วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์ก่อน หมอเคยเล่าไว้ว่าในเดือนมกราคมนี้จะมีการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีการกำหนด ประกาศบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2569 แต่ได้มีการรับฟังข้อคิดเห็นต่างๆ จนมีการพัฒนาและ
ปรับปรุงและขยายเวลา การบังคับใช้ข้อบัญญัติ วันนี้หมอก็จะมาเล่ารายละเอียดให้ฟังคร่าวๆ เพื่อจะเป็นประโยชน์อีกครั้งกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานครว่าทำไมต้องขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง
ข้อบัญญัติ กทม. ควบคุมการเลี้ยงสัตว์ พ.ศ. 2567 ด้วยความต้องการกำกับดูแลสัตว์เลี้ยงในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะสุนัขและแมวมีพื้นฐานจากหลายปัจจัยเชิงสาธารณสุขและสังคม
• ปัญหาสัตว์จรจัด : กรุงเทพมหานครมีปัญหาการเพิ่มจำนวนสัตว์จรจัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะและสุขภาพคน เช่น ความเสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้าและการกัดรบกวนประชาชน
• ความหนาแน่นของพื้นที่เมือง : พื้นที่ที่อยู่อาศัยในเมืองมีความหนาแน่นสูง การเลี้ยงสัตว์จำนวนมากโดยไม่มีการควบคุมสามารถสร้างปัญหามลภาวะ (เสียง–กลิ่น), ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้อยู่อาศัย และภาระบริการสาธารณะ
• การเดินทางและการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง : ภายใต้ระบบเมืองที่เคลื่อนไหวเร็ว การระบุเจ้าของสัตว์อย่างระบบไมโครชิปช่วยให้การติดตามกลับสัตว์ รักษาสิทธิความเป็นเจ้าของ และลดการทอดทิ้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยนโยบายนี้สะท้อนการนำหลัก One Health (สุขภาพหนึ่งเดียวระหว่างมนุษย์–สัตว์–สิ่งแวดล้อม) มาปรับใช้ในระดับท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทเมืองหลวงที่มีความหนาแน่นสูงการขึ้นทะเบียนและไมโครชิปข้อบัญญัติ กำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องฝังไมโครชิปและจดทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่นภายใน
- 120 วันหลังคลอด หรือ
- 30 วันหลังได้รับสัตว์มาเลี้ยง
เพื่อให้สามารถระบุเจ้าของที่ชัดเจนและติดตามได้ง่ายเมื่อสัตว์หลุดหรือถูกทอดทิ้ง นโยบายนี้มีเป้าหมายหลักคือ การจัดการข้อมูลเชิงระบบและการรับผิดชอบของเจ้าของ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการจัดการสัตว์หลุดรอดในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและยุโรป
การจำกัดจำนวนสัตว์ตามพื้นที่อยู่อาศัย เป็นสิ่งที่ผิดจากระบบกฎหมายไทยเดิม โดยกำหนดโควตาสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่ใช้สอย เช่น
ขนาดพื้นที่อยู่อาศัย จำนวนสัตว์เลี้ยงที่อนุญาต
- 20–80 ตารางเมตร 1–2 ตัว
- 80–200 ตารางเมตร 2–3 ตัว
- 2 / 3
- 200–400 ตารางเมตร 3–4 ตัว
- > 400 ตารางเมตร สูงสุด 6 ตัว
โดยข้อจำกัดนี้มุ่งเน้น ความเหมาะสมของพื้นที่ต่อความเป็นอยู่สัตว์และมนุษย์ เพื่อป้องกันปัญหาสุขอนามัย, ความเครียดสัตว์ และความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน
มาตรการควบคุมสุนัขอันตราย สัตว์ที่ถูกจัดประเภท “อันตราย” เช่น Pitbull, Rottweiler และบางสายพันธุ์อื่น ๆ ต้องได้รับการควบคุมพิเศษ เมื่อนำออกสู่สาธารณะ เช่น ใส่ตะกร้อครอบปาก ใช้สายจูงที่แน่นหนา ผู้ควบคุมต้องมีอายุและความสามารถตามกำหนด มาตรการเหล่านี้สะท้อน การป้องกันความเสี่ยงต่อสาธารณะ โดยอาศัยมาตรการควบคุมพฤติกรรมสัตว์ ซึ่งใกล้เคียงกับแนวคิดของการบริหารความเสี่ยงจากสัตว์อันตรายในหลายประเทศ
ข้อบัญญัติเข้มงวดกว่ากฎหมายเดิม แต่พยายามสร้าง สมดุลระหว่างการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ กับ สิทธิของเจ้าของสัตว์เลี้ยง โดย:
• ให้เวลาผ่อนผันก่อนเริ่มบทลงโทษอย่างเป็นทางการ
• มีข้อยกเว้นสำหรับสัตว์ที่มีอยู่เดิม (grandfather clause)
• เปิดบริการฝังไมโครชิปและลงทะเบียนเพื่ออำนวยความสะดวก
สิ่งนี้สะท้อนการออกแบบนโยบายสาธารณะที่คำนึงถึงความเป็นธรรมและความสามารถในการปฏิบัติได้จริงของประชาชน
การบังคับใช้ระบบไมโครชิปและทะเบียนสัตว์เลี้ยงมีผลต่อหลายหน่วยงาน:
• หน่วยงานสาธารณสุขสัตว์ จะมีข้อมูลเชิงพื้นที่ทำให้ควบคุมโรคระบาดได้ดีขึ้น
• สำนักงานเขต ต้องจัดการฐานข้อมูลและติดตามการปฏิบัติตามกฎหมาย
• บริการสัตวแพทย์สาธารณะ ต้องรองรับงานฝังไมโครชิปและให้ความรู้สาธารณะ การบังคับใช้จะเป็นตัวชี้วัด ศักยภาพระบบการบริหารราชการในเมืองใหญ่ (Urban governance) เมื่อเริ่มบังคับใช้จริง (หลัง 10 มกราคม 2570 ตามที่สภา กทม.ขยายเวลา)
• ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกปรับตามกฎหมายสูงสุด 25,000 บาท
• เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสถานที่เลี้ยงสัตว์ได้เพื่อประเมินความสอดคล้องกับข้อกำหนด บทลงโทษและการตรวจนี้มีพื้นฐานทางกฎหมายในพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ซึ่งใช้ร่วมกับข้อบัญญัติของท้องถิ่น
กล่าวโดยสรุปกันครับ ข้อบัญญัติฯ ฉบับนี้ถือเป็นการยกระดับการกำกับดูแลสัตว์เลี้ยงในเมืองหลวง โดย:
1. เปลี่ยนจากระบบรวบรวมข้อมูลแบบเดิมมาเป็น ระบบข้อมูลระบุตัวตน (microchip)
2. ปรับระบบควบคุมจำนวนสัตว์ตามพื้นที่เพื่อ ความเป็นอยู่และสุขอนามัยร่วมกัน
3. ใช้มาตรการลดความเสี่ยงที่อิงหลักวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
4. มีการขยายเวลาให้สังคมเตรียมความพร้อมก่อนบังคับใช้จริง
ในภาพรวมเป็น กรอบการจัดการสัตว์เลี้ยงระดับเมือง ที่พยายามผสานระหว่าง ความปลอดภัยสาธารณะ, สวัสดิภาพสัตว์, และการอยู่ร่วมกันในสังคมเมือง โดยอ้างอิงหลักการของการวางนโยบายสาธารณะในบริบทเมืองใหญ่ ช่วยกันนะครับ เพื่อให้บ้านเมืองเราน่าอยู่มากขึ้น
น.สพ. นนทษิต ชุติญาณวัฒน์
โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

'Gawdland'แดร็กควีนไทยบนเวทีระดับโลก ทำจึ้งเสิร์ฟไม่หยุด!นำเสนอความเป็นไทยบนเวทีโลก
'ทูตสหรัฐฯ' เข้าทำเนียบฯขึ้นตึกไทย พบ 'อนุทิน' คาด แจงสถานการณ์ สู้รบตะวันออกกลาง
กกต.มีมติประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พร้อม สส.เขตอีก 3 เขต
ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน วราวุธ อู้ฟู่ 765 ล้าน ที่ดินสุพรรณฯ 200 ล้าน นาฬิกา 30 เรือน
‘ปตท.-โออาร์’ตอบรับนโยบายรัฐบาล-ลดค่าครองชีพปชช. ตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี