วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ll ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความกังวลมากที่สุดในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนส่งผลต่อการผลิตอาหาร หรือระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจนทำให้เกิดน้ำท่วมตามมาหลายครั้งดังนั้นรัฐบาลไทยจึงมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาทางด้านพลังงานหมุนเวียนทั่วประเทศเพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยมีมาตรการจูงใจ นโยบายเชิงยุทธศาสตร์ และมาตรการกำกับดูแลหลายอย่าง เช่น อัตรารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ (Feed-in Tariffs) และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ที่กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ด้านพลังงานหมุนเวียนข้อมูลจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ประจำปี 2567 ระบุว่า พลังงานหมุนเวียนน่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 51% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในประเทศภายในปี 2580 โดยเพิ่มขึ้นจาก 20% ในปี 2566 และการเดินหน้าสู่พลังงานสะอาดดังกล่าวนี้น่าจะทำให้พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนสำคัญภายใต้แผน PDP ฉบับใหม่ โดยคาดหวังว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 33,269 เมกะวัตต์ ได้ภายในปี 2580 จากเดิมที่ผลิตได้เพียง 3,193 เมกะวัตต์ ในปี 2567
ในปี 2568 นั้น มีแนวโน้มด้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่น่าจับตาอยู่ 5 ประการ พร้อมด้วยเหตุผลประกอบที่น่าสนใจต่างๆ ดังนี้ 1.แผงโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง : เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีต้นทุนลดลงโดยเทคโนโลยีโซลาร์ TOPCon จะยังคงเป็นตัวเลือกระดับแนวหน้าในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์อย่างน้อยในอีกห้าปีข้างหน้า เพราะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการเติมช่องว่างของตลาดด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่าและให้คุณค่าแก่ลูกค้าได้มากกว่า
อีกทั้งแผง TOPCon ยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการผลิตพลังงานที่ให้ผลตอบแทนสูงตลอดอายุการใช้งาน โดยมีค่าประสิทธิภาพรวมที่ติดกลุ่มสูงสุดที่ 25.9% และยังมีอัตราการเสื่อมสภาพในระดับต่ำด้วยนอกจากนี้ยังมีความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ทั้งสองด้าน (bifacial) ทำให้ผลิตพลังงานได้มากขึ้นและให้คุณค่าแก่ลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยทั่วไปเทคโนโลยี TOPCon โดดเด่นในเรื่องต้นทุนการผลิตต่อกิกะวัตต์ที่ต่ำที่สุดและมีต้นทุนอุปกรณ์ที่ต่ำที่สุด รวมทั้งยังมีการพัฒนาประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น ประสิทธิภาพของเซลล์ที่เพิ่มขึ้น 1% จะได้กำลังการผลิตเพิ่มอีกมากกว่า 30 วัตต์ ที่สำคัญ TOPCon ยังส่งเสริมความยั่งยืนผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพและการลดต้นทุนด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัย เช่น การลดความหนาที่ด้านหลังของแผงโพลี การลดการดูดกลืนแสงที่ไม่จำเป็น และเทคโนโลยีกริดแบบละเอียด
2.พลังงานแสงอาทิตย์และการกักเก็บพลังงาน : ข้อมูลการคาดการณ์จาก BloombergNEF ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2566 ถึง 2573 ตลาดการกักเก็บพลังงานทั่วโลกจะเติบโตที่อัตราเฉลี่ย 21% ต่อปี จนแตะระดับ137 กิกะวัตต์/442 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ภายในปี 2573 อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เช่น การเปลี่ยนจากแบตเตอรี่ NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide) มาเป็นแบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลงโดยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ LFP ได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าในด้านระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่ผสานการทำงานร่วมกับ AI และแมชีนเลิร์นน่ิง ระบบที่ทันสมัยเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้อย่างชัดเจนผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพของรอบการชาร์จและการคายประจุ และยังสามารถทำการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อนวัตกรรมเหล่านี้เริ่มคงที่ แบตเตอรี่ LFP ก็จะกลายเป็นระบบกักเก็บพลังงานที่เอื้ออำนวยแก่การนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายและให้ความยั่งยืนได้มากยิ่งขึ้นต่อไป 3.ระบบโซลาร์เซลล์ไฮบริด : ระบบไฮบริดกำลังกลายเป็นแนวโน้มหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ในขณะที่มีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นโรงไฟฟ้าก็มีตัวเลือกมากขึ้นในการจัดการกับพลังงานหมุนเวียน นวัตกรรมทุกวันนี้ช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมและธุรกิจพาณิชย์สามารถผสานระบบผลิตไฟฟ้าจากหลายแหล่งพลังงานไว้ได้ในระบบเดียวโรงไฟฟ้าหรือผู้ใช้พลังงานรายใหญ่สามารถติดตั้งฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนพื้นดินควบคู่ไปกับชนิดลอยน้ำ หรือผสานโรงไฟฟ้าพลังน้ำเข้ากับฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดลอยน้ำ แล้วใช้งานร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน โดยระบบเหล่านี้สามารถเพิ่มและจัดการประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้สูงสุด ทำให้มีการใช้ที่ดินอย่างคุ้มค่าและช่วยลดต้นทุนได้
4.อะกริวอลเทอิก (Agrivoltaics) หรือการใช้โซลาร์เซลล์ที่ได้ประโยชน์สองทาง หมายถึง การทำการเกษตรควบคู่กับโซลาร์ฟาร์ม เช่น การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ หรือการสร้างแหล่งที่อยู่ให้แมลงผสมเกสร เอาไว้ใต้หรือใกล้กับแผงโซลาร์เซลล์เหตุผลที่เราพูดถึงเรื่องนี้ก็เพราะสังคมไทยมีรากฐานมาจากภาคการเกษตรซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ โดยมีครัวเรือนที่ทำเกษตรกรรมอยู่ประมาณ 8.8 ล้านครัวเรือนจากทั้งหมด 23.57 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 37.34% ของประชากร การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคเกษตรกรรมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น โครงการโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์กึ่งโปร่งแสงสำหรับเกษตรอัจฉริยะที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ทางตอนเหนือไทย โดยโครงการนี้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานหลักในการกักเก็บน้ำใต้ดินและการใช้พัดลมระบายอากาศในโรงเรือน ตลอดจนอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ที่ใช้ในการควบคุมการทำงาน
5.การประยุกต์ใช้แผงโซลาร์เซลล์เชิงสร้างสรรค์ : ปัจจุบัน เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์แบบโค้งหรือชนิดฟิล์มบาง (Thin-Film) ทำให้สามารถดัด ม้วน หรือออกแบบแผงให้มีรูปทรงโค้งได้ จึงเปิดโอกาสให้วิศวกรและศิลปินสามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านประโยชน์ใช้สอยและความสวยงาม แผงโซลาร์เซลล์ที่ยืดหยุ่นซึ่งทำจากวัสดุ PV หรือแผ่นฟิล์มบางนั้นมีน้ำหนักเบาและใช้งานได้หลากหลาย เช่น สามารถนำไปติดตั้งบนหลังคา ยานพาหนะ หรือแก็ดเจตที่สวมใส่กับร่างกาย แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ก็ถือเป็นแนวทางที่ช่วยขยายขอบเขตจินตนาการและทำให้พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้
ทรินา โซลาร์

สอท.หวั่นยุบสภา ทำเศรษฐกิจสะดุด จี้แก้ไข3โจทย์ใหญ่ ช่วงรบ.รักษาการ
ภาพยนตร์ 'Start It Up'คว้ารางวัล 'เกียรติยศช้างทองคำสำหรับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม'
Heliconia Food Festival ..ฟินทะลุจักรวาล เปิดโลกสุดความอร่อย Unique Food Only
ปภ.เตือนฝนตก ยาวถึง16ธันวา ระวังน้ำท่วมซ้ำ น้ำป่าไหลหลาก
‘เป้ วีระศักดิ์’ เขินหนัก! เจอสาวแกล้งยิ้มหวานจนทำใจไม่อยู่ ใน MV เพลงใหม่ ‘ล่ะผู้แก้มอำลำ’

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี