วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Q : ต้อหิน คืออะไร ชื่อนี้คือมีหินอยู่ในตาใช่หรือไม่
A : ต้อหิน คือความผิดปกติของขั้วประสาทตาชนิดหนึ่ง ทำให้ตาบอดหรือพิการทางสายตาได้ มักเกิดจากภาวะความดันในตาสูงเกินไปจนกดทับเส้นประสาทตาเสียหายบางครั้งความดันตาสูงมากจนตาตึง และปวดคล้ายกับมีก้อนหินในตา (แต่จริงๆ ไม่มีก้อนหิน) จึงเรียกต้อหิน
Q : แตกต่างจากต้อกระจกอย่างไร
A : ต้อกระจกหากเป็นมากจะทำให้ตามัว เมื่อผ่าตัดต้อกระจกแล้ว ภาวะตามัวจะหายไป จะกลับมาใช้สายตาได้ปกติ แต่ต้อหินทำให้ตามัวแบบพิเศษ คือ ภาพที่เห็นจะแคบกว่าปกติคล้ายกับการมองผ่านกล้องส่องทางไกล คือเห็นภาพและบอกได้ว่าเห็นอะไร แต่เห็นไม่กว้าง แม้จะได้รับการรักษาต้อหินหรือผ่าตัดก็ไม่สามารถคืนการมองเห็นให้กลับมาเป็นปกติได้
Q : หากเป็นต้อหินแล้วต้องตาบอดทุกคนหรือไม่
A : ผู้ที่เป็นโรคต้อหินบางรายตาไม่บอด เกิดจากการตรวจค้นพบโรคต้อหินในระยะต้น รักษาได้ทันเวลาและต่อเนื่อง แต่บางรายอาจโชคร้ายมีโอกาสตาบอด หรือสายตาพิการจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หากตรวจพบในระยะท้ายและไม่รักษาตาอาจบอดในเวลารวดเร็ว บางรายตาบอดใน 1-3 ปี หากดูแลรักษาต่อเนื่องอย่างเข้มงวดและจริงจัง จะทำให้คงสภาพสายตาและมองเห็นได้แบบเดิมอย่างยาวนาน บางรายอาจมีสายตาคงที่ 10 ถึง 20 ปี
Q : คำกล่าวที่ว่า “ต้อหิน” คือมหันตภัยเงียบเป็นอย่างไร
A : ต้อหินคือโรคที่ทำให้ตาบอดถาวรเป็นอันดับ 1 ของโรคทางตา และพบมากขึ้นเมื่อสูงวัยขึ้น แต่อาการของโรคต้อหินมีตั้งแต่ปวดตา ตามัว ร่วมกับตาแดงอย่างมากจนถึงไม่มีอาการอะไรเลย จากการสำรวจพบว่า มากกว่า ร้อยละ 50 ของคนเป็นต้อหิน ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคนี้เพราะไม่แสดงอาการ กว่าจะรู้ตัว ก็อยู่ในระยะท้ายของโรคนี้เสียแล้ว คือมีการสูญเสียความกว้างของการมองเห็นไปมาก จนพิการทางการมองเห็นจึงเป็นมหันตภัยเงียบ กลุ่มนี้มักได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นต้อหิน สาเหตุ เช่น มาโรงพยาบาลตรวจตา เพื่อตัดแว่นหรือมาขอใบรับรองแพทย์เพื่อสมัครงาน / ขอใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ และมีอาการตาแห้ง
Q : ในคนสายตาปกติที่ไม่มีอาการใดๆ ควรมาพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจต้อหินเมื่อไหร่
A : 1)ในประชาชนทั่วไปอายุมากกว่า 40 ปี แนะนำว่าควรตรวจสายตาทุกคนหากตรวจแล้วเป็นปกติ ควรมาตรวจซ้ำทุก 5 ปี จากการสำรวจพบว่าคนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี จะมีโอกาสเป็นต้อหิน 1-2 เปอร์เซ็นต์2) ในบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อต้อหินสูงดังนี้
l มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน
l คนที่มีสายตาผิดปกติมากๆ เช่น สายตาสั้นมากกว่า 400 หรือยาวแต่กำเนิดมากกว่า 200
l คนที่เคยได้รับอุบัติเหตุต่อดวงตาอย่างรุนแรงมาก่อน จนทำให้เลือดออกในตา หรือตามัวอย่างมาก กลุ่มนี้ควรรีบรับการตรวจสภาพตา ตั้งแต่ อายุ 30 ปี เป็นต้นไป
Q : ในคนที่เป็นโรคต้อหินแล้วจะมีวิธีการรักษาอย่างไร
A : แนวทางการรักษาโรคต้อหินเน้นไปที่การควบคุมความดันตาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม กับระยะที่เป็นต้อหิน จักษุแพทย์ที่รักษาจะเป็นผู้วินิจฉัย และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม วิธีการรักษา มีตั้งแต่การใช้ยาหยอดตายาแบบรับประทาน เลเซอร์ และผ่าตัดหรือใช้หลายวิธีร่วมกันรวมทั้งรักษาติดตามอาการอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
หากได้รับการดูแลรักษาต้อหินในระยะต้นได้ก็สามารถป้องกันภาวะตาบอดได้แม้จะไม่ใช่ต้อหินระยะต้น การรักษาจะช่วยในการควบคุมความเสียหายหรือการสูญเสียสายตาได้ ทำให้ผู้ที่เป็นต้อหินสามารถใช้สายตาให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหากเกิดอาการแทรกซ้อนใดๆจากการรักษา เช่น ตาแดง เคืองตาหรือคันตา ก็อย่าหมดกำลังใจ หรือหยุดการรักษา ให้ไปพบจักษุแพทย์ที่รักษาท่าน เพื่อปรับหรือเปลี่ยนยา และวิธีการรักษาได้ตลอดเวลา
Q : มีการรักษาหรือป้องกันโรคต้อหินด้วยวิธีอื่นๆบ้างหรือไม่ เช่น การนวด ฝังเข็ม การฝึกโยคะ อาหารและอาหารเสริม หรือวิตามิน
A : l จากข้อมูลการศึกษาและวิจัยในปัจจุบัน ยังไม่พบว่าวิตามินหรืออาหารเสริมชนิดใดจะป้องกันหรือรักษาต้อหินได้ และอาหารเสริมบางชนิดยังอาจกระตุ้นทำให้เกิดต้อหินได้อีกด้วย
l การฝึกโยคะบางท่า เช่น เอาศีรษะลง ในบางรายอาจกระตุ้นให้เกิดต้อหินได้ เนื่องจากความดันในตาสูงมาก จึงมีความเสี่ยงอาจก่อให้เกิดต้อหินได้
l การป้องกันต้อหินที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือการไปตรวจสภาพตากับจักษุแพทย์เป็นระยะ หากพบต้อหินเร็วในระยะแรกจะดีที่สุด และป้องกันการตาบอดได้
สรุป : หัวใจสำคัญในการดูแลรักษาผู้ที่เป็นต้อหิน อยู่ที่ความเข้าใจในธรรมชาติของโรคนี้ ความตั้งใจ และการมีวินัย ในการดูแลรักษาตนเองของผู้เป็นโรคต้อหินอย่างจริงจัง ตลอดจนกำลังใจ และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของญาติ หรือผู้ดูแล และนำมาพบแพทย์ เพื่อรักษาต่อเนื่องหากเกิดข้อแทรกซ้อนจากการรักษา ก็อย่าหมดกำลังใจ ให้ไปพบจักษุแพทย์ เพื่อปรับเปลี่ยนยารักษา หรือเปลี่ยนวิธีการรักษาได้เสมอขอเป็นกำลังให้ผู้เป็นต้อหินและญาติครับ
บทความโดย
ร้อยเอก นายแพทย์จตุพร งามจิตติอำไพ
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

นึกว่าสาวเกาหลี นุ่น วรนุช สวมฮันบกท่ามกลางหิมะ สดใสท้าลมหนาว
กู้ภัยแจ้งเบาะแสเด็กหาย พบร่างหนูน้อยวัย 3-4 ขวบ กลางป่าสระบุรี
ยอดขายถล่มทลาย ม้า อรนภา ห่อหมกหมดในพริบตาหลังโดนร้องเรียน
‘เซ็นทรัลพัฒนา’นิวไฮ 3 ปีซ้อน ‘รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก’ปี68โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แสงเหนือเป็นเหตุ สรยุทธโพสต์ภาพเลียนแบบ ผู้กองธรรมนัส ทำโซเชียลแห่แซวยับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี