วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา “Asset Inflation” หรือภาวะสินทรัพย์เฟ้อ กลายเป็นภาพคุ้นตาของนักลงทุนทั่วโลก ราคาสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วกว่าค่าแรงและรายได้จริงของประชาชน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการฉายซ้ำของอดีต แต่คือการเข้าสู่ยุคใหม่ของ Asset Inflation ที่มีโครงสร้างแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญหากย้อนกลับไปหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008
การพุ่งขึ้นของราคาสินทรัพย์ถูกขับเคลื่อนโดยนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายสุดขั้ว ธนาคารกลางทั่วโลกอัดฉีดสภาพคล่องผ่านมาตรการ Quantitative Easing อัตราดอกเบี้ยถูกกดลงสู่ระดับใกล้ศูนย์เงินราคาถูกไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Asset Inflation ในยุคนั้นจึงเป็นผลโดยตรงจาก“เงินราคาถูก”
แต่ในรอบปัจจุบัน ภาพกลับแตกต่างออกไป แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวแต่ราคาสินทรัพย์จำนวนมากยังสามารถยืนระยะได้ เหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนเงินที่ต่ำ แต่อยู่ที่คุณภาพของเงินสดที่เสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่องนักลงทุนเริ่มตระหนักว่า ผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) หลังหักเงินเฟ้อ ภาระหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง และความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของระบบการคลังทำให้การถือเงินสดหรือพันธบัตรระยะยาวไม่ใช่การพักเงินอย่างปลอดภัยอีกต่อไป
แต่กลับเป็นการยอมให้มูลค่าความมั่งคั่งถูกกัดกร่อนอย่างช้าๆ สถานการณ์นี้บีบให้นักลงทุนต้องเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ที่สามารถทำหน้าที่เป็น Store of Value ได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเทคโนโลยีที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีจำนวนจำกัดและตรวจสอบได้
คริปโตจากสินทรัพย์เก็งกำไร สู่โครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงิน
ความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดของ Asset Inflation รอบนี้คือบทบาทของคริปโตเคอร์เรนซีที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญจากเดิมที่ถูกมองเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรที่ผันผวนสูง คริปโตในปัจจุบันกำลังถูกยกระดับเป็นสินทรัพย์เชิงโครงสร้างของระบบการเงินใหม่ การอนุมัติ Spot ETF ในหลายประเทศ การเข้ามาของสถาบันการเงินระดับโลกและการพัฒนาโครงสร้างการดูแลสินทรัพย์ที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น
ช่วยลดช่องว่างระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมกับโลกดิจิทัลอย่างชัดเจน คริปโตจึงไม่ใช่ “ตลาดทางเลือก”ที่แยกขาดจากระบบเดิมอีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนเชิงสถาบัน
ขณะเดียวกัน แนวคิด Real-World Assets (RWA) หรือการนำสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น พันธบัตร หุ้น หรือกองทุน มาแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน กำลังทำให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็น “เลเยอร์ใหม่” ของตลาดทุนการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มุ่งสร้างระบบการเงินคู่ขนาน แต่เป็นการอัปเกรดโครงสร้างเดิมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและเข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมลดต้นทุนตัวกลางและเพิ่มสภาพคล่องให้กับสินทรัพย์ที่เคยเคลื่อนไหวได้ช้า
เมื่อรัฐกลายเป็น “สถาปนิกทางการเงิน” และบทสรุปสำหรับนักลงทุน
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือการเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐและธนาคารกลาง จากผู้กำกับดูแลกฎระเบียบ มาเป็น “สถาปนิกทางการเงิน” อย่างแท้จริง การพัฒนาเงินดิจิทัลภาครัฐ (CBDC) พันธบัตรดิจิทัล และระบบชำระเงินบนโครงสร้างใหม่ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย สะท้อนว่าภาครัฐเองก็ยอมรับข้อจำกัดของระบบการเงินเดิม และกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับโลกที่เงิน เทคโนโลยีและข้อมูลหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในบริบทนี้ Asset Inflation รอบใหม่จึงไม่ใช่เพียงผลข้างเคียงของนโยบายการเงิน แต่เป็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่พฤติกรรมนักลงทุน ไปจนถึงบทบาทของรัฐ
บทสรุปสำหรับนักลงทุนในยุค Structural Asset Inflation คือ การลงทุนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการไล่ตามราคาหรือการทายจังหวะตลาดระยะสั้น แต่คือการทำความเข้าใจว่า “กระแสเงินกำลังไหลไปที่ใดในโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่”ผู้ที่จะอยู่รอดและเติบโตในยุคนี้ ไม่ใช่ผู้ที่คาดการณ์ตลาดได้แม่นยำที่สุดแต่คือผู้ที่เลือกถือครองสินทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญในระบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี สภาพคล่องดิจิทัล หรือสินทรัพย์ที่ยากต่อการเพิ่มปริมาณ เพราะในโลกที่การถือเงินสดกลายเป็นความเสี่ยง ความเข้าใจใน “ทิศทางของระบบ” คือเกราะป้องกันความมั่งคั่งที่แข็งแกร่งที่สุด
ดร.กร พูนศิริวงศ์

ศธ.แจงปรับปรุงประกาศการรับนักเรียนไม่มีสัญชาติ เน้นกลุ่มพำนักในไทย สอดคล้องมติ ครม.ปี 48-หลักสากล
คลิปนาทีระทึก! ไฟไหม้คลังกระสุน ตชด.21 สุรินทร์ เสียงระเบิดดังสนั่น
(คลิป) ชำแหละแค้นนี้ต้องชำระ! สูตรตั้งรัฐบาล แดง-ส้ม-เขียว
(คลิป) เจ๊ปอง ชำแหละระบบการเมืองไทย
ทบ.ลุยระงับเพลิงไหม้ คลังกระสุน ตชด.21 สุรินทร์ วอนปชช.อย่าตื่นตระหนก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี