วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนการที่ สหรัฐอเมริกาและจีน สามารถบรรลุ “กรอบข้อตกลงเบื้องต้น” ทางการค้าได้ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่ส่งสัญญาณบวกต่อทั้งตลาดการเงินและความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก
นาย Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯเปิดเผยกับสื่อว่า ทั้งสองประเทศได้ตกลงในหลักการของข้อตกลงที่จะนำไปพูดคุยในระดับผู้นำภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง“ข้อตกลงขั้นสุดท้าย” เกี่ยวกับการดำเนินงานของ TikTok ในสหรัฐฯ และการเลื่อนมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนออกไปอีกหนึ่งปี นอกจากนี้ เขายังคาดว่าภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตรา 100% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะบังคับใช้ จะไม่เกิดขึ้นจริง
นโยบายภาษีของทรัมป์และแรงกดดันจากสงครามการค้า
ตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว เขาได้เดินหน้านโยบายภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ โดยให้เหตุผลว่าจะช่วยฟื้นฟูภาคการผลิตในประเทศและเพิ่มการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีในอัตราสูง โดยเฉพาะกับสินค้าจากจีน ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานโลก และนำไปสู่การตอบโต้จากฝั่งปักกิ่ง
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยประกาศเตรียมเก็บภาษีเพิ่มอีก 100% ต่อสินค้าจีนในเดือนพฤศจิกายนเพื่อโต้กลับการที่จีนเข้มงวดในการส่งออก แร่หายาก(Rare Earths) วัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานสะอาด โดยจีนถือครองกำลังการผลิตมากถึง 90% ของโลก ทำให้แร่ชนิดนี้กลายเป็น “หมากสำคัญ” ในสงครามการค้ารอบใหม่
แต่ล่าสุด การที่จีนยอม “เลื่อน” มาตรการจำกัดการส่งออก และกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯถือเป็นสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มเห็นประโยชน์ของการประนีประนอมมากกว่าการเผชิญหน้า ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดโลกและสร้างบรรยากาศเชิงบวกก่อนการพบปะของผู้นำทั้งสองประเทศ
ดีล TikTok จุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีและการเมืองระหว่างประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในข้อตกลงครั้งนี้คือ TikTok แอปพลิเคช่ันวีดีโอสั้นยอดนิยมจากบริษัทจีน ByteDance ที่ถูกสหรัฐฯ กังวลเรื่องความมั่นคงทางข้อมูลมาอย่างยาวนาน โดยรัฐบาลทรัมป์เคยขู่ว่าจะสั่งห้ามหากไม่ยอมขายกิจการในส่วนของสหรัฐฯ
ล่าสุดมีรายงานว่า ข้อตกลงเบื้องต้นได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยบริษัทอเมริกันจะถือสิทธิ์ควบคุมอัลกอริทึมหลักของ TikTok และชาวอเมริกันจะครองเก้าอี้ในบอร์ดบริหาร 6 จาก 7 ที่นั่ง ทั้งนี้ คาดว่าทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะลงนามในรายละเอียดขั้นสุดท้ายในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้
การคลี่คลายความขัดแย้งดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี และสะท้อนแนวโน้มของ “การพึ่งพาระหว่างกัน” (Interdependence)ที่ยังมีอยู่ในยุคที่การแข่งขันทางเทคโนโลยีกลายเป็นประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์
สินทรัพย์ดิจิทัลในยุคความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ผันผวน
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการค้าและเทคโนโลยี สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) กำลังมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นคริปโตเคอร์เรนซี โทเคน หรือเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงเครื่องมือการเงินที่โปร่งใส รวดเร็ว และไร้พรมแดน
เมื่อความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น นักลงทุนมักมองหาสินทรัพย์ที่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากตลาดแบบดั้งเดิมได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนของนโยบายระหว่างประเทศก็มักสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาคริปโต โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการเก็บภาษี การจำกัดการส่งออก หรือข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ และจีนเริ่มกลับมาพูดคุยกันและชะลอการตอบโต้ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่เริ่มถูกมองว่าเป็น “ตัวชี้วัดความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์” ของยุคใหม่
หากความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล จะเปิดทางให้เทคโนโลยีดิจิทัลได้รับการพัฒนาและยอมรับในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในด้านการพัฒนา บล็อกเชน (Blockchain) การนำระบบ การเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เข้ามาใช้ในสถาบันการเงิน และการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC)
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเริ่มมองสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงระยะยาวและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสมดุลในพอร์ตการลงทุนโลก โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจยังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ
ทัพฟ้า วทัญญูทวีวัฒน์

กกต.ยันโปร่งใส เตือนถ่ายรูปบัตรโทษหนักถึงอาญา ชี้ระบบแยกต้นขั้วชัดเจน ไม่มีใครรู้ว่าใครเลือกใคร
นายกฯ ปัดตอบเพื่อไทยเข้าพรรคภูมิใจไทย จับมือจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ อภิสิทธิ์ บอกยังไม่ถูกต่อสาย
ด่วน! นักโทษแหกคุก ปีนกำแพงเรือนจำนนทบุรี
ดิเรกฤทธิ์ เตือนวิกฤตศรัทธา หากกระบวนการยุติธรรมไร้หลักนิติธรรม
บริทนีย์ สเปียร์ส ขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมด มูลค่ากว่า 6 พันล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี