วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา “Asset Inflation” หรือภาวะสินทรัพย์เฟ้อ กลายเป็นภาพคุ้นตาของนักลงทุนทั่วโลก ราคาสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วกว่าค่าแรงและรายได้จริงของประชาชน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการฉายซ้ำของอดีต แต่คือการเข้าสู่ยุคใหม่ของ Asset Inflation ที่มีโครงสร้างแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญหากย้อนกลับไปหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008
การพุ่งขึ้นของราคาสินทรัพย์ถูกขับเคลื่อนโดยนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายสุดขั้ว ธนาคารกลางทั่วโลกอัดฉีดสภาพคล่องผ่านมาตรการ Quantitative Easing อัตราดอกเบี้ยถูกกดลงสู่ระดับใกล้ศูนย์เงินราคาถูกไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Asset Inflation ในยุคนั้นจึงเป็นผลโดยตรงจาก“เงินราคาถูก”
แต่ในรอบปัจจุบัน ภาพกลับแตกต่างออกไป แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวแต่ราคาสินทรัพย์จำนวนมากยังสามารถยืนระยะได้ เหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนเงินที่ต่ำ แต่อยู่ที่คุณภาพของเงินสดที่เสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่องนักลงทุนเริ่มตระหนักว่า ผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) หลังหักเงินเฟ้อ ภาระหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง และความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของระบบการคลังทำให้การถือเงินสดหรือพันธบัตรระยะยาวไม่ใช่การพักเงินอย่างปลอดภัยอีกต่อไป
แต่กลับเป็นการยอมให้มูลค่าความมั่งคั่งถูกกัดกร่อนอย่างช้าๆ สถานการณ์นี้บีบให้นักลงทุนต้องเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ที่สามารถทำหน้าที่เป็น Store of Value ได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเทคโนโลยีที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีจำนวนจำกัดและตรวจสอบได้
คริปโตจากสินทรัพย์เก็งกำไร สู่โครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงิน
ความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดของ Asset Inflation รอบนี้คือบทบาทของคริปโตเคอร์เรนซีที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญจากเดิมที่ถูกมองเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรที่ผันผวนสูง คริปโตในปัจจุบันกำลังถูกยกระดับเป็นสินทรัพย์เชิงโครงสร้างของระบบการเงินใหม่ การอนุมัติ Spot ETF ในหลายประเทศ การเข้ามาของสถาบันการเงินระดับโลกและการพัฒนาโครงสร้างการดูแลสินทรัพย์ที่เป็นมาตรฐานมากขึ้น
ช่วยลดช่องว่างระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมกับโลกดิจิทัลอย่างชัดเจน คริปโตจึงไม่ใช่ “ตลาดทางเลือก”ที่แยกขาดจากระบบเดิมอีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนเชิงสถาบัน
ขณะเดียวกัน แนวคิด Real-World Assets (RWA) หรือการนำสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น พันธบัตร หุ้น หรือกองทุน มาแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน กำลังทำให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็น “เลเยอร์ใหม่” ของตลาดทุนการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มุ่งสร้างระบบการเงินคู่ขนาน แต่เป็นการอัปเกรดโครงสร้างเดิมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและเข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมลดต้นทุนตัวกลางและเพิ่มสภาพคล่องให้กับสินทรัพย์ที่เคยเคลื่อนไหวได้ช้า
เมื่อรัฐกลายเป็น “สถาปนิกทางการเงิน” และบทสรุปสำหรับนักลงทุน
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือการเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐและธนาคารกลาง จากผู้กำกับดูแลกฎระเบียบ มาเป็น “สถาปนิกทางการเงิน” อย่างแท้จริง การพัฒนาเงินดิจิทัลภาครัฐ (CBDC) พันธบัตรดิจิทัล และระบบชำระเงินบนโครงสร้างใหม่ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย สะท้อนว่าภาครัฐเองก็ยอมรับข้อจำกัดของระบบการเงินเดิม และกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับโลกที่เงิน เทคโนโลยีและข้อมูลหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในบริบทนี้ Asset Inflation รอบใหม่จึงไม่ใช่เพียงผลข้างเคียงของนโยบายการเงิน แต่เป็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทั้งระบบ ตั้งแต่พฤติกรรมนักลงทุน ไปจนถึงบทบาทของรัฐ
บทสรุปสำหรับนักลงทุนในยุค Structural Asset Inflation คือ การลงทุนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการไล่ตามราคาหรือการทายจังหวะตลาดระยะสั้น แต่คือการทำความเข้าใจว่า “กระแสเงินกำลังไหลไปที่ใดในโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่”ผู้ที่จะอยู่รอดและเติบโตในยุคนี้ ไม่ใช่ผู้ที่คาดการณ์ตลาดได้แม่นยำที่สุดแต่คือผู้ที่เลือกถือครองสินทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญในระบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี สภาพคล่องดิจิทัล หรือสินทรัพย์ที่ยากต่อการเพิ่มปริมาณ เพราะในโลกที่การถือเงินสดกลายเป็นความเสี่ยง ความเข้าใจใน “ทิศทางของระบบ” คือเกราะป้องกันความมั่งคั่งที่แข็งแกร่งที่สุด
ดร.กร พูนศิริวงศ์

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี