วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / กฎ กติกา ธุรกิจ
กฎ กติกา ธุรกิจ

กฎ กติกา ธุรกิจ

รุจิระ บุนนาค
วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ภาษีทรัมป์ กับ ไทย

ดูทั้งหมด

  •  

มาตรการภาษีศุลกากรของประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ 20 ม.ค. 2568 เป็นต้นมา เพื่อประโยชน์ทางดุลการค้า และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สร้างแรงสะเทือนต่อเศรษฐกิจการค้าทั่วโลก ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวจนถึงซบเซาของแต่ละประเทศทั่วโลก ซึ่งแตกต่างกันไป

แนวปฏิบัติในช่วงแรกของสหรัฐฯเป็นการประกาศนโยบายกำหนดอัตราภาษีศุลกากรกับประเทศคู่ค้าทั่วโลกในอัตราที่สูง-ต่ำ (ส่วนใหญ่สูงกว่าอัตราปกติที่ค้าขายระหว่างกัน) แตกต่างกันไปตามสภาพดุลการค้า (ที่มีต่อสหรัฐฯ) และความภักดีคู่ค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเกณฑ์หลักในการกำหนด


ต่อมาสหรัฐฯ จึงจะกำหนดให้แต่ละประเทศยื่นขอเจรจาต่อรองและยื่นข้อเสนอเพื่อขอลดอัตราภาษีที่ประกาศกำหนดไว้ในคราวแรก  หากเป็นที่พอใจ (พิจารณาท่าทีความภักดีและข้อเสนอ) ก็จะประกาศและส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีนำเข้าแก่ประเทศคู่ค้านั้นๆ    

ในการนี้ แต่ละประเทศ รวมถึงกลุ่มประเทศต่างๆ (เช่น กลุ่มสหภาพยุโรป) ขอกำหนดการ นัดเข้าเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อต่อรอง ผ่อนผัน ลดหย่อนอัตราภาษีที่สหรัฐฯประกาศกำหนดอัตราในคราวแรก บางประเทศที่มีข้อต่อรอง อาจกำหนดท่าทีที่แข็งกร้าว ตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ เช่น ประเทศจีนที่ถูกกำหนดอัตราภาษีสูงถึง 84% (10 เมษายน 2568) ในฐานะที่เป็นประเทศคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญอันดับหนึ่ง ในขณะที่จีนก็กำหนดมาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีสูงถึง 125% ก่อนจะเจรจาตกลงลดภาษีศุลกากรซึ่งกันและกันเหลือ 10% เป็นเวลา 90 วัน ในปัจจุบันสินค้าบางรายการที่เป็นยุทธศาสตร์ในการผลิตสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ (เช่น แร่หายาก) จีนได้ประกาศควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากบางชนิดเพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ

กลุ่ม BRICS เป็นกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เป็นชื่อย่อของกลุ่มประเทศ ที่ประกอบด้วย บราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) อินเดีย (India) จีน (China) และแอฟริกาใต้ (South Africa) มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการบูรณาการทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่มากขึ้น มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีแนวโน้มจะสามารถเข้าครอบงำเศรษฐกิจโลกได้ในอนาคต และเป็นกลุ่มประเทศที่ไม่ฝักใฝ่สหรัฐฯ

ประเทศไทยได้รับหนังสือเชิญจากกลุ่ม BRICS ให้เข้าร่วมมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ตามข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐบาลไทยได้เข้าร่วมแล้ว หรือยังสงวนท่าทีอยู่ แต่ในช่วงหลังข่าวที่นำเสนอทำให้ สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ เข้าใจได้ว่า ประเทศไทยได้เข้าร่วมกับ กลุ่ม BRICS แล้ว

การที่สหรัฐฯ อาจมีความเข้าใจเช่นนั้น ไม่ถือว่าเป็นผลดีต่อไทย เพราะในด้านเศรษฐกิจและการเมืองสหรัฐฯ อยู่คนละขั้วกับรัสเซียและจีน

นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ อาจมองว่า ประเทศไทยเป็นทางผ่านสินค้าที่ผลิตจากประเทศจีนเข้าสู่สหรัฐฯ ยิ่งทำให้ประเทศไทยถูกสหรัฐฯ จับตามองมากขึ้น และมีผลต่อการขึ้นภาษีของ ทรัมป์

คณะทำงานของกระทรวงการคลัง ได้พยายามเข้าเจรจากับ คณะทำงานสหรัฐฯ ในเรื่องภาษีทรัมป์ มีข่าวว่า ได้ใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก สูงถึงประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อล็อบบี้หรือเพื่อโน้มน้าวชักจูงให้คณะทำงาน สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีทรัมป์ ให้แก่ประเทศไทยในอัตราที่เหมาะสม

หากการเจรจาในเรื่องอัตราภาษีประสบความสำเร็จ ประชาชนคนไทยคงไม่ติดใจในเรื่องค่าใช้จ่ายในการล็อบบี้ แต่ถ้าผลออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย จนทำให้เกิดความสงสัยคาใจว่า ตามข่าวที่ว่ามีค่าใช้จ่ายในการล็อบบี้สูงถึงประมาณ 200 ล้าน บาทนั้น จริงหรือไม่ และได้ใช้จ่ายไปอย่างไร จึงไม่ค่อยได้ผล

ภาพผลงานที่ปรากฏทำให้เห็นว่าคณะทำงานของสหรัฐฯ ไม่ให้ราคา หรือไม่ให้ความสำคัญต่อคณะเจรจาประเทศไทยเท่าที่ควร และคณะทำงานของประเทศไทย น่าจะทำการบ้านและมีความพร้อมฉับไวในการโต้ตอบมากกว่าที่ควรจะเป็น

ล่าสุดประเทศไทยถูกกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐ อยู่ที่ 36%  คงที่ โดยเป็นอัตราภาษีเดิมที่สหรัฐฯ จะเก็บอยู่แล้ว (เป็นอัตรานับแต่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568) โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 2568

ตามประกาศ อัตราภาษีทรัมป์ล่าสุด ประเทศไทยเท่ากับกัมพูชาในปัจจุบัน (ลดลง 8% จากเดิม 48%) ลาวและเมียนมาจะถูกเก็บภาษีสูงถึง 40%  อินโดนีเซีย ถูกเก็บภาษี 32%  ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย ถูกเก็บภาษี 25% เวียดนาม ถูกเก็บภาษี 20% จากเดิม 46% เพราะเวียดนาม เจรจายอมลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ แต่สินค้าบางรายการจากเวียดนาม สหรัฐฯ ยังเก็บภาษีสูงกว่า 20%

ที่น่าสนใจคือ ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม BRICS และตัวย่อ S ของกลุ่มก็เป็นชื่อของประเทศนี้ ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพียง 30% น้อยกว่าไทยเสียอีก เพราะประเทศไทยจะต้องเสียภาษี ให้สหรัฐฯ สูงถึง 36%

นักวิชาการประมาณว่าหากประเทศไทยต้องเสียภาษีให้สหรัฐฯ ในอัตราสูงถึง 36% ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจสูงถึง 900,000 ล้านบาท และยังต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการล็อบบี้เป็นจำนวนมาก แต่ก่อนเจรจาอัตราภาษีทรัมป์กำหนดไว้ 36% จนประกาศอัตราภาษีใหม่ ยังเป็น 36% เท่าเดิม ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จทั้งที่บางประเทศน่าจะเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า กลับเสียภาษีทรัมป์ในอัตราที่ต่ำกว่าประเทศไทย

หากประเทศไทยไม่สามารถเจรจาลดภาษีทรัมป์ลงได้ ต้องเร่งหารายได้จากทางอื่นมาชดเชย โดยเฉพาะรายได้จากการท่องเที่ยว และต้องสร้างค่านิยมให้ผู้ประกอบการคนไทย มีความรู้สึกและจิตสำนึกต้อนรับชาวต่างประเทศให้อบอุ่นโดยไม่เอารัดเอาเปรียบให้เป็นข่าว

อัตราภาษีทรัมป์ ที่ประเทศไทยต้องเสียให้สหรัฐฯ 36% จะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 หากคณะทำงานประเทศไทย ทุ่มเททำงาน เจรจากับสหรัฐฯ ในช่วงโค้งสุดท้าย อาจลดอัตราภาษีลงได้อีก อะไรก็เกิดขึ้นได้

ดร.รุจิระ บุนนาค

กรรมการผู้จัดการ

Marut Bunnag International Law Office

rujira_bunnag@yahoo.com

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
14:17 น. ส่งสัญญาณหนักมาก! ‘กลุ่มมะขามหวาน พปชร.’ตบเท้าเข้าวอร์รูมภูมิใจไทย
14:17 น. 'บิ๊กเต่า'แย้มเส้นเงิน'ทิดจอร์จ' อาจแตะหมื่นล้านบาท ชี้โยงใครดำเนินคดีหมด
14:12 น. เซียนพระอุดรธานี ‘ผูกคอลาโลก’ คาดเครียดปัญหาหนี้สิน-โรครุมเร้า
14:10 น. 'ชัยวุฒิ'ลั่น!ประเทศไทยเป็นของคนไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของใคร
14:04 น. คนใกล้ชิดกางผลงาน‘ผบ.ตร.’ มั่นใจเป็น‘หลักประกันทางการเมือง’ หลังสะพัดถูกเด้ง
ดูทั้งหมด
(คลิป) เกิดมาทำไม? 'เสรีกบในกะลา'ติดใบปลิวแซะ'แม่ทัพภาค2'
‘เสรีเกษตรศาสตร์’ ติดใบปลิวแซะ ‘แม่ทัพภาค 2’ ก่อนเป็นวิทยากร‘เรื่องจริงจากชายแดน’
'ทหารพิการขอทาน'ทำ'ฮุน เซน'เดือด! สั่งกวาดล้าง หวั่นทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
อันดับโลกพุ่ง!ตบสาวไทยลุยต่อดวลดัตช์ลุ้นแชมป์กลุ่ม
‘ชนินทร์’ไม่ทน แถลงด่วนปมหุ้น‘ดุสิตธานี’ ลุกลามส่อดับฝันนายกฯชื่อ'พีระพันธุ์'
ดูทั้งหมด
ถ้า‘แพทองธาร’รอด‘ประเทศไทย’ไม่รอด
แวดวงการเงิน : 29 สิงหาคม 2568
หุ้นเด่น : 29 สิงหาคม 2568
อาหารเสริม ยา โฆษณา สรรพคุณเกินจริง?
วันลุ้นระทึก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

'บิ๊กเต่า'แย้มเส้นเงิน'ทิดจอร์จ' อาจแตะหมื่นล้านบาท ชี้โยงใครดำเนินคดีหมด

ส่งสัญญาณหนักมาก! ‘กลุ่มมะขามหวาน พปชร.’ตบเท้าเข้าวอร์รูมภูมิใจไทย

คนใกล้ชิดกางผลงาน‘ผบ.ตร.’ มั่นใจเป็น‘หลักประกันทางการเมือง’ หลังสะพัดถูกเด้ง

กรมอุตุฯประกาศฉบับที่ 1 เตือน'พายุดีเปรสชัน' ฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

'พิง ลำพระเพลิง'เคลียร์ชัด แจงยิบปมลิขสิทธิ์'บุปผาราตรี'

‘ชาวบ้านผาบ่อง-ป่าไม้’เสียงแตก! ปม‘ไม้ซุง’ไหลมากับน้ำป่าหลาก

  • Breaking News
  • ส่งสัญญาณหนักมาก! ‘กลุ่มมะขามหวาน พปชร.’ตบเท้าเข้าวอร์รูมภูมิใจไทย ส่งสัญญาณหนักมาก! ‘กลุ่มมะขามหวาน พปชร.’ตบเท้าเข้าวอร์รูมภูมิใจไทย
  • \'บิ๊กเต่า\'แย้มเส้นเงิน\'ทิดจอร์จ\' อาจแตะหมื่นล้านบาท ชี้โยงใครดำเนินคดีหมด 'บิ๊กเต่า'แย้มเส้นเงิน'ทิดจอร์จ' อาจแตะหมื่นล้านบาท ชี้โยงใครดำเนินคดีหมด
  • เซียนพระอุดรธานี ‘ผูกคอลาโลก’ คาดเครียดปัญหาหนี้สิน-โรครุมเร้า เซียนพระอุดรธานี ‘ผูกคอลาโลก’ คาดเครียดปัญหาหนี้สิน-โรครุมเร้า
  • \'ชัยวุฒิ\'ลั่น!ประเทศไทยเป็นของคนไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของใคร 'ชัยวุฒิ'ลั่น!ประเทศไทยเป็นของคนไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของใคร
  • คนใกล้ชิดกางผลงาน‘ผบ.ตร.’ มั่นใจเป็น‘หลักประกันทางการเมือง’ หลังสะพัดถูกเด้ง คนใกล้ชิดกางผลงาน‘ผบ.ตร.’ มั่นใจเป็น‘หลักประกันทางการเมือง’ หลังสะพัดถูกเด้ง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อาหารเสริม ยา โฆษณา สรรพคุณเกินจริง?

อาหารเสริม ยา โฆษณา สรรพคุณเกินจริง?

29 ส.ค. 2568

หมูมะกัน ทะลักเข้าไทย

หมูมะกัน ทะลักเข้าไทย

22 ส.ค. 2568

บริการรถสาธารณะผ่านแอป

บริการรถสาธารณะผ่านแอป

15 ส.ค. 2568

ภาษีการค้า (สหรัฐฯ) และปัญหาชายแดน (กัมพูชา)

ภาษีการค้า (สหรัฐฯ) และปัญหาชายแดน (กัมพูชา)

8 ส.ค. 2568

ภิกษุ สงฆ์ ธรรมวินัย กับกฎหมาย

ภิกษุ สงฆ์ ธรรมวินัย กับกฎหมาย

1 ส.ค. 2568

กสทช. กับการใช้อำนาจที่เกินขอบเขต

กสทช. กับการใช้อำนาจที่เกินขอบเขต

25 ก.ค. 2568

กสทช.กับปัญหาคดีความ

กสทช.กับปัญหาคดีความ

18 ก.ค. 2568

ภาษีทรัมป์ กับ ไทย

ภาษีทรัมป์ กับ ไทย

11 ก.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved