จากยุคดอกเบี้ยสูง สู่ยุคความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง ตลอดช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมาระบบการเงินโลกเดินอยู่ในเฟสที่ชัดเจน นั่นคือยุคของ “ดอกเบี้ยสูง” เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ธนาคารกลางหลักของโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรป ใช้นโยบายการเงินตึงตัวอย่างจริงจังที่สุดในรอบหลายทศวรรษผลลัพธ์คือเงินเฟ้อเริ่มชะลอลงจากจุดสูงสุด และตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า
โลกกำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือไม่แต่ความจริงคือ โลกไม่ได้กำลังย้อนกลับไปสู่จุดเดิมหากกำลังเคลื่อนเข้าสู่เฟสใหม่ที่ซับซ้อนกว่า นั่นคือยุคของ “ความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง”เพราะแม้เงินเฟ้อเชิงตัวเลขจะลดลงแต่โครงสร้างต้นทุนของโลกได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างถาวรห่วงโซ่อุปทานที่เคยเน้นประสิทธิภาพสูงสุด ถูกแทนที่ด้วยการคำนึงถึงความมั่นคง ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความยั่งยืน
การย้ายฐานการผลิต การลงทุนด้านพลังงานใหม่ และการแข่งขันทางเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนรวมของระบบเศรษฐกิจโลกสูงขึ้นในระยะยาว นี่คือเหตุผลที่ธนาคารกลางจำนวนมากไม่เร่งลดดอกเบี้ยแม้เงินเฟ้อจะเริ่มอยู่ในกรอบ เพราะความผิดพลาดเชิงนโยบายในเฟสนี้อาจนำไปสู่แรงกดดันทางเศรษฐกิจรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม
หนี้โลกและระบบการเงินที่เปราะบางกว่าในอดีต
อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญของโลกการเงินยุคปัจจุบัน คือ ระดับหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์หลังจากหลายประเทศใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนักในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาโลกจึงเข้าสู่ยุคที่ต้องบริหารหนี้ภายใต้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในอดีต หนี้จำนวนมากไม่ใช่ปัญหา หากเศรษฐกิจเติบโตเร็วและต้นทุนเงินต่ำ แต่ในบริบทปัจจุบันเงื่อนไขเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันอีกแล้ว ภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเริ่มกัดกินงบประมาณภาครัฐขณะที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้การลงทุนใหม่ถูกชะลอและการขยายตัวของเศรษฐกิจไม่สม่ำเสมอ โลกการเงินในระยะต่อจากนี้จึงไม่น่าจะเผชิญวิกฤตแบบ
“ล้มพร้อมกันทั้งระบบ” แต่จะเป็นลักษณะของการคัดกรองเชิงโครงสร้าง ประเทศ อุตสาหกรรมและองค์กรที่มีฐานะการเงินแข็งแรงจะสามารถปรับตัวได้ ขณะที่ผู้ที่พึ่งพาหนี้มากเกินไปจะค่อยๆ ถูกกดดันออกจากระบบ นี่คือความเปราะบางรูปแบบใหม่ที่ไม่ปรากฏชัดในตัวเลขพาดหัวแต่ฝังอยู่ในโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว
บทเรียนของยุคใหม่ : การเข้าใจภาพใหญ่สำคัญกว่าการทายตลาด
สิ่งที่น่าสนใจในตลาดการเงินปัจจุบันคือ ความผันผวนไม่ได้เกิดจากข่าวร้ายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ความไม่ชัดเจน” ว่าโลกกำลังจะเดินไปในทิศทางใด ดอกเบี้ยจะลดเร็วหรือช้า เศรษฐกิจจะถดถอยหรือเพียงชะลอตัวเทคโนโลยีใหม่จะเพิ่มผลิตภาพหรือสร้างความเหลื่อมล้ำมากขึ้น คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่แน่นอน ภายใต้บริบทเช่นนี้ เงินทุนทั่วโลกมีแนวโน้มเลือกความชัดเจนมากกว่าความหวือหวานักลงทุนให้ความสำคัญกับสินทรัพย์และธุรกิจที่มีบทบาทเชิงโครงสร้าง มีความสามารถในการปรับตัวและมีความเกี่ยวข้องกับทิศทางระยะยาวของระบบเศรษฐกิจโลก มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
สำหรับประชาชนทั่วไปและนักลงทุนรายย่อย บทเรียนสำคัญของยุคนี้คือการพยายามทายจังหวะตลาดอาจมีความเสี่ยงสูงกว่าการเข้าใจภาพใหญ่ การบริหารความเสี่ยง การกระจายการลงทุนและการรักษาสภาพคล่องบางส่วนกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับโลกที่ไม่แน่นอนโลกการเงินอาจไม่ได้เลวร้ายลง แต่กำลังยากขึ้นและต้องการความเข้าใจมากขึ้น ยุคที่ใครก็สามารถเติบโตได้จากกระแสเดียวกันกำลังผ่านไปถูกแทนที่ด้วยยุคที่ผู้ที่คิดเป็น วางแผนเป็น และเข้าใจข้อจำกัดของตนเองจะสามารถยืนอยู่ในระบบนี้ได้อย่างมั่นคงกว่าในระยะยาว
ดร.กร พูนศิริวงศ์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี