ขณะลงมือเขียนต้นฉบับชิ้นนี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-เขมรยังคงมีการสู้รบกันอยู่ แต่ดูจะเบาลงบ้างเล็กน้อย เพราะเขมรเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากไทยสามารถยึดเนิน 350 หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เอาไว้ได้ รวมถึงพื้นที่อื่นๆที่เป็นของเรามาก่อน ซึ่งเขมรบุกเข้ามายึดครองเป็นเวลานาน
แต่สันดานเขมรก็ยังไว้ใจไม่ได้ต้องเฝ้าระวังแผ่นดินที่ยึดคืนมาได้แบบตาไม่กะพริบ เพราะเชื่อว่าเขมรยังมีความพยายามที่จะรุกรานไทยอยู่เสมอ ด้วยการเปิดศึกที่ไม่คำนึงถึงกติกามารยาทและมนุษยธรรม ยิ่งกว่านั้นยังมีการสร้างสถานการณ์และโกหกตลบตะแลงอยู่ตลอดเวลา
วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2568 จะมีการประชุมนัดพิเศษของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยมีนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม เป็นเจ้ากี้เจ้าการ แต่ก็คงจะไม่มีผลบวกงอกเงยขึ้นมาสักเท่าไหร่ ตราบใดที่กัมพูชายังเป็นประเทศที่โกหกตั้งแต่หัวยันหาง
ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้ความขัดแย้งบริวเณชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาไม่จบลงง่ายๆ คือ การใช้สื่อเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงของเขมรเอง การโฆษณาชวนเชื่อหรือ propaganda ในภาวะสงคราม หรือเพื่อปลุกระดมให้ประชาชนสนับสนุนรัฐ เป็นเรื่องธรรมดา ที่ไหนก็มี แต่สิ่งที่สื่อออกมาจากรัฐบาลกัมพูชาเลยการโปรปะกันดาพื้นๆ ไปแล้ว ถึงขั้นปล่อยข่าวปลอม ทั้งเพื่อโกหกคนของตัวเอง และโกหกประชาคมโลก
พอพูดถึงการบิดเบือนและปล่อยข่าวปลอมของเขมร ก็นึกไปถึงความเป็นไปของสื่อทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อระดับโลกหรือระดับท้องถิ่น ดูเหมือนว่าทุกวันนี้สื่อมวลชนกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในสังคมเสียเอง
ไม่กี่วันมานี้ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองของสหรัฐอเมริกา ทัลซี่ แก็บบาร์ด กล่าวหาประเทศในกลุ่มนาโต ว่า พยายามที่จะดึงอเมริกาเข้าสู่การเผชิญหน้าโดยตรงกับรัสเซีย และได้ต่อว่า (หรือด่ามั่นเอง) รอยเตอร์ส สำนักข่าวระดับโลกว่า “ปลุกปั่นความหวาดระแวง” เพื่อจะขายสงคราม
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาของ รอยเตอร์ส อ้างว่า “ปูติน ตั้งใจจะเข้ายึดยูเครนทั้งหมด และเรียกคืนส่วนต่างๆ ของยุโรปที่เคยเป็นของอดีตอาณาจักรโซเวียต” โดยอ้างลอยๆ ว่ามาจากแหล่งข่าวนิรนามที่คุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัสเซียได้ปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่มีแผนที่จะโจมตีประเทศในประชาคมยุโรปแต่อย่างใด ประธานาธิบดี วลาดีมีร์ปูติน ของรัสเซียถึงกับบอกว่า “คำโกหกและไร้สาระ”
สรุปว่า โดนจวกทั้งจากรัฐบาลอเมริกันและรัสเซีย
ไม่ใช่ รอยเตอร์ส เท่านั้นที่มีปัญหาด้านความเชื่อถือจากการเสนอข่าวหลายอย่าง บีบีซี และ ซีเอ็นเอ็น ก็เป็น แต่สิ่งที่อันตรายคือ สื่อเหล่านี้เป็นสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลก มีผู้ติดตามมาก อาจจะมีอิทธิพลครอบงำความคิดของผู้รับ
ถ้าเป็นเรื่องเล็กน้อยก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ วิธีนำเสนอที่บิดเบนจากความจริงของสื่อ อาจกลายเป็นเชื้อไฟที่เติมให้กองเพลิงขยายตัวออกไปจนนำความพินาศสู่สังคม, ประเทศ และโลก
วงการสื่อมวลชนไทยเราก็มีด้านมืดของตนตั้งแต่ในอดีต ที่คนส่วนใหญ่รับรู้หรือเชื่อว่ามีจริงก็คือการรับของแจกหรือสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเชียร์หรือโปรโมทสินค้า, กิจการ, ผลผลิต ฯลฯ ไม่ค่อยมีใครถือสา กลายเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย
แต่ก็มีสื่อประเภทหนึ่งที่ใช้วิธีขุดคุ้ยผู้อื่นด้วยการเสนอข่าวด้านลบ หรือโจมตีซ้ำๆ ไปที่บุคคลหรือองค์กรเป้าหมาย เพื่อหวังผลประโยชน์ก้อนใหญ่เป็นค่าปิดปาก หรือเพื่อการสวามิภักดิ์ ซึ่งจะตามมาด้วยผลประโยชน์อีกนั่นแหละ
ในวงการสื่อก็รู้ว่าใครเป็นใคร ดำเนินวิถีทางอย่างไรแต่ก็ตามสำนวนเก่าๆ “แมลงวันไม่ตอมแมลงวัน” สื่อดีๆ ก็ไม่อยากไปข้องแวะด้วย เพราะสื่อสีเทาพวกนี้มักมีมือไม้เป็นนักเลงอันธพาลอยู่ด้วย พร้อมทำร้ายสื่อด้วยกันเองที่วิจารณ์คนที่ตนรับผลประโยชน์อยู่
ตอนหลัง สื่อยุคใหม่ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้โจมตีใครตรงๆ แต่ใช้วิธีพูดหรือเขียนความจริงเพียงบางส่วน อันนั้นก็ยังไม่เท่าไหร่ ที่น่าห่วงก็คือการบิดเบือนหรือโกหกในสถานะสื่อ ซึ่งก็มีทั้งที่อคติส่วนตัว, รับผลประโยชน์เฉพาะบุคคล และไปจนถึงถูกซื้อทั้งบริษัทผ่านการขายในตลาดหลักทรัพย์ แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีสื่อบางพวกใช้วิธีการการตบทรัพย์แบบเก่าๆ อยู่
ความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของยุคสมัยเทคโนโลยีทำให้ใครก็สามารถเป็นสื่อได้ ทำให้สื่อหลักใหญ่ๆไม่ได้สู้กันเอง ยังมีสื่ออิสระอีกมากมาย และบางด้านอาจจะคล่องตัวกว่าในการสืบค้นข้อมูลด้วยซ้ำ สื่อหลักๆ ก็ประสบปัญหาทางการตลาด เมื่อยอดขายลดลง คนหันไปเสพสื่ออิสระกันมากขึ้น
แม้ว่าบรรดาสื่อหลักเจ้าดั้งเดิมจะหันมาเล่นเกมออนไลน์เช่นเดียวกับสื่ออิสระ แต่ต้นทุนของการเป็นสื่อใหญ่ย่อมสูงกว่า จึงไม่แปลกอะไรที่สื่อหลักทุกวันนี้จะหาทางเอาตัวรอดด้วยการหารายได้ทุกทาง ไม่ว่าจะจากธุรกิจ, หน่วยราชการ หรือพรรคการเมือง และนั่นก็มีผลกับการทำงานของสื่อด้วยเหมือนกัน
กลายเป็นหน้าที่ของคนที่เป็นภาครับอย่างเราๆ ต้องกลั่นกรองด้วยสติปัญญาของตนในการเสพสื่อ นั่นคือสิ่งที่ผมเองก็พยายามทำอยู่ทุกวันนี้
ทิวา สาระจูฑะ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี