย์ (1)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ออสเตรเลียเอาจริง! เพิ่มค่าปรับ Facebook-IG เป็นสองเท่า หากปล่อยเด็กต่ำกว่า 16 เปิดบัญชี

ไรเดอร์ยันเสียงแข็ง 'ไม่เห็นนะครับ' เปิดประตูรับข้าว เจอเซอร์ไพรส์สยองรออยู่หน้าห้อง!

โรงพยาบาลดังนครปฐม ประกาศเลิกกิจการ แจ้งคนไข้คืนเวชระเบียน

ประจักษ์ชัย โอบอุ้ม ฟารีดา เข้าไหทองคำ ควักแสนซื้อสัญญาเก่าลั่นช่วยประคองแบ่งเบาค่าเลี้ยงดูลูก

จบบริบูรณ์ ติณติณ-ฟารีดา ตกลงหารครึ่งค่าเลี้ยงดูลูก ติณติณจับท้องปุ๊บลูกดิ้นทันที

คุณแม่สายสตรอง บุ๋ม ปนัดดา โชว์พลังอุ้มลูกชาย 2 คนพร้อมกัน น้ำหนักเกือบ 30 กิโลฯ

  • Breaking News
  • ออสเตรเลียเอาจริง! เพิ่มค่าปรับ Facebook-IG เป็นสองเท่า หากปล่อยเด็กต่ำกว่า 16 เปิดบัญชี ออสเตรเลียเอาจริง! เพิ่มค่าปรับ Facebook-IG เป็นสองเท่า หากปล่อยเด็กต่ำกว่า 16 เปิดบัญชี
  • เหยื่อศัลยกรรมร้อง! ‘เสริมอกแผลเน่า’ หมอปัดอ้างเป็นแค่กรดไหลย้อน เหยื่อศัลยกรรมร้อง! ‘เสริมอกแผลเน่า’ หมอปัดอ้างเป็นแค่กรดไหลย้อน
  • คมนาคม จ่อชงเงินกู้ 2.4 หมื่นล้าน ดันโปรเจกต์เปลี่ยนรถสาธารณะ 7 กลุ่ม 8 หมื่นคันเป็น ‘อีวี’ คมนาคม จ่อชงเงินกู้ 2.4 หมื่นล้าน ดันโปรเจกต์เปลี่ยนรถสาธารณะ 7 กลุ่ม 8 หมื่นคันเป็น ‘อีวี’
  • \'ธนาธร\' ชนะคดี \'เสี่ยเฮ้ง\' ฟ้องหมิ่นในรายการดัง ศาลยกเหตุไม่มีมูล 'ธนาธร' ชนะคดี 'เสี่ยเฮ้ง' ฟ้องหมิ่นในรายการดัง ศาลยกเหตุไม่มีมูล
  • กกต.ทถ.กทม.ประกาศผลนับคะแนน เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ 1,537,784 คะแนน กกต.ทถ.กทม.ประกาศผลนับคะแนน เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ 1,537,784 คะแนน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ก.ม.คุ้มครองผู้บริโภคใหม่

ก.ม.คุ้มครองผู้บริโภคใหม่

26 มิ.ย. 2569

หวยอลเวง ภาคใหม่

หวยอลเวง ภาคใหม่

19 มิ.ย. 2569

สิทธิคนไทยใช้ AI 1,621 ล้านบาท เพื่อใคร?

สิทธิคนไทยใช้ AI 1,621 ล้านบาท เพื่อใคร?

12 มิ.ย. 2569

ติดต่อราชการดิจิทัล

ติดต่อราชการดิจิทัล

5 มิ.ย. 2569

ไทยช่วยไทยพลัส กับ ผู้ถูกลืม

ไทยช่วยไทยพลัส กับ ผู้ถูกลืม

29 พ.ค. 2569

รถไฟชนรถเมล์…..ไอ้โม่งที่คนลืม

รถไฟชนรถเมล์…..ไอ้โม่งที่คนลืม

22 พ.ค. 2569

จีนเทา…กับ คลังอาวุธ

จีนเทา…กับ คลังอาวุธ

15 พ.ค. 2569

เงินกู้รัฐบาล 4 แสนล้านบาท

เงินกู้รัฐบาล 4 แสนล้านบาท

8 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved