วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
“ขน” เปรียบเสมือนเกราะป้องกันอันตรายให้กับผิวหนังของสุนัขและแมว “คุณภาพและสุขภาพของขน” ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้สุนัขและแมวของเรามีความน่ารัก น่ากอด ซึ่งขนจะมีสุขภาพดีหรือไม่นั้น มีปัจจัยอะไรที่เกี่ยวข้อง และมีวิธีการดูแลเส้นขนของสัตว์เลี้ยงของเราอย่างไร วันนี้เรามาคุยเรื่องนี้กันครับ
@ ขนคืออะไร?
“ขน” (Hair coat) เป็นโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นเส้น ทำหน้าที่เป็นเกราะปกคลุมผิวหนังและห่อหุ้มร่างกายของสัตว์ โดยทั่วไป ขนของสุนัขมักจะมี 2 ชั้น คือขนชั้นนอก/ชั้นบน (top coat) และขนชั้นใน/ชั้นล่าง (under coat)
@ กลุ่มของสุนัขและแมว แบ่งตามรูปแบบของขนได้ดังนี้?
เราสามารถแบ่งกลุ่มของสัตว์เลี้ยงแบบง่ายๆ โดยใช้ การมี/ไม่มีขน และความยาวของเส้นขนได้ดังนี้
1.กลุ่มไม่มีขน หรือ Hairless เป็นกลุ่มที่ไม่มีขนเลย หรือมีขนเล็กน้อย ซึ่งเป็นขนที่ละเอียดและสั้น เช่น สุนัขพันธุ์ไชนิส เครสเต็ด และแมวพันธุ์สฟิงซ์ เป็นต้น
2.กลุ่มขนสั้น หรือ Short-haired ส่วนใหญ่มีขนชั้นนอกที่หนา และยาวกว่าขนชั้นใน เช่น สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล คอร์กี้ ชิวาวาขนสั้น และแมวพันธุ์ไทย-อเมริกันชอร์ตแฮร์เป็นต้น
3.กลุ่มขนยาว หรือ Long-haired ชนิดนี้จะมีขนชั้นนอกที่ยาว หยาบ และเหยียดตรง และขนชั้นในที่หนา เช่น สุนัขพันธุ์ปักกิ่ง ชิห์สุ โกลเด้นรีทรีเวอร์ ยอร์คเชียร์เทอเรียร์ แมวพันธุ์เมนคูน เปอร์เซีย และฮิมาลายัน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีขนลักษณะพิเศษอื่นๆ อีก เช่น ขนลักษณะหยิกเป็นลอน เช่นสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล บิชอนไฟรส์ ขนลักษณะหยิกเป็นม้วนขด เช่น สุนัขพันธุ์พูลิ เคอรี่บลูเทอเรียร์ หรือ ขนลักษณะแข็งคล้ายเส้นลวด เช่น สุนัขพันธุ์ แอรีเดลเทอเรียร์ เป็นต้น
@ขนมีความจำเป็นต่อสีตว์เลี้ยงอย่างไร
ขนมีหน้าที่ที่มีจำเป็นต่อสัตว์หลายอย่าง หน้าที่ของขนมีดังนี้
1. ปกคลุมร่างกาย ช่วยป้องกันผิวหนังจากอันตรายจากสิ่งแวดล้อม เช่น เชื้อโรคแสงแดด สารเคมี รวมถึงจากป้องกันการบาดเจ็บผิวหนังจากการถูกกัดหรือข่วนลำตัวอีกด้วย
2. ป้องกันการสูญเสียความร้อน และควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
3.ลดการเสียดสีระหว่างการเดิน เช่น ขนที่ฝ่าเท้าแมว
4.ช่วยในการพรางตัวจากศัตรู
5.เพื่อความสวยงาม และช่วยจำแนกชนิดและพันธุ์ของสัตว์
จะเห็นว่า ขนมีความสำคัญต่อร่างกายของสุนัขและแมวของเราเป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์หลายท่านมองข้ามไป ส่วนใหญ่ละเลยที่จะให้การดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ซึ่งอาจส่งผลให้ขนกลายเป็นปัญหารุนแรงและเรื้อรังได้
@ปัจจัยที่ทำให้เส้นขนของสุนัขแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน มีอะไรบ้าง?
ในสุนัขและแมวแต่ละตัว จะมีขนที่แตกต่างกัน บางตัวขนสั้น ขนยาว ขนหยิก ขนตรง ทั้งที่เป็นพันธุ์เดียวกัน หรือเกิดมาจากพ่อแม่เดียวกันก็ตาม สาเหตุของความแตกต่างเหล่านั้น ถูกควบคุมหลายปัจจัย เช่น
-พันธุกรรม สำหรับปัจจัยด้านพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย ของสุนัข ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควบคุมได้ยาก จึงพบว่าสุนัขบางตัวจะมีขนลักษณะมันวาวดุจแพรไหม ไม่พันกันยุ่งเหยิงจนเป็นสังกะตัง ในขณะที่สุนัขบางตัวมีขนหยาบกระด้าง พอปล่อยยาวนิดหน่อยก็พันกันจนเป็นสังกะตังเลยทีเดียว
-สุขภาพร่างกาย พบว่าในสุนัขที่มีสุขภาพดี สมบูรณ์ แข็งแรง สุขภาพขนก็จะเงางาม แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่ายเช่นเดียวกัน
สำหรับปัจจัยในด้านสุขภาพนี้เจ้าของสัตว์สามารถดูแลได้ ด้วยการพาไปตรวจเช็คสุขภาพกับสัตวแพทย์ หากมีปัญหาเรื่องขนสามารถบำรุงด้วยวิตามินหรือผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นขนตามที่สัตวแพทย์เห็นสมควรได้
-อาหารและการดูแล ปัจจัยด้านนี้ เป็นปัจจัยที่เจ้าของสัตว์ทุกท่านต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ขึ้นกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงเป็นหลักได้แก่ ปัจจัยเรื่อง “อาหาร” หากสุนัขได้รับอาหารคุณภาพดี สารอาหารครบถ้วนในแบบที่สุนัขต้องการ ก็จะส่งผลให้มีสุขภาพขนเงางามเข็งแรง ส่วนในเรื่อง “การดูแล” ถือเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าของสุนัข ทั้งในเรื่องการอาบน้ำ ตัดขนเป่าแห้งบำรุงขน ซึ่งเจ้าของสามารถทำเองได้ หรือพาเข้าร้านอาบน้ำตัดขนก็ได้
-ปรสิตที่ผิวหนัง เป็นสิ่งที่ก่อกวนสุนัขอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเห็บ หมัด เหา ไรหรือยุง นอกจากจะก่อกวนสุนัขแล้วยังนำพาโรคร้ายต่างๆ ที่อาจรุนแรงถึงทำให้สุนัขเสียชีวิตได้ ได้แก่ โรคพยาธิเม็ดเลือด โรคพยาธิหนอนหัวใจ โรคโลหิตจางโรคผิวหนังจากการแพ้น้ำลายหมัด เป็นต้น
จากที่กล่าวมาข้างต้น ทุกท่านคงจะทราบแล้วว่า เรื่องขนสุนัขเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งต้องการการดูแล แม้ว่าจะมีบางปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรม แต่ก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ช่วยให้ขนสุนัขมีสุขภาพดีได้ด้วยตัวของเราเอง
@เราจะช่วยให้สุนัขของเรามีขนสุขภาพดีได้อย่างไร?
1. ควรแปรงขนทุกวัน โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ขนยาว การแปรงขนช่วยลดปัญหาการเกิดสังกะตังได้เป็นอย่างดี จะช่วยขจัดสะเก็ดรังแคและสิ่งสกปรกที่ติดตามเส้นขน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคต่างๆ ด้วย นอกจากนี้การแปรงขนยังช่วยกระตุ้นหลอดเลือดที่มาเลี้ยงเส้นขน รวมทั้งยังช่วยกระตุ้นต่อมไขมันบริเวณเส้นขน ทำให้เส้นขนเงางาม แข็งแรง ทั้งนี้เราอาจใช้โลชั่นบำรุงขนชโลมเพื่อให้เกิดความเงางามก็ได้ แต่การเลือกใช้ก็ควรต้องปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ หรืออาจต้องทดสอบเพื่อไม่เกิดการแพ้ก่อนใช้ด้วย
2. ควรอาบน้ำเมื่อตัวสุนัขสกปรก เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค อันเป็นต้นเหตุของโรคผิวหนัง แต่หากเราอาบน้ำให้บ่อยเกินไป ก็อาจจะทำให้ผิวหนังแห้งได้เช่นกัน
สำหรับแชมพูที่ใช้ จะต้องปรับตามสภาพขนและผิวหนังในสุนัขแต่ละตัว หากสุนัขมีปัญหาติดเชื้อที่ผิวหนังก็ต้องใช้แชมพูสำหรับฆ่าเชื้อตามที่สัตวแพทย์แนะนำ
ข้อควรระวังในการอาบน้ำคือ ต้องล้างแชมพูออกให้สะอาดหมดจด จากนั้นต้องเช็ดตัวและเป่าขนสุนัขให้แห้งด้วยลมที่ไม่ร้อนเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังจากความชื้น เช่นเชื้อรา ยีสต์ แบคทีเรีย เป็นต้น หลังจากเป่าขนอาจมีการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงขนตามความจำเป็นของสุนัขแต่ละตัวก็ได้
3. ตัดแต่งขนเป็นประจำหรือตามจำเป็น สำหรับความถี่ของการตัดขนขึ้นกับลักษณะเส้นขนของสุนัขแต่ละตัว สุนัขบางตัวมีขนยาวต่อเนื่องอย่างรวดเร็วซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสังกะตัง การตัดแต่งขนจะช่วยให้เจ้าของสามารถดูแลขนและผิวหนังได้ง่ายขึ้น ในทางตรงข้ามสำหรับสุนัขพันธุ์ขนสั้นไม่มีความจำเป็นต้องตัดแต่งขน
ข้อมูลเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์ควรศึกษาและให้ความเอาใจใส่ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงที่คุณรักมีสุขภาพขนที่แข็งแรง สวยงาม ไม่เกิดปัญหาโรคติดเชื้อต่างๆ ที่ทำให้เกิดความรำคาญใจต่อทั้งตัวสัตว์และผู้เลี้ยง ดังนั้นหากคิดจะเลี้ยงสุนัขสักตัว จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานในเรื่องลักษณะขนและการดูแลของพันธุ์นั้นๆ ด้วย เพื่อที่เราจะได้ประเมินตนเองก่อนว่า “เราเลี้ยงไหวหรือไม่” เนื่องจากการดูแลเส้นขนของสัตว์นั้น มีวิธีการและขั้นตอนการดูแลขนที่เราต้องทำอย่างสม่ำเสมอ “ตลอดช่วงชีวิต” ในการเลี้ยงเขาครับ
“หมอโอห์ม”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี