วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / กฎ กติกา ธุรกิจ
กฎ กติกา ธุรกิจ

กฎ กติกา ธุรกิจ

รุจิระ บุนนาค
วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ภาษีทรัมป์ กับ ไทย

ดูทั้งหมด

  •  

มาตรการภาษีศุลกากรของประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ 20 ม.ค. 2568 เป็นต้นมา เพื่อประโยชน์ทางดุลการค้า และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สร้างแรงสะเทือนต่อเศรษฐกิจการค้าทั่วโลก ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวจนถึงซบเซาของแต่ละประเทศทั่วโลก ซึ่งแตกต่างกันไป

แนวปฏิบัติในช่วงแรกของสหรัฐฯเป็นการประกาศนโยบายกำหนดอัตราภาษีศุลกากรกับประเทศคู่ค้าทั่วโลกในอัตราที่สูง-ต่ำ (ส่วนใหญ่สูงกว่าอัตราปกติที่ค้าขายระหว่างกัน) แตกต่างกันไปตามสภาพดุลการค้า (ที่มีต่อสหรัฐฯ) และความภักดีคู่ค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเกณฑ์หลักในการกำหนด


ต่อมาสหรัฐฯ จึงจะกำหนดให้แต่ละประเทศยื่นขอเจรจาต่อรองและยื่นข้อเสนอเพื่อขอลดอัตราภาษีที่ประกาศกำหนดไว้ในคราวแรก  หากเป็นที่พอใจ (พิจารณาท่าทีความภักดีและข้อเสนอ) ก็จะประกาศและส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีนำเข้าแก่ประเทศคู่ค้านั้นๆ    

ในการนี้ แต่ละประเทศ รวมถึงกลุ่มประเทศต่างๆ (เช่น กลุ่มสหภาพยุโรป) ขอกำหนดการ นัดเข้าเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อต่อรอง ผ่อนผัน ลดหย่อนอัตราภาษีที่สหรัฐฯประกาศกำหนดอัตราในคราวแรก บางประเทศที่มีข้อต่อรอง อาจกำหนดท่าทีที่แข็งกร้าว ตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ เช่น ประเทศจีนที่ถูกกำหนดอัตราภาษีสูงถึง 84% (10 เมษายน 2568) ในฐานะที่เป็นประเทศคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญอันดับหนึ่ง ในขณะที่จีนก็กำหนดมาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีสูงถึง 125% ก่อนจะเจรจาตกลงลดภาษีศุลกากรซึ่งกันและกันเหลือ 10% เป็นเวลา 90 วัน ในปัจจุบันสินค้าบางรายการที่เป็นยุทธศาสตร์ในการผลิตสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ (เช่น แร่หายาก) จีนได้ประกาศควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากบางชนิดเพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ

กลุ่ม BRICS เป็นกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เป็นชื่อย่อของกลุ่มประเทศ ที่ประกอบด้วย บราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) อินเดีย (India) จีน (China) และแอฟริกาใต้ (South Africa) มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการบูรณาการทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่มากขึ้น มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีแนวโน้มจะสามารถเข้าครอบงำเศรษฐกิจโลกได้ในอนาคต และเป็นกลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่สหรัฐฯ

ประเทศไทยได้รับหนังสือเชิญจากกลุ่ม BRICS ให้เข้าร่วมมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ตามข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐบาลไทยได้เข้าร่วมแล้ว หรือยังสงวนท่าทีอยู่ แต่ในช่วงหลังข่าวที่นำเสนอทำให้ สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ เข้าใจได้ว่า ประเทศไทยได้เข้าร่วมกับ กลุ่ม BRICS แล้ว

การที่สหรัฐฯ อาจมีความเข้าใจเช่นนั้น ไม่ถือว่าเป็นผลดีต่อไทย เพราะในด้านเศรษฐกิจและการเมืองสหรัฐฯ อยู่คนละขั้วกับรัสเซียและจีน

นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ อาจมองว่า ประเทศไทยเป็นทางผ่านสินค้าที่ผลิตจากประเทศจีนเข้าสู่สหรัฐฯ ยิ่งทำให้ประเทศไทยถูกสหรัฐฯ จับตามองมากขึ้น และมีผลต่อการขึ้นภาษีของ ทรัมป์

คณะทำงานของกระทรวงการคลัง ได้พยายามเข้าเจรจากับ คณะทำงานสหรัฐฯ ในเรื่องภาษีทรัมป์ มีข่าวว่า ได้ใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก สูงถึงประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อล็อบบี้หรือเพื่อโน้มน้าวชักจูงให้คณะทำงาน สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีทรัมป์ ให้แก่ประเทศไทยในอัตราที่เหมาะสม

หากการเจรจาในเรื่องอัตราภาษีประสบความสำเร็จ ประชาชนคนไทยคงไม่ติดใจในเรื่องค่าใช้จ่ายในการล็อบบี้ แต่ถ้าผลออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย จนทำให้เกิดความสงสัยคาใจว่า ตามข่าวที่ว่ามีค่าใช้จ่ายในการล็อบบี้สูงถึงประมาณ 200 ล้าน บาทนั้น จริงหรือไม่ และได้ใช้จ่ายไปอย่างไร จึงไม่ค่อยได้ผล

ภาพผลงานที่ปรากฏทำให้เห็นว่าคณะทำงานของสหรัฐฯ ไม่ให้ราคา หรือไม่ให้ความสำคัญต่อคณะเจรจาประเทศไทยเท่าที่ควร และคณะทำงานของประเทศไทย น่าจะทำการบ้านและมีความพร้อมฉับไวในการโต้ตอบมากกว่าที่ควรจะเป็น

ล่าสุดประเทศไทยถูกกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐ อยู่ที่ 36%  คงที่ โดยเป็นอัตราภาษีเดิมที่สหรัฐฯ จะเก็บอยู่แล้ว (เป็นอัตรานับแต่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568) โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 2568

ตามประกาศ อัตราภาษีทรัมป์ล่าสุด ประเทศไทยเท่ากับกัมพูชาในปัจจุบัน (ลดลง 8% จากเดิม 48%) ลาวและเมียนมาจะถูกเก็บภาษีสูงถึง 40%  อินโดนีเซีย ถูกเก็บภาษี 32%  ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย ถูกเก็บภาษี 25% เวียดนาม ถูกเก็บภาษี 20% จากเดิม 46% เพราะเวียดนาม เจรจายอมลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ แต่สินค้าบางรายการจากเวียดนาม สหรัฐฯ ยังเก็บภาษีสูงกว่า 20%

ที่น่าสนใจคือ ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม BRICS และตัวย่อ S ของกลุ่มก็เป็นชื่อของประเทศนี้ ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพียง 30% น้อยกว่าไทยเสียอีก เพราะประเทศไทยจะต้องเสียภาษี ให้สหรัฐฯ สูงถึง 36%

นักวิชาการประมาณว่าหากประเทศไทยต้องเสียภาษีให้สหรัฐฯ ในอัตราสูงถึง 36% ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจสูงถึง 900,000 ล้านบาท และยังต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการล็อบบี้เป็นจำนวนมาก แต่ก่อนเจรจาอัตราภาษีทรัมป์กำหนดไว้ 36% จนประกาศอัตราภาษีใหม่ ยังเป็น 36% เท่าเดิม ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จทั้งที่บางประเทศน่าจะเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า กลับเสียภาษีทรัมป์ในอัตราที่ต่ำกว่าประเทศไทย

หากประเทศไทยไม่สามารถเจรจาลดภาษีทรัมป์ลงได้ ต้องเร่งหารายได้จากทางอื่นมาชดเชย โดยเฉพาะรายได้จากการท่องเที่ยว และต้องสร้างค่านิยมให้ผู้ประกอบการคนไทย มีความรู้สึกและจิตสำนึกต้อนรับชาวต่างประเทศให้อบอุ่นโดยไม่เอารัดเอาเปรียบให้เป็นข่าว

อัตราภาษีทรัมป์ ที่ประเทศไทยต้องเสียให้สหรัฐฯ 36% จะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 หากคณะทำงานประเทศไทย ทุ่มเททำงาน เจรจากับสหรัฐฯ ในช่วงโค้งสุดท้าย อาจลดอัตราภาษีลงได้อีก อะไรก็เกิดขึ้นได้

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
17:16 น. เด็กๆจากศูนย์พักพิง ส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้าปลอดภัย
17:15 น. ยืนยันยึด ช่องอานม้า ได้ 100% สถาปนาพื้นที่เนิน677 ได้แล้ว เฝ้าระวังกัมพูชายิงใส่ต่อเนื่อง
17:11 น. รทสช. ออกแถลงการณ์ ชี้แก้รัฐธรรมนูญ-ยุบสภา ซ้ำเติมวิกฤต ไม่เกิดประโยชน์ประเทศ
17:03 น. ภูมิใจไทย ย้ำเดินครบตาม MOA ไม่บิดเงื่อนไข ยุบสภา แสดงความรับผิดชอบ ป้องสุญญากาศการเมือง
17:00 น. ช็อกคลองหลวง! 'พบร่างพ่อค้าผลไม้นอนดับ' เมียเผยผัวไอเป็นเลือด-ติดสุราหนัก
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 7-13 ธ.ค.68
เปิดภาพ! พระราชินี ทรงพระดำเนินร่วมกับพาเหรดทัพไทยเข้าสู่สนามพิธีเปิดซีเกมส์ครั้งที่ 33
ปรากฏการณ์ใหม่! ‘ประชาธิปัตย์ กทม.’ผู้สนใจเสนอตัวกว่า 150 คน 33 เขต เตรียมเปิดโชว์วิสัยทัศน์
(คลิป) สีหศักดิ์ย้ำ! กัมพูชา มีทางเลือกแค่ 2 ทาง
‘ในหลวง-ราชินี’เสด็จพิธีเปิดซีเกมส์2025
ดูทั้งหมด
ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร
สุดด้านฟันไม่เข้า?
เมื่อกัมพูชาทำให้โบราณสถาน-กาสิโน เป็นฐานทหาร
บุคคลแนวหน้า : 12 ธันวาคม 2568
Fake Law ในระบบกฎหมายไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เด็กๆจากศูนย์พักพิง ส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้าปลอดภัย

สั้นๆแต่หนัก! กลาโหมยืนยันคุมสถานการณ์ ช่องอานม้า 100%

ภูมิใจไทย ย้ำเดินครบตาม MOA ไม่บิดเงื่อนไข ยุบสภา แสดงความรับผิดชอบ ป้องสุญญากาศการเมือง

อวสาน มื้ออาหารแสนอร่อย เห็นแล้วอ้วกแทบพุ่ง

เที่ยวบินระทึก ผู้โดยสารพยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ ลูกเรือรีบเข้าชาร์จทันควัน

พาเหรดเข้าพรึบ! ส.ส.พรรคใหญ่ แห่ทิ้งบ้านเก่า ย้ายซบ กล้าธรรม ปชป.ก๊วนเฉลิมชัยเพียบ

  • Breaking News
  • เด็กๆจากศูนย์พักพิง ส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้าปลอดภัย เด็กๆจากศูนย์พักพิง ส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้าปลอดภัย
  • ยืนยันยึด ช่องอานม้า ได้ 100% สถาปนาพื้นที่เนิน677 ได้แล้ว เฝ้าระวังกัมพูชายิงใส่ต่อเนื่อง ยืนยันยึด ช่องอานม้า ได้ 100% สถาปนาพื้นที่เนิน677 ได้แล้ว เฝ้าระวังกัมพูชายิงใส่ต่อเนื่อง
  • รทสช. ออกแถลงการณ์ ชี้แก้รัฐธรรมนูญ-ยุบสภา ซ้ำเติมวิกฤต ไม่เกิดประโยชน์ประเทศ รทสช. ออกแถลงการณ์ ชี้แก้รัฐธรรมนูญ-ยุบสภา ซ้ำเติมวิกฤต ไม่เกิดประโยชน์ประเทศ
  • ภูมิใจไทย ย้ำเดินครบตาม MOA ไม่บิดเงื่อนไข ยุบสภา แสดงความรับผิดชอบ ป้องสุญญากาศการเมือง ภูมิใจไทย ย้ำเดินครบตาม MOA ไม่บิดเงื่อนไข ยุบสภา แสดงความรับผิดชอบ ป้องสุญญากาศการเมือง
  • ช็อกคลองหลวง! \'พบร่างพ่อค้าผลไม้นอนดับ\' เมียเผยผัวไอเป็นเลือด-ติดสุราหนัก ช็อกคลองหลวง! 'พบร่างพ่อค้าผลไม้นอนดับ' เมียเผยผัวไอเป็นเลือด-ติดสุราหนัก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร

ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร

12 ธ.ค. 2568

ชวนลงทุน หลอกลวง...ฉ้อโกง?

ชวนลงทุน หลอกลวง...ฉ้อโกง?

5 ธ.ค. 2568

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หนามยอกอก

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หนามยอกอก

28 พ.ย. 2568

ก.ม.อากาศสะอาด กับปัญหาเศรษฐกิจ

ก.ม.อากาศสะอาด กับปัญหาเศรษฐกิจ

21 พ.ย. 2568

ก.ม.ควบคุมดื่มแอลกอฮอล์ กับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ก.ม.ควบคุมดื่มแอลกอฮอล์ กับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

14 พ.ย. 2568

MOU แร่แรร์เอิร์ธ ไทย-สหรัฐ ที่ล่องหน

MOU แร่แรร์เอิร์ธ ไทย-สหรัฐ ที่ล่องหน

7 พ.ย. 2568

ล้านแล้ว…..จ้า ได้หมด….ถ้าสดชื่น

ล้านแล้ว…..จ้า ได้หมด….ถ้าสดชื่น

31 ต.ค. 2568

ปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย

ปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย

24 ต.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved