วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / กฎ กติกา ธุรกิจ
กฎ กติกา ธุรกิจ

กฎ กติกา ธุรกิจ

รุจิระ บุนนาค
วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.
กฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ เกี่ยวกับเพศและความรุนแรง

ดูทั้งหมด

  •  

ข่าวเกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญา ในความผิดเกี่ยวกับทางเพศ และการใช้ความรุนแรง โดยผู้ที่กระทำความผิดได้รับโทษจำคุกจนถึงที่สุด และพ้นโทษแล้ว แต่กลับกระทำความผิดซ้ำอีกในเรื่องเดิม สร้างความสะเทือนใจ และความกังวลใจให้แก่สังคมเป็นอันมาก

ไม่ว่าจะเป็นกรณีผู้ที่เคยกระทำความผิดฐานข่มขืน ได้รับโทษจำคุกจนพ้นโทษแล้ว ผ่านระยะเวลาอันสั้น กลับกระทำความผิดฐานข่มขืนอีก หรือกรณีที่ผู้กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับโทษจำคุกจนพ้นโทษแล้ว กลับกระทำความผิดฐานฆ่าคนตายซ้ำอีก


ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาในสังคมว่า ผู้กระทำความผิดที่ได้รับโทษจำคุกในเรือนจำ ไม่ได้รับการกล่อมเกลาแก้ไขให้กลับมาเป็นคนดีสังคม และควรจะเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไม่ให้คนประเภทนี้ กลับมากระทำความผิดเดิมซ้ำอีก

จึงเป็นที่มาของกฎหมายที่มีชื่อว่า พระราชบัญญัติมาตรการป้องกัน การกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2556 ซึ่งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2566

กฎหมายฉบับนี้มุ่งควบคุมความผิดใน 3 กลุ่ม ได้แก่ เพศ, ชีวิตและร่างกายและการเรียกค่าไถ่

มาตรการพิเศษและการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้แก่ (1) มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด รวมถึงมาตรการทางการแพทย์ (2) มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ (3) มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ (4) การคุมขังฉุกเฉินโดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ที่กระทำความผิดในคดีฆาตกรรม การข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำความผิดทางเพศกับ
เด็ก การทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส รวมทั้งการนำตัวบุคคลไปเรียกค่าไถ่

คุมขัง ตามความในกฎหมายนี้ หมายถึง การควบคุมนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ หรือผู้ถูกเฝ้าระวังไว้ในเขตกำหนดเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ

มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ เช่น ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหายจากการทำความผิด, ห้ามทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด, ห้ามเข้าเขตกำหนด, ห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล, ห้ามก่อให้เกิดอันตรายต่อละแวกชุมชนที่ตนพักอาศัย, ให้พักอาศัยในสถานที่ที่กำหนด, ให้พักอาศัยในสถานบำบัดที่กำหนด หรือให้ไปอยู่ภายใต้การดูแลในสถานบำบัดภายใต้การดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ, ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือผู้ดูแลสถานที่พักอาศัยหรือสถานบำบัด, ให้มารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ หรือได้รับการเยี่ยมจากพนักงานคุมประพฤติ หรืออาสาสมัครหรือเจ้าหน้าที่อื่นตามเวลาที่กำหนด, ให้ใช้มาตรการทางการแพทย์ หรือมาพบหรือรับการตรวจรักษาจากแพทย์, ให้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูแก้ไข หรือเข้าร่วมกิจกรรมตามที่กำหนด, ให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบถึงการเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือการเปลี่ยนงาน, ให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในการเฝ้าระวัง

ระยะเวลาในการเฝ้าระวังตามมาตรการที่กำหนดไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันพ้นโทษ

ในกรณีที่เป็นการสมควรใช้ มาตรการเฝ้าระวัง หรือคุมขังนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษแล้ว อัยการต้องยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เพื่อให้ศาลมีคำสั่ง ตามที่เห็นสมควร โดยที่นักโทษเด็ดขาดมีสิทธิแต่งตั้งทนายความ เพื่อดำเนินการ
คัดค้านได้

กลไกสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมายประกอบด้วย5 หน่วยงานรัฐ คือ

(1) คณะกรรมการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ทำหน้าที่วางข้อกำหนดนโยบายและให้คำปรึกษาในจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง (กฎกระทรวง ระเบียบ) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่

(2) สำนักงานศาลยุติธรรม จัดทำร่างข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติให้แก่
ตุลาการในการสั่งการ

(3) สำนักงานอัยการสูงสุด ร่างข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการใช้มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษและการคุมขังฉุกเฉิน เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติให้แก่พนักงานอัยการ

(4) กรมราชทัณฑ์ จัดทำร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดซ้ำ ตามที่คณะกรรมการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำกำหนด และ

(5) กรมคุมประพฤติ จัดทำร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์ การปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติให้แก่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติในการติดตามและเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังจากพ้นโทษ 

นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีและการสื่อสารยุคดิจิทัลตามนโยบายเทคโนโลยี 4.0 มาใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ด้านกระบวนการยุติธรรมที่ครอบคลุมถึงข้อมูลอาชญากรรมผู้กระทำผิดซ้ำ (Recidivism Data) ซึ่งหมายถึง ข้อมูลของผู้กระทำความผิดที่ได้รับการลงโทษจากหน่วยงานในกระบวนการฟื้นฟูด้านพฤติกรรม ได้แก่ กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ รวมถึงกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ที่พ้นโทษแล้วกลับไปกระทำผิดซ้ำ ที่นับเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อคณะกรรมการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในการกำหนดนโยบาย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ในการกำหนดและดำเนินนโยบายที่เหมาะสม เนื่องจากข้อมูลเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยของชุมชนและสังคม รวมถึงการวางแนวทางวิธีการจัดเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลการกระทำผิดซ้ำในระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเชื่อมโยงใช้ประโยชน์ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศตามความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน +3 (ASEAN+3) คือ กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับประเทศอื่นนอก กลุ่มอาเซียนอีก 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกซึ่งในแต่ละประเทศมีวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน เพื่อใช้วิเคราะห์แนวโน้มในการวางนโยบายป้องกันและแก้ไขอาชญากรรม ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและขยายตัวออกไปยังสู่ความร่วมมือไปสู่ภูมิภาคอาเซียน ในการลดความรุนแรงการกระทำผิดซ้ำระหว่างประเทศร่วมกันในอนาคต

หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับใหม่นี้อย่างจริงจัง จะช่วยแก้ไขปัญหาการทำความผิดอาญาซ้ำ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ และประเทศโดยส่วนรวม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
19:36 น. ปทุมฯเดือด!!! มือมืดกรีดป้าย'สุทิน นพขำ' เจ้าตัวลั่น'เห็นต่างได้แต่อย่าทำลายกัน'
19:25 น. ชาวบ้านบ้านบางสักจัดพิธีทำบุญลอยเรือ สะเดาะเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569
19:24 น. 18 เชลยศึกเข้าเฝ้าฯกษัตริย์สีหมุนี หลังไทยปล่อยตัวกลับกัมพูชา
19:06 น. 'ผู้ว่าฯนนทบุรี-ผบก.ภ.จว.นนทบุรี'ร่วมตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569
18:43 น. 'องคมนตรี-ราชนิกุล-หน่วยงานภาครัฐ-ปชช.'พร้อมใจลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 27 ธ.ค.68 - 2 ม.ค.69
ฮุนเซน เล่นใหญ่ โพสต์เฉลิมฉลองวันหยุด วันสันติภาพกัมพูชา
โบว์ แวนดา ปรี๊ดแตก อัดกลับนักวิชาการดราม่าเลี้ยงลูก ลั่นชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ง่ายเหมือนในตำรา
ปิดด่านชายแดนพ่นพิษ กัมพูชาเผยยอดนำเข้าจากไทยวูบ ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว
สื่อเขมร อ้าง ‘ไทยโกหก’ โจมตีทางอากาศเพราะประเทศมีอาชญากรรมทางไซเบอร์
ดูทั้งหมด
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
‘พรรคส้ม’อุ้มผู้กระทำผิด ข่มขู่อาฆาตมาดร้ายในหลวง ขึ้นบัญชี สส.ปาร์ตี้ลิสต์
KRAC Recap 2025: What We Built, What Changed and Why It Matters
บุคคลแนวหน้า : 31 ธันวาคม 2568
เส้นใต้บรรทัด : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ กับนิยาม ‘คุกคามทางเพศ’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ปทุมฯเดือด!!! มือมืดกรีดป้าย'สุทิน นพขำ' เจ้าตัวลั่น'เห็นต่างได้แต่อย่าทำลายกัน'

ชาวบ้านบ้านบางสักจัดพิธีทำบุญลอยเรือ สะเดาะเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

18 เชลยศึกเข้าเฝ้าฯกษัตริย์สีหมุนี หลังไทยปล่อยตัวกลับกัมพูชา

สุดเศร้า! พนักงานสาวขี่ จยย.ไปทำงาน หลับในพุ่งชนเสาไฟดับคาที่

สลดรับปีใหม่! ระเบิดบาร์สกีรีสอร์ตหรูสวิตเซอร์แลนด์ เสียชีวิตหลายราย

กกต.สรุป 12 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร

  • Breaking News
  • ปทุมฯเดือด!!! มือมืดกรีดป้าย\'สุทิน นพขำ\' เจ้าตัวลั่น\'เห็นต่างได้แต่อย่าทำลายกัน\' ปทุมฯเดือด!!! มือมืดกรีดป้าย'สุทิน นพขำ' เจ้าตัวลั่น'เห็นต่างได้แต่อย่าทำลายกัน'
  • ชาวบ้านบ้านบางสักจัดพิธีทำบุญลอยเรือ สะเดาะเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ชาวบ้านบ้านบางสักจัดพิธีทำบุญลอยเรือ สะเดาะเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569
  • 18 เชลยศึกเข้าเฝ้าฯกษัตริย์สีหมุนี หลังไทยปล่อยตัวกลับกัมพูชา 18 เชลยศึกเข้าเฝ้าฯกษัตริย์สีหมุนี หลังไทยปล่อยตัวกลับกัมพูชา
  • \'ผู้ว่าฯนนทบุรี-ผบก.ภ.จว.นนทบุรี\'ร่วมตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 'ผู้ว่าฯนนทบุรี-ผบก.ภ.จว.นนทบุรี'ร่วมตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569
  • \'องคมนตรี-ราชนิกุล-หน่วยงานภาครัฐ-ปชช.\'พร้อมใจลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 'องคมนตรี-ราชนิกุล-หน่วยงานภาครัฐ-ปชช.'พร้อมใจลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ชำระเบี้ยประกัน ไม่ให้ถูกโกง

ชำระเบี้ยประกัน ไม่ให้ถูกโกง

26 ธ.ค. 2568

ข้อตกลงสร้างสันติภาพ ไทย-กัมพูชา

ข้อตกลงสร้างสันติภาพ ไทย-กัมพูชา

19 ธ.ค. 2568

ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร

ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร

12 ธ.ค. 2568

ชวนลงทุน หลอกลวง...ฉ้อโกง?

ชวนลงทุน หลอกลวง...ฉ้อโกง?

5 ธ.ค. 2568

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หนามยอกอก

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หนามยอกอก

28 พ.ย. 2568

ก.ม.อากาศสะอาด กับปัญหาเศรษฐกิจ

ก.ม.อากาศสะอาด กับปัญหาเศรษฐกิจ

21 พ.ย. 2568

ก.ม.ควบคุมดื่มแอลกอฮอล์ กับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ก.ม.ควบคุมดื่มแอลกอฮอล์ กับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

14 พ.ย. 2568

MOU แร่แรร์เอิร์ธ ไทย-สหรัฐ ที่ล่องหน

MOU แร่แรร์เอิร์ธ ไทย-สหรัฐ ที่ล่องหน

7 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved