วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
“ ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลดีขึ้น”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นบริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก หรือORเราคาดว่ากำไรสุทธิ3Q68Fจะอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท ฟื้นตัวขึ้น YoY จากขาดทุนสุทธิ 1.6 พันล้านบาทใน 3Q67 และเพิ่มขึ้น 15% QoQ ผลประกอบการที่ดีขึ้นจะเป็นเพราะเราคาดว่าค่าการตลาดน้ำมันจะเพิ่มเป็น 1.00 บาท/ลิตร (+96% YoY, +18% QoQ) เนื่องจาก i) ไม่มีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันก้อนใหญ่เหมือนกับใน 3Q67 และ ii) ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลทยอยขยับเพิ่มขึ้น หลังจากที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันพลิกจากติดลบมาเป็นบวกตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 เราคาดว่าปริมาณยอดขายน้ำมันจะลดลง 7% QoQ เหลือ 5,938 ล้านลิตร เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลในช่วงหน้าฝน
ขณะเดียวกันคาดว่ากำไรจากธุรกิจที่ไม่ใช้น้ำมันจะลดลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง ตามจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ PTT ที่ลดลงในช่วงหน้าฝน อย่างไรก็ตามเราคาดว่าปริมาณยอดขายกาแฟร้าน Café Amazon จะเพิ่มเล็กน้อย 1% QoQ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 108 ล้านแก้ว เนื่องจากอุปสงค์กาแฟ premium เพิ่มขึ้นหลังเปิดตัว brand ambassador คนใหม่ในเดือนกรกฎาคม เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจในต่างประเทศจะลดลง QoQ เพราะถูกกดดันจากทั้งปริมาณยอดขายที่ลดลงเป็น 500 ล้านลิตร (-12% QoQ) และปริมาณยอดขายกาแฟที่ลดลงเป็น 4.3 ล้านแก้ว (-49% QoQ) เพราะถูกกระทบจากกรณีพิพาทไทย-กัมพูชาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจัดประชุมด่วนตามคำสั่งของรัฐมนตรีพลังงานภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” และอนุมัติให้ลดการจ่ายเงินสมทบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลลง 0.70 บาท/ลิตร และน้ำมันเบนซินลง 0.50 บาท/ลิตร เพื่อป้องกันการขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นจากการที่สหรัฐคว่ำบาตรสองบริษัทน้ำมันใหญ่ของรัสเซีย หลังลดการจ่ายเงินสมทบ คาดว่ากระแสเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันจะลดเหลือประมาณ 500 ล้านบาท/สัปดาห์ จากก่อนหน้านี้ที่ 1.0 พันล้านบาท/สัปดาห์ ณ วันที่ 19 ตุลาคม สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันเป็นบวกอยู่ 2.69 หมื่นล้านบาท เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มกลุ่มสถานีบริการน้ำมันของไทย เพราะคาดว่าค่าการตลาดน้ำมันดีเซลจะทยอยเพิ่มขึ้น
เรายังคงคำแนะนำซื้อ OR โดยคงราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 17.90 บาท และยังคงเลือก OR เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจาก i) ผลประกอบการที่คาดว่าจะดีขึ้นใน 3Q68F และ ii) ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลที่คาดว่าจะทยอยขยับเพิ่มขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงความผันผวนของค่าการตลาดน้ำมัน, ปริมาณยอดขายน้ำมัน และปริมาณยอดขายกาแฟ
ที่มา..บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)

โบว์ เมลดา ทำหมออึ้งทั้งห้องตรวจ เผยความพิเศษของร่างกายตั้งแต่กำเนิดที่เพิ่งมารู้ตอนโต
ประกาศสำนักพระราชวัง ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ 16-18 มี.ค.69
อนุทิน หารือ เอกนิติ สถานการณ์ราคาน้ำมัน-ช่วยประชาชน ในสงครามตะวันออกกลาง
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ทหารชั้นนายพล จำนวน 256 ราย
ปลอดประสพ เตือนวิกฤตเกษตรไทย ล้งจีนรุกฆาต นอมินีไทยตัวดี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี