วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568
“ ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลดีขึ้น”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย)วิเคราะห์หุ้นบริษัทปตท.น้ำมันและการค้าปลีก หรือORเราคาดว่ากำไรสุทธิ3Q68Fจะอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท ฟื้นตัวขึ้น YoY จากขาดทุนสุทธิ 1.6 พันล้านบาทใน 3Q67 และเพิ่มขึ้น 15% QoQ ผลประกอบการที่ดีขึ้นจะเป็นเพราะเราคาดว่าค่าการตลาดน้ำมันจะเพิ่มเป็น 1.00 บาท/ลิตร (+96% YoY, +18% QoQ) เนื่องจาก i) ไม่มีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันก้อนใหญ่เหมือนกับใน 3Q67 และ ii) ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลทยอยขยับเพิ่มขึ้น หลังจากที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันพลิกจากติดลบมาเป็นบวกตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 เราคาดว่าปริมาณยอดขายน้ำมันจะลดลง 7% QoQ เหลือ 5,938 ล้านลิตร เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลในช่วงหน้าฝน
ขณะเดียวกันคาดว่ากำไรจากธุรกิจที่ไม่ใช้น้ำมันจะลดลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง ตามจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ PTT ที่ลดลงในช่วงหน้าฝน อย่างไรก็ตามเราคาดว่าปริมาณยอดขายกาแฟร้าน Café Amazon จะเพิ่มเล็กน้อย 1% QoQ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 108 ล้านแก้ว เนื่องจากอุปสงค์กาแฟ premium เพิ่มขึ้นหลังเปิดตัว brand ambassador คนใหม่ในเดือนกรกฎาคม เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจในต่างประเทศจะลดลง QoQ เพราะถูกกดดันจากทั้งปริมาณยอดขายที่ลดลงเป็น 500 ล้านลิตร (-12% QoQ) และปริมาณยอดขายกาแฟที่ลดลงเป็น 4.3 ล้านแก้ว (-49% QoQ) เพราะถูกกระทบจากกรณีพิพาทไทย-กัมพูชาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจัดประชุมด่วนตามคำสั่งของรัฐมนตรีพลังงานภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” และอนุมัติให้ลดการจ่ายเงินสมทบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลลง 0.70 บาท/ลิตร และน้ำมันเบนซินลง 0.50 บาท/ลิตร เพื่อป้องกันการขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นจากการที่สหรัฐคว่ำบาตรสองบริษัทน้ำมันใหญ่ของรัสเซีย หลังลดการจ่ายเงินสมทบ คาดว่ากระแสเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันจะลดเหลือประมาณ 500 ล้านบาท/สัปดาห์ จากก่อนหน้านี้ที่ 1.0 พันล้านบาท/สัปดาห์ ณ วันที่ 19 ตุลาคม สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันเป็นบวกอยู่ 2.69 หมื่นล้านบาท เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มกลุ่มสถานีบริการน้ำมันของไทย เพราะคาดว่าค่าการตลาดน้ำมันดีเซลจะทยอยเพิ่มขึ้น
เรายังคงคำแนะนำซื้อ OR โดยคงราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 17.90 บาท และยังคงเลือก OR เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจาก i) ผลประกอบการที่คาดว่าจะดีขึ้นใน 3Q68F และ ii) ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลที่คาดว่าจะทยอยขยับเพิ่มขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงความผันผวนของค่าการตลาดน้ำมัน, ปริมาณยอดขายน้ำมัน และปริมาณยอดขายกาแฟ
ที่มา..บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี