วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากจีนสูงสุดถึง 100% จุดชนวนสงครามการค้ารอบใหม่และสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก ราคาบิตคอยน์ร่วงกว่า 8% ภายในวันเดียวขณะที่อีเธอเรียมและเหรียญชั้นนำอื่นๆ ร่วงตาม ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ต (liquidation) มูลค่ารวมกว่า 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดคริปโต
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้รุนแรงกว่าที่คิด คือโครงสร้างของตลาดคริปโตในปัจจุบันเต็มไปด้วย Leverage Position หรือการเทรดด้วยเงินกู้นักลงทุนจำนวนมากเปิดสถานะโดยใช้มาร์จินสูงเพื่อเก็งกำไรจากความผันผวน เมื่อราคาบิตคอยน์ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ระบบจึงทำการปิดสถานะอัตโนมัติในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้แรงขายขยายตัวเป็นลูกโซ่ เกิดการเทขายแบบ Panic Sellทั่วทั้งตลาด และทำให้ราคาทรุดลงเกินกว่าที่ปัจจัยพื้นฐานจะอธิบายได้
ทำไม “ภาษีทรัมป์” ถึงสั่นคลอนโลกคริปโต
นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อภาคการผลิตหรืออุตสาหกรรมดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังสะเทือนถึงภาคเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของตลาดคริปโต ปัจจุบันจีนเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปและฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับการขุดและการพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain การเก็บภาษีในอัตราที่สูงย่อมเพิ่มต้นทุนการผลิตและกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มองคริปโตในฐานะสินทรัพย์เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม
ในเชิงจิตวิทยาการลงทุน ตลาดคริปโตมี “Sentiment Effect” ที่รุนแรงกว่าตลาดหุ้นทั่วไป ข่าวทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ภาษีการควบคุมการส่งออก หรือสงครามการค้า มักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของความไม่แน่นอนในอนาคตนักลงทุนจึงแห่ถอนทุนออกเพื่อลดความเสี่ยงขณะที่บอตเทรดอัตโนมัติและคำสั่ง Stop-Loss ยิ่งเร่งให้ตลาดร่วงลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อสหรัฐฯ ขู่… ตลาดเอเชียก็สั่น
อีกด้านหนึ่ง ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่างชาติ แม้เงินบาทอ่อนจะช่วยให้การส่งออกดูได้เปรียบขึ้นแต่ก็เพิ่มต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าคริปโตที่อ้างอิงสกุลดอลลาร์ เช่น ค่าโอนเหรียญ การชำระค่าธรรมเนียม และต้นทุนการดำเนินงานของแพลตฟอร์มในประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องบริหารความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกขั้น
สำหรับผู้ลงทุนไทย เหตุการณ์นี้คือ“บทเรียนราคาแพง” ที่ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการเข้าใจกลไกตลาด โดยเฉพาะการใช้เลเวอเรจและการจัดการความเสี่ยง หากถือครองเหรียญด้วยระยะยาว (HODL)อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่ก็หนีไม่พ้นจากภาวะความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนทั่วโลก
ความเข้าใจและการวางแผนให้รอบคอบ
เหตุการณ์ล้างพอร์ตกว่า 19 พันล้านดอลลาร์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสองภาพพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือความเปราะบางของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไร แต่ในอีกด้านหนึ่งก็แสดงให้เห็นถึง “ความยืดหยุ่น”ของตลาดคริปโตที่สามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว หลังจากราคาร่วงหนัก บิตคอยน์ก็สามารถดีดกลับขึ้นมาบางส่วนภายใน 48 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่ายังมีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันและกองทุน ETF ที่เข้ามารับช่วง
การเข้ามาของสถาบันใหญ่ เช่น BlackRock และ Fidelity ผ่าน Bitcoin ETF ทำให้ตลาดคริปโตไม่ใช่พื้นที่ของนักเก็งกำไรรายย่อยอีกต่อไป แต่เป็นสมรภูมิการเงินระดับโลกที่มีการกำกับและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริงอย่างแนบแน่นเหตุการณ์ล่าสุดจึงไม่ใช่แค่ความผันผวนชั่วคราว แต่คือการทดสอบ “ภูมิคุ้มกัน”ของระบบสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังกลายเป็นโครงสร้างสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ คำขู่ภาษีจากสหรัฐฯอาจเป็นเพียงชนวนเล็กๆ ที่จุดประกายความกลัว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือบทเรียนระดับโลกเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายการค้า มหภาคเศรษฐกิจ และสินทรัพย์ดิจิทัล สุดท้าย นักลงทุนในไทยควรเรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนี้เพื่อเข้าใจความเสี่ยงและใช้ความรู้วางแผนให้รอบคอบความเข้าใจคือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเสมอ
ดร.กร พูนศิริวงศ์

รางวัลออสการ์ล่องหน ผู้กำกับดังสุดงงถูกห้ามเอาขึ้นเครื่อง สายการบินดังโร่ขอโทษ
เจาะลึก 140 มิตรภาพปีไทย-สวีเดน ณัฏฐ์ มงคลนาวิน วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ ผ่านอัตลักษณ์แห่งความสง่างาม
อนิศ ฟาดกลับ! ดรามาจี้ ศุภจี ลาออก ลั่นคนไล่ไม่รู้จริง ปมใบอนุญาตส่งออก
ถอดรหัสตัวเลขมรณะ! หลังอดีตผอ.FBI โพสต์บนไอจี ชนวนเหตุ ทรัมป์ โยงฟ้องปมขู่เอาชีวิต
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี