วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
nn SCB EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2024 จากแรงส่งเศรษฐกิจแผ่วลงและภาคการผลิตฟื้นช้า ข้อมูลเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ที่ออกมาขยายตัวต่ำมากเหลือเพียง 1.9% เติบโตชะลอลงเทียบกับ 2.5% ในปี 2565 ส่งผลให้ระดับกิจกรรมเศรษฐกิจไทย ณ สิ้นปี 2566 ยังคงต่ำกว่าระดับก่อนวิกฤตโควิดประมาณ -0.4% สะท้อนการฟื้นตัวช้ากว่าที่ SCB EIC เคยประเมินไว้ ประเทศไทยจึงนับว่าเป็นประเทศที่ฟื้นกลับสู่ระดับก่อนวิกฤตโควิดช้ารั้งท้ายของโลก สำหรับปี 2024 SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.7% ต่ำลงจากประมาณการเดิม 3%
หากพิจารณาองค์ประกอบเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ SCB EIC มองว่าส่วนใหญ่ปรับแย่ลงจากประมาณการครั้งก่อน เช่น 1.การบริโภคภาคเอกชนในปีนี้ขยายตัวชะลอลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.4% ส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่ครัวเรือนกลุ่มเปราะบางยังมีภาระหนี้สูงกดดันการใช้จ่ายในภาพรวมของประเทศ 2. มูลค่าการส่งออกสินค้า การส่งออกไทยยังมีแนวโน้มขยายตัว 3.1% ปรับลดลงจากประมาณการเดิมที่ 3.7% แม้การส่งออกไทยจะยังได้รับแรงสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมจากปัญหาการโจมตีเรือขนส่งสินค้าของกบฏฮูตีในบริเวณทะเลแดงและความแห้งแล้งในคลองปานามาที่เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญของโลก ปัญหาการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจโลกและมาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้เพิ่มเติม นอกจากนี้ การส่งออกไทยยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยเชิงโครงสร้างการผลิตโลกในระยะยาว โดยรูปแบบความต้องการสินค้าในโลกและห่วงโซ่อุปทานโลกที่เปลี่ยนไป ขณะที่ประเทศไทยไม่สามารถปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ดีนัก
3.การลงทุนภาคเอกชน มีแนวโน้มขยายตัวลดลงจากประมาณการเดิมตามการส่งออกที่ฟื้นช้าลงรวมถึงภาคการผลิตที่ยังได้รับผลกระทบจากปัญหาสินค้าคงคลังสะสมสูง สอดคล้องกับความเชื่อมั่นทางธุรกิจในระยะข้างหน้าที่ยังกังวลด้านสภาพคล่อง ภาระดอกเบี้ย และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น 4.การบริโภคภาครัฐ มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์เดิม เนื่องจากได้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2567 (ไตรมาส 4 ปี 2566) ให้ระดับการใช้จ่ายค่อนข้างปกติไปแล้ว 5. การลงทุนภาครัฐ มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้เล็กน้อยในปีนี้ เนื่องจากคาดว่าหน่วยงานภาครัฐจะสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนหลังจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 ได้เร็วขึ้นกว่ากำหนดการเดิมเป็นช่วงต้นเดือน เม.ย. ซึ่งนับว่าเป็นความล่าช้าน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ปลายเดือน เม.ย.-พ.ค. ประกอบกับผลของปัจจัยฐานต่ำที่เกิดขึ้นจากการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ต่ำมากในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2566
นอกจากแรงส่งด้านอุปสงค์ส่วนใหญ่ที่ลดลงทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2024 ฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาด้านอุปทานที่อ่อนแอ โดยในปี 2023 ภาคการผลิตอุตสาหกรรมของไทยหดตัวลงมาก สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในปี 2023 ที่หดตัวถึง -5.1% เป็นผลจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ซบเซา กอปรกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเหล็กเผชิญแรงกดดันจากสินค้าจีนเข้ามาตีตลาด ส่งผลโดยตรงต่อการปรับลดการผลิตของอุตสาหกรรมในภาพรวม สำหรับในปี 2024 SCB EIC ประเมินว่าแม้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมจะกลับมาขยายตัวได้จากแรงส่งของสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ฟื้นตัว แต่ยังมีแนวโน้มฟื้นช้าเนื่องจากหลายอุตสาหกรรมมีปัจจัยเสี่ยงด้านอุปสงค์และอุปทานกดดันรอบด้าน
ปัญหาที่พบเช่น 1. ปัญหาการตีตลาดจากสินค้านำเข้า โดยเฉพาะประเทศจีนที่อุตสาหกรรมเหล็ก ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ถูกแย่งส่วนแบ่งยอดขายในประเทศจากการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2. ความต้องการจากต่างประเทศที่ฟื้นตัวช้าประกอบกับความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกสินค้าของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก
ที่ลดลง เช่น อุตสาหกรรมกุ้ง เคมีภัณฑ์ และพลาสติก ที่เผชิญความเสียเปรียบด้านต้นทุนและนโยบายรัฐที่มีการงดเว้นภาษีให้แก่สินค้านำเข้า สะท้อนจากการส่งออกไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาฟื้นเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้ง สัดส่วนของการส่งออกไทยในตลาดโลกมีทิศทางปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 ขณะที่มูลค่าการส่งออกของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคขยายแข็งแกร่งส่งผลให้มูลค่าการส่งออกไทยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ แม้ว่าในทศวรรษก่อนหน้ามูลค่าการส่งออกไทยจะสูงกว่าประเทศเหล่านั้นก็ตาม 3.ความล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ โดยอุตสาหกรรมซีเมนต์ เผชิญความเสี่ยงด้านอุปสงค์ที่ไม่แน่นอนจากการก่อสร้างภาครัฐที่อาจล่าช้ากว่าที่ประเมินไว้ 4. สินค้าคงคลังสะสมในระดับสูงโดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน คาดว่าเผชิญความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มซบเซาต่อเนื่องล้วนส่งผลต่อภาคการผลิตไทยให้ยังน่าห่วงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และ 5. ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ปัจจุบันอาจมีผลกระทบการผลิตในวงจำกัด แต่ความขัดแย้งในเขตทะเลแดงที่อาจเพิ่มขึ้นจะกระทบต่อการขนส่งสินค้าส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในยุโรป
SCB EIC พบว่าศักยภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่รุนแรงขึ้น โดยประมาณการศักยภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงก่อนเกิดโควิด (ปี 2017-2019) พบว่าอยู่ที่ระดับ 3.4% ขณะที่การคาดการณ์ศักยภาพเศรษฐกิจไทยระยะยาว (ปี 2024-2045) จะเติบโตต่ำลงเหลือ 2.7% ปรับลดลงจาก 3% ที่เคยประเมินไว้ในเดือนธ.ค. 2023 สาเหตุหลักมาจากผลิตภาพการผลิต (Total factor productivity) ของไทยลดลงมากขึ้น เกี่ยวโยงกับปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคการผลิตไทยที่รุนแรงขึ้น จากการที่เศรษฐกิจไทยเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีนและห่วงโซ่การผลิตจีนมากท่ามกลางกระแสภูมิรัฐศาสตร์โลก รวมถึงความสามารถของไทยในการปรับตัวเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตของโลกในระยะยาวและรูปแบบความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่กำลังเปลี่ยนไปได้ช้า
สาเหตุที่ทำให้ศักยภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับลดลงมาโดยตลอด แบ่งได้ 3 องค์ประกอบ ดังนี้ 1.ผลิตภาพการผลิต(Total factor productivity) เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ศักยภาพเศรษฐกิจไทยลดลงในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนผลจากการลงทุนเทคโนโลยีและ R&D ต่ำ รวมถึง Labor reallocation ที่แย่ลง 2.ปัจจัยทุน (Capital) ที่เติบโตชะลอลงมาจากการสะสมทุนในประเทศต่ำมานาน เป็นผลจากภาคเอกชนขาดความมั่นใจในการลงทุนส่งผลให้การขยายตัวของปัจจัยทุนชะลอตัว และการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยในด้านต่างๆ ให้ทั่วถึง 3.ปัจจัยแรงงาน (Labor) ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ทำให้สัดส่วนประชากรวัยทำงานลดลง ส่งผลต่อจำนวนแรงงาน นอกจากนี้ ผลิตภาพแรงงานไทยมีทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาด และแรงงานมีฝีมือย้ายไปทำงานต่างประเทศ
** EIC SCB

อย่าตื่นตระหนก! กรมการแพทย์ย้ำยังไม่พบติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในไทย
อนุทินลั่น ภูมิใจไทยไม่มีซื้อเสียง หลังผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ปูดมีถอนเงินสด 450 ล้าน
ส่งสัญญาณแรงถึงผู้ว่าฯ นายกฯชี้จังหวัดบกพร่อง เหตุเผากว่าหมื่นไร่นครนายก
เก๋งข้ามเลนชนจยย. กระเด็นตกไหล่เขา5เมตร กู้ภัยต้องปีนลงไปช่วย
ทะเลลุกเป็นไฟ! จีน่า เดอะเฟซ สาดความแซ่บในชุดบิกินีสีแดง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี