Logo วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ออนไลน์ / แก้ผ้าลุงแซม
แก้ผ้าลุงแซม

แก้ผ้าลุงแซม

โดย...เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้
วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.
กฎหมายจิมโครว์..โชว์ความคับแคบแห่งจิตใจ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเทศกาลงานฉลองและการซื้อของขวัญเพื่อมอบให้กันในวันคริสต์มาส การเมืองฝั่งอเมริกาเลยค่อนข้างเงียบเหงา เพราะมะริกันต่างวุ่นกับการจับจ่ายใช้สอยช้อปสินค้าลดราคาในวันแบล็คฟรายเดย์ ข่าวที่ออกมาจากสำนักข่าวต่างๆ จึงไม่มากเหมือนช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านั้น


ช่วงใกล้สิ้นเดือนพฤศจิกายนเข้ารอบต่อเดือนสุดท้ายของปีแบบนี้ อดคิดถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เหตุการณ์หนึ่งไม่ได้  ใครจะคิดว่าการลุกขึ้นยืนนำไปสู่การเดินขบวนเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกาและสืบสาวไปถึงต้นตอกฎหมายอันไม่เป็นธรรม

วันนั้นเป็นวันที่ 1 ธันวาคม คศ.1955 โรซ่า พาร์กส์ สตรีผิวดำวัยสี่สิบสอง ถูกตำรวจจับขังด้วยเหตุที่ไม่ลุกจากเก้าอี้ในรถเมล์ให้แก่ชายผิวขาวคนหนึ่งนั่ง..!!

โรซ่า พาร์กส์เป็นหญิงผิวดำวัย 42 ปี หลังเลิกงานก็เดินมาขึ้นรถประจำทางสายถนนครีฟแลนด์ (Cliveland Avenue) หมายเลข 2857 ของรัฐอลาบามาเพื่อที่จะกลับบ้าน  เธอได้ที่นั่งและทรุดตัวลงอย่างอ่อนล้า จากนั้นชายผิวขาวคนหนึ่งขึ้นมาบนรถโดยสาร แต่ปรากฏว่าวันนั้นที่นั่งในฝั่งคนผิวขาวเต็มหมดทุกที่นั่ง ตามกฎหมายของรัฐ คนผิวดำจะต้องลุกขึ้นให้คนผิวขาวนั่ง คนขับรถจึงเอ่ยปากให้เธอสละที่นั่งให้คนผิวขาว แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะทำตาม

เพียงคำปฎิเสธที่จะลุกให้คนผิวขาวนั่ง ได้สั่นสะเทือนสิทธิพลเมืองของอเมริกาอย่างถึงรากถึงโคน คนขับจึงหันมาใช้วิธีข่มขู่เพื่อให้เธอลุกขึ้นให้คนผิวขาวนั่ง แต่เธอยังคงปฎิเสธ คนขับจึงสำทับว่า

“ถ้าไม่ลุก จะเรียกตำรวจมาจับ"

"คุณจะทำอย่างนั้นก็ได้"

โรซ่า พาร์กส์ตอบกลับอย่างสงบ หลังจากนั้นโรซ่า พาร์กส์ก็ถูกตำรวจจับก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมา โดยใช้หลักทรัพย์ประกันตัว 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงมากในยุคนั้น หลังจากได้รับการประกันตัว โรซ่าตัดสินใจทำใบปลิว 35,000 ใบกระจายไปทั่วเมือง โดยในใบปลิวมีใจความว่า

“คนผิวดำทุกคนจะไม่ขึ้นรถเมล์ทุก ๆ คันในวันจันทร์ที่จะถึง แต่จะเดินแทนการนั่งรถประจำทาง”

เมื่อถึงเช้าวันจันทร์ ไม่มีคนผิวดำคนไหนขึ้นรถเมล์เลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนพร้อมใจกันเดินไปทำงานแม้ว่าสายฝนจะกระหน่ำลงมาตลอดทั้งวัน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมกันที่เรียกว่า Montgomery Bus Boycott

ผลที่ตามมาคือการเรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมของคนผิวดำจนนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายในที่สุด  แต่ที่อยากเล่าสู่กันฟังในวันนี้คือ เรื่องของกฎหมายอันไม่เป็นธรรมที่กดสิทธิและความเป็นอยู่คนผิวดำให้ต่ำกว่าคนผิวขาวที่เรียกว่า “กฎหมายจิมโครว์”

ความเป็นมาของกฎหมายอันแสนอยุติธรรมนี้ย้อนกลับไปถึงช่วงหลังสงครามกลางเมืองเลยทีเดียว หลังสงครามกลางเมือง  รัฐบาลกลางพยายามฟื้นฟูประเทศโดยนำรัฐทางใต้ผนวกเข้าเป็นสหรัฐอเมริกาอีกครั้งด้วยความมุ่งหวังให้กลมเกลียว มีการออกกฎหมายเพื่อให้สิทธิเสรีภาพแก่ทาสผิวดำในฐานะพลเมืองอเมริกันให้เท่าเทียมกับคนผิวขาวด้วย

แต่รัฐทางใต้นั้นใช้กฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งเป็นกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของทาสผิวดำ กฎหมายฉบับนี้เรียกว่ากฎหมายคนผิวดำ (Black Codes) การที่รัฐทางใต้ยังมีกฎหมายที่กดขี่คนผิวดำทำให้สมาชิกพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นเสียงข้างมากในสภาคองเกรสไม่พอใจ  จึงปฏิเสธไม่ยอมให้ผู้แทนจากรัฐใต้กลับเข้าร่วมสภาคองเกรส

จากสถิติในปี ค.ศ.1860 คนผิวขาวทั้งหมดในรัฐที่มีทาสทางใต้มีประมาณแปดล้านคน และมีทาสผิวดำถึงสี่ล้านคน  สำหรับเจ้าของที่ดินและนายทาสแล้ว ทาสถือเป็นทรัพย์สมบัติอย่างหนึ่ง ไม่ใช่มนุษย์ นายทาสสามารถกระทำการใดๆ กับทาสของตนได้ทั้งสิ้นโดยไม่ผิดกฎหมาย เพราะทาสมีฐานะเป็นเพียงทรัพย์สมบัติของนายทาสเท่านั้น โดยห้ามพวกทาสเรียนหนังสือและเมื่อแต่งงานก็ไม่มีการรับรองทางกฎหมายใดๆ อีกทั้งห้ามคนผิวขาวแต่งงานกับคนผิวดำด้วย

ในสมัยนั้นชาวอเมริกันในรัฐทางใต้มองว่าการค้าทาสเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากเป็นยุคแผ่ขยายอาณานิคม ทาสจึงเป็นแรงงานสำคัญในการสร้างผลผลิต จึงไม่ได้ถูกมองอย่างให้ค่าในฐานะ “มนุษย์”  หากแต่เป็นสิ่งของที่สามารถซื้อขายหรือยกให้ใครก็ได้ ทาสจึงถูกกดขี่จากเจ้าของไร่อย่างทารุณ

ความคิดเช่นนี้คือจุดเริ่มต้นของการเหยียดผิว โดยมองคนที่มีสีผิวต่างจากตนเองเป็นพวกที่ต่ำกว่า หากเจ้าของไร่ไม่พอใจทาสคนใดมักลงโทษทาสคนนั้นอย่างทรมานจนตาย ส่วนทาสที่เป็นผู้หญิงก็ถูกข่มขืน และเป็นเรื่องที่ไม่มีใครมองว่าคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด ทั้งๆที่การค้าทาสเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างน่าเศร้าที่สุด

สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายออกมาเป็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูณข้อที่ 14 (Fourteenth Amendment) ในค.ศ. 1868 ใจความสำคัญคือการให้สิทธิเสรีภาพแก่ชาวผิวดำเป็นพลเมืองอเมริกัน  และบังคับให้รัฐทางใต้ยอมรับบทบัญญัติข้อนี้เข้าไปในธรรมนูญไม่เช่นนั้นจะไม่รับกลับเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับสหรัฐอเมริกา

ผลของการให้สิทธิเสรีภาพแก่คนผิวดำมีสิทธิเท่าเทียมคนผิวขาวสร้างความไม่พอใจอย่างใหญ่หลวงแก่ชาวอเมริกันในรัฐทางใต้                 เมื่อมีการเลือกตั้งในปี ค.ศ.1877 เกิดความคลุมเครือในผลการเลือกตั้งจึงทำให้พรรคใหญ่สองพรรคคือรีพับลิกันและเดโมแครตหันมาจับมือกันโดยทางพรรคเดโมแครตยอมให้รัทเทอร์ฟอร์ด บี. เฮส์จากพรรครีพับลิกันเป็นประธานาธิบดี  เพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อตกลงว่ารัฐบาลกลางจะต้องถอนกองกำลังทหารทั้งหมดออกจากรัฐทุกรัฐในภาคใต้ 

ผลของการยื่นหมูยื่นแมวในครั้งนั้นทำให้พรรคเดโมแครตมีอำนาจอีกครั้งในรัฐภาคใต้ และออกกฎหมายกีดกันริดรอนสิทธิเสรีภาพของคนผิวดำอีกครั้งในชื่อกฎหมายจิมโครว์ (Jim Crow Laws) โดยมีการแบ่งแยกคนผิวขาวและคนผิวดำอย่างชัดเจนในเรื่องการใช้บริการสาธารณะและสาธารณูปโภค เช่น การโดยสารรถประจำทาง คนผิวดำจะต้องไปนั่งข้างหลัง ส่วนคนผิวขาวได้นั่งข้างหน้า หากคนผิวดำได้ที่นั่งแล้วคนผิวขาวขึ้นมาบนรถโดยสาร คนผิวดำจะต้องลุกให้คนผิวขาวนั่ง หรือการใช้ห้องน้ำสาธารณะก็ห้ามใช้ปะปนกัน ก๊อกน้ำดื่มสาธารณะก็แยกออกจากกันโดยชัดเจน แม้แต่ประตูทางเข้า-ออกของอาคารแต่ละแห่ง  

นอกจากนี้ยังมีการออกกฎหมายแบ่งแยกโรงเรียนระหว่างเด็กผิวขาวและผิวดำอีกด้วย  ที่สำคัญคือห้ามแต่งงานข้ามสีผิวอย่างเด็ดขาด  ทั้งหมดนี้ภายใต้นโยบาย "แบ่งแยกอย่างเท่าเทียม" ("Seperate but equal") ส่งผลให้คนผิวดำในรัฐทางตอนใต้กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง มีคุณภาพชีวิตด้อยกว่าคนผิวขาวและไม่ได้รับความเสมอภาคทางกฎหมาย

การที่โรซ่า พาร์กส์ ไม่ยอมลุกให้คนผิวขาวนั่ง ถือว่าทำผิดกฎหมายจิมโครว์ จึงต้องถูกจับไปดำเนินคดี และนำไปสู่การเดินขบวนเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของคนผิวดำในเวลาต่อมา บางทีเมื่อมองย้อนประวัติศาสตร์แล้วอดเศร้าใจไม่ได้ เพราะเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์แทบทุกชาติ ทำให้ตระหนักว่าความเสมอภาคและความเท่าเทียมไม่เคยมีอยู่อย่างแท้จริง แม้ในประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเปี่ยมไปด้วยสิทธิและเสรีภาพอย่างอเมริกา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:45 น. ดัน‘เหมืองโพแทช’ ปักธงอุดรฯ-โกย7.7หมื่นล้าน
06:30 น. พาณิชย์จังหวัดเสนอ‘ศุภจี’ เดินหน้า5โปรเจกต์สมาร์ทคอมเมิร์ซ
06:15 น. บีโอไอเคาะ2,500ล้าน ปั้น66,500คนรับอุตฯอนาคต
06:05 น. ชีพจรโลกธุรกิจ : 20 มิถุนายน 2569
06:00 น. โจรใต้ลอบกัด บึ้ม2จุดจนท.เจ็บ11
ดูทั้งหมด
คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน
อบอุ่นหัวใจ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ควงลูกชาย ฌอน ไซมอน สุดสง่า เข้าเยี่ยมคารวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
ภาพจำไม่เคยลืม ร้านกาแฟดัง ย้อนความทรงจำ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จฯ เสวยอาหารเช้า
‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงทักทายและประทานกำลังใจ แก่ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569
ดูทั้งหมด
มาให้ขวัญกำลังใจต่อกันและกัน
Upper Airway Stimulation (UAS) ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ CPAP ได้ ‘UAS เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น และต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ’
ป่าทึบแห่งการเมือง
บุคคลแนวหน้า : 20 มิถุนายน 2569
ปากีสถานทิ้งบอมบ์ใส่จักรวรรดิอเมริกา
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บุ๋ม ปนัดดา ฟาดข่าวปลอม ลั่น ใครแช่งขอให้คำนั้นคืนตัว หลังถูกกุข่าวป่วยมะเร็งระยะ 2 อาการทรุดหนัก

เปิดภาพ ปราสาทคนา ล่าสุด พบร่องรอยกระสุนจากการสู้รบ รอวันบูรณะ

ก้าวกระโดดการทูต! รศ.ดร.ดุลยภาค ชี้ อนุทิน ดันไทยสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ

ธงชาติไทยโบกสะบัด! กรม ทพ.13 เชิญธงสู่ยอดเสา ชายแดนคลองหาด พร้อมร้องเพลงชาติสนั่นยอดภู

มือปืนบุกถล่มสนามบินไนเจอร์ ดับ 35 ราย เครือข่ายอัลกออิดะห์อ้างเป็นผู้ก่อเหตุ

สปาร์ก ดิจิทัล ปิดเว็บ! หลังเชื่อมโยงคดี Forex ในผังดีเอสไอ

  • Breaking News
  • ดัน‘เหมืองโพแทช’ ปักธงอุดรฯ-โกย7.7หมื่นล้าน ดัน‘เหมืองโพแทช’ ปักธงอุดรฯ-โกย7.7หมื่นล้าน
  • พาณิชย์จังหวัดเสนอ‘ศุภจี’ เดินหน้า5โปรเจกต์สมาร์ทคอมเมิร์ซ พาณิชย์จังหวัดเสนอ‘ศุภจี’ เดินหน้า5โปรเจกต์สมาร์ทคอมเมิร์ซ
  • บีโอไอเคาะ2,500ล้าน ปั้น66,500คนรับอุตฯอนาคต บีโอไอเคาะ2,500ล้าน ปั้น66,500คนรับอุตฯอนาคต
  • ชีพจรโลกธุรกิจ : 20 มิถุนายน 2569 ชีพจรโลกธุรกิจ : 20 มิถุนายน 2569
  • โจรใต้ลอบกัด บึ้ม2จุดจนท.เจ็บ11 โจรใต้ลอบกัด บึ้ม2จุดจนท.เจ็บ11
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

คำทำนายโบราณสะท้านอเมริกา

คำทำนายโบราณสะท้านอเมริกา

16 มิ.ย. 2569

ฟลอริดาฮาเฮ

ฟลอริดาฮาเฮ

9 มิ.ย. 2569

​เมืองแห่งการภาวนา..ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม

​เมืองแห่งการภาวนา..ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม

2 มิ.ย. 2569

เจมส์ทาวน์..อาณานิคมแรกในอเมริกา

เจมส์ทาวน์..อาณานิคมแรกในอเมริกา

26 พ.ค. 2569

หัวเราะท่วมเลือด

หัวเราะท่วมเลือด

19 พ.ค. 2569

มาเฟียมิวเซียม

มาเฟียมิวเซียม

12 พ.ค. 2569

สั่งได้เพียงปลายนิ้ว

สั่งได้เพียงปลายนิ้ว

5 พ.ค. 2569

ผีหวงบ้าน

ผีหวงบ้าน

28 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved