ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนการที่ สหรัฐอเมริกาและจีน สามารถบรรลุ “กรอบข้อตกลงเบื้องต้น” ทางการค้าได้ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่ส่งสัญญาณบวกต่อทั้งตลาดการเงินและความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก
นาย Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯเปิดเผยกับสื่อว่า ทั้งสองประเทศได้ตกลงในหลักการของข้อตกลงที่จะนำไปพูดคุยในระดับผู้นำภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง“ข้อตกลงขั้นสุดท้าย” เกี่ยวกับการดำเนินงานของ TikTok ในสหรัฐฯ และการเลื่อนมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนออกไปอีกหนึ่งปี นอกจากนี้ เขายังคาดว่าภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตรา 100% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะบังคับใช้ จะไม่เกิดขึ้นจริง
นโยบายภาษีของทรัมป์และแรงกดดันจากสงครามการค้า
ตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว เขาได้เดินหน้านโยบายภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ โดยให้เหตุผลว่าจะช่วยฟื้นฟูภาคการผลิตในประเทศและเพิ่มการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีในอัตราสูง โดยเฉพาะกับสินค้าจากจีน ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานโลก และนำไปสู่การตอบโต้จากฝั่งปักกิ่ง
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยประกาศเตรียมเก็บภาษีเพิ่มอีก 100% ต่อสินค้าจีนในเดือนพฤศจิกายนเพื่อโต้กลับการที่จีนเข้มงวดในการส่งออก แร่หายาก(Rare Earths) วัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานสะอาด โดยจีนถือครองกำลังการผลิตมากถึง 90% ของโลก ทำให้แร่ชนิดนี้กลายเป็น “หมากสำคัญ” ในสงครามการค้ารอบใหม่
แต่ล่าสุด การที่จีนยอม “เลื่อน” มาตรการจำกัดการส่งออก และกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯถือเป็นสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มเห็นประโยชน์ของการประนีประนอมมากกว่าการเผชิญหน้า ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดโลกและสร้างบรรยากาศเชิงบวกก่อนการพบปะของผู้นำทั้งสองประเทศ
ดีล TikTok จุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีและการเมืองระหว่างประเทศ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในข้อตกลงครั้งนี้คือ TikTok แอปพลิเคช่ันวีดีโอสั้นยอดนิยมจากบริษัทจีน ByteDance ที่ถูกสหรัฐฯ กังวลเรื่องความมั่นคงทางข้อมูลมาอย่างยาวนาน โดยรัฐบาลทรัมป์เคยขู่ว่าจะสั่งห้ามหากไม่ยอมขายกิจการในส่วนของสหรัฐฯ
ล่าสุดมีรายงานว่า ข้อตกลงเบื้องต้นได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยบริษัทอเมริกันจะถือสิทธิ์ควบคุมอัลกอริทึมหลักของ TikTok และชาวอเมริกันจะครองเก้าอี้ในบอร์ดบริหาร 6 จาก 7 ที่นั่ง ทั้งนี้ คาดว่าทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะลงนามในรายละเอียดขั้นสุดท้ายในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้
การคลี่คลายความขัดแย้งดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี และสะท้อนแนวโน้มของ “การพึ่งพาระหว่างกัน” (Interdependence)ที่ยังมีอยู่ในยุคที่การแข่งขันทางเทคโนโลยีกลายเป็นประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์
สินทรัพย์ดิจิทัลในยุคความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ผันผวน
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการค้าและเทคโนโลยี สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) กำลังมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นคริปโตเคอร์เรนซี โทเคน หรือเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงเครื่องมือการเงินที่โปร่งใส รวดเร็ว และไร้พรมแดน
เมื่อความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น นักลงทุนมักมองหาสินทรัพย์ที่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากตลาดแบบดั้งเดิมได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนของนโยบายระหว่างประเทศก็มักสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาคริปโต โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการเก็บภาษี การจำกัดการส่งออก หรือข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐฯ และจีนเริ่มกลับมาพูดคุยกันและชะลอการตอบโต้ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่เริ่มถูกมองว่าเป็น “ตัวชี้วัดความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์” ของยุคใหม่
หากความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล จะเปิดทางให้เทคโนโลยีดิจิทัลได้รับการพัฒนาและยอมรับในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในด้านการพัฒนา บล็อกเชน (Blockchain) การนำระบบ การเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เข้ามาใช้ในสถาบันการเงิน และการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC)
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเริ่มมองสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงระยะยาวและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสมดุลในพอร์ตการลงทุนโลก โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจยังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ
ทัพฟ้า วทัญญูทวีวัฒน์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี