วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คำว่า “ทรยศ” นี้ใช้ทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวมอย่างเรื่องการเมือง และเป็นคำที่ใช้มานานมาก ในหมู่เพื่อนพ้องก็ใช้กัน ในพงศาวดารก็ปรากฏอยู่บ่อย แต่ในบทความนี้ผมจะพูดถึงเรื่องการเมืองเป็นหลัก เพราะได้ยินมาตั้งแต่วัยหนุ่ม แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังได้ยิน และได้อ่านอยู่บ่อย
อย่างเช่น “พวกเขาลืมพี่น้องของเราที่ร่วมต่อสู้กันมา หลายคนตายไป หลายคนบาดเจ็บ และหลายคนพิการ วันนี้พวกเขาอยู่ดีมีสุข พวกเขาทรยศต่ออุดมการณ์ ทรยศต่อพี่น้องเราทุกคน...”
นี่เป็นคำตัดพ้อและประณาม “พวกเขา” ที่เคยเป็น “พวกเรา” มาก่อนในโลกออนไลน์ของฝ่ายที่ “ยังยืนหยัดยึดมั่นต่ออุดมการณ์เดิมของตนไม่เสื่อมคลาย”
อุดมการณ์ที่ว่านี้ก็คือ “ลัทธิคอมมิวนิสม์”
แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องใครทรยศใคร – อย่างไร ผมอยากจะเก็บตัวอย่างคำต่างๆที่มีความหมายอย่างเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับคำว่าทรยศมาไว้ด้วย เพราะเป็นคำที่ใช้ก่นประณามคนที่อยู่ข้างเดียวกับตน แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปอยู่ข้างอื่น หรือข้างที่ตรงกันข้ามกับตน หรือที่เรียกว่าเปลี่ยนอุดมการณ์ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น
นั่นคือคำว่า แปรพักตร์ เปลี่ยนสีแปรธาตุ หักหลัง ฯ..คำเหล่านี้พวกคอมมิวนิสต์ชอบใช้กับพวกเดียวกัน แต่พวกที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ก็ใช้เช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกอนุรักษ์นิยม อย่างเช่น “มันทรยศต่อประเทศชาติ ต่อแผ่นดินถิ่นเกิด” เป็นต้น และก็ไม่ได้มีเฉพาะแต่ในประเทศไทย ในสหรัฐอเมริกาก็มี อย่างใครนำข้อมูลของทางราชการที่เป็นความลับ หรือเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศชาติไปบอกแก่ฝ่ายตรงข้ามกับตนก็จะถูกประณามด้วยคำนี้เช่นกัน
มันเป็นคำที่ใช้ประณาม ประจานและลงโทษที่รุนแรงพอๆกับโทษประหารชีวิต แต่เป็นโทษประหารชีวิตทางใจ เป็นการลงโทษทางสังคมไปพร้อมกับการลงโทษทางร่างกาย
แต่โทษทางใจหรือการลงโทษทางสังคมนั้น หากคนถูกลงโทษไม่รู้สึกรู้สากับมัน มันก็ไร้ความหมาย เหมือนกันที่ในปัจจุบันนี้มีน้อยคนนักที่จะหวั่นไหวกับการลงโทษนี้ ตรงกันข้ามคนที่ก่นประณามกลับหัวเสียหรือน้อยใจเสียเอง เหตุเพราะที่ไม่มีใครสน
เหตุที่คำนี้ปรากฏบ่อยก็เพราะมีอดีตคอมมิวนิสต์ (รวมทั้งแนวร่วม) จำนวนมากบอกลาลัทธินี้ไปนานแล้ว เพราะพวกเขาเห็นว่ามันเพ้อเจ้อ บ้างก็เห็นว่าไม่สามารถทำให้คนและสังคมเป็นจริงอย่างที่ลัทธินี้วาดฝันไว้อย่างสวยหรูได้ บ้างก็เหน็ดเหนื่อยเคร่งเครียดมาในวัยหนุ่มสาวมากแล้ว ไม่เห็นว่าชีวิตตัวเองจะดีขึ้นจากการเคารพบูชาหรือยึดมั่นถือมั่นในลัทธินี้ จึงหันไปทำมาหากินดีกว่า
บ้างก็ทำมาหากินอย่างลืมไปเลยว่ามีลัทธินี้อยู่ในโลก
บ้างก็ทำมาหากินอย่างที่ลัทธินี้และตนเองได้ก่นประณามไว้ คือเป็นนายทุน กดขี่ขูดรีดเสียเอง
บ้างก็ไปเป็น “เอ็น จี โอ”
บ้างก็เป็นนักการเมือง
บ้างก็เป็นพุทธศาสนิก
เมื่อมองโดยรวมแล้ว...จากการที่ต่างฝ่ายต่างก่นประณามกัน ประเทศไทยก็เลยมีคนทรยศมหาศาลอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ!
นอกจากเป็นสยามเมืองยิ้มแล้ว ยังเป็นสยามเมืองคนทรยศอีกด้วย!
ผู้คนส่วนมากในโลกนี้ โดยเฉพาะคนที่รับรู้ – เรียนรู้เรื่องการเมืองและเศรษฐกิจนั้นมักจะ “ตัดสินคน” ด้วยลัทธิ อุดมการณ์การเมืองและเศรษฐกิจกันทั้งนั้น เพราะหลงคิดว่ามันคือสัจธรรมหรือความจริงแท้ของชีวิตและสังคมมนุษย์ ที่ผ่านการพิจารณามาดีแล้ว ถูกต้องแล้ว และใครจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่เห็นด้วยกับตนก็ไม่ได้
เห็นด้วย แต่วันหนึ่งเปลี่ยนไปเห็นลัทธิอุดมการณ์อื่นดีกว่า หรือกระทั่งยึดมั่นถือมั่นเป็นสรณะก็จะโดนก่นประณามและตามด้วยข้อหาทรยศ
มีใครสักกี่คนที่จะตัดสินคนด้วยกันโดยพิจารณาที่การกระทำในชีวิตประจำวันของเขา ว่าแบบไหน แค่ไหน อย่างไร จึงเรียกว่าทรยศ และทรยศต่ออะไร ต่อใคร ทำไมจึงทรยศ
ผมเองสนับสนุนให้คนทรยศต่อลิทธิคอมมิวนิสม์มากๆ ทรยศกันหมดทุกคนเลยยิ่งดี เหตุผลก็คือมันเป็นลัทธิปีศาจ เป็นลัทธิอุบาทว์ เป็นลัทธิวิปริต ที่มันสอนให้คนฆ่าคนเพื่อสร้างความเป็นธรรม เพื่อสร้างสังคมพระศรีอาริย์ ราวกับว่าศพจะสร้างความเป็นธรรมและทับถมเป็นทางให้ไปสู่สังคมพระศรีอาริย์ได้อย่างนั้นแหละ
แค่คิดฆ่าคนมันก็เป็นเรื่องสร้างความอยุติธรรมแล้ว
คนที่ออกมาชี้นิ้วก่นประณามคนอื่นว่าทรยศต่ออะไรก็ตามนั้น หากมีสติพอและได้หันกลับมาพิจารณาตัวเองก็จะเห็นว่า คนที่ทรยศคนแรกนั้นก็คือตัวเอง
ทรยศ...เพราะไม่ยอมปลดปล่อยตัวเองให้ได้พัฒนาศักยภาพไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ กลับยินยอมพร้อมตายไปกับลัทธิอุดมการณ์ที่ตนรับมาครอบหัวอย่างเชื่องๆ
ทรยศ...เพราะไม่ยอมเปิดโอกาสให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้มีอิสระที่จะเรียนรู้หรือค้นหาสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเขาหรือสังคมก็ตาม
ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการทรยศต่อความเป็นมนุษย์และโอกาสที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์หรอกครับ

เปิดบันทึกความทรงจำ! เรื่องราวสุดประทับใจ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' ช่วงเป็นอัยการฝึกหัด
กำหนดการถ่ายทอดสดขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
แต้มประวัติศาสตร์!'แคนาดา'ฮึดตีเจ๊า'บอสเนียฯ'บอลโลก
สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ดี้ นิติพงษ์ โพสต์กลอนอาลัยสุดซึ้ง น้อมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
คนไทยคนแรก! ‘ลิซ่า’แสดงโชว์พิธีเปิดฟุตบอลโลก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี