วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
จากความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤติขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าใน 14 จังหวัดภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดภาคใต้ตอนกลางและตอนล่าง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของการท่องเที่ยว จนเคยเกิดกระแสไฟฟ้าดับทั่วภาคใต้มาแล้วทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลหลายยุคพยายามหาทางแก้ปัญหาจนมาถึงรัฐบาลปัจจุบันมีแนวคิดผลักดันโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และที่จังหวัดกระบี่
แนวคิดสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนกระแสไฟฟ้าในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้ ได้รับการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็ด้วยเหตุผลว่า ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยถ่านหินมีความสะอาดปลอดภัยและมีระบอบป้องกันไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือทำลายสิ่งแวดล้อมแทบจะ 100% ซึ่งหลายประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและเข้มงวดในเรื่องสิ่งแวดล้อมก็มีโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน อาทิ ญี่ปุ่น อีกทั้งถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ มาก
อย่างไรก็ตาม โครงการที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในสองจังหวัดภาคใต้ ถูกต่อต้านจากประชาชนบางส่วนในพื้นที่สองจังหวัด มาอย่างต่อเนื่องเพราะหวั่นเกรงว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินจะก่อมลพิษและทำลายสภาพแวดล้อมอย่างที่เคยมีบทเรียนมาแล้วกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปางซึ่งมีประชาชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้าจำนวนมากเจ็บป่วยและหลายรายเสียชีวิต
จากกระแสคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดสงขลา และจังหวัดกระบี่ ทำให้อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์กลุ่มหนึ่งได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อนหน้านี้เพื่อขอให้ทบทวนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน มาเป็นโรงไฟฟ้าจากพลังงานก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) แทน
ทั้งนี้ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ เหตุผลว่า แอลเอ็นจีเป็นเชื้อเพลิงที่มีแหล่งผลิตที่หลากหลายไม่ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง และมีตลาดซื้อขายที่พัฒนาจึงทำให้ลดความเสี่ยงในการจัดหาและเป็นการกระจายความเสี่ยงในเรื่องแหล่งผลิต
นอกจากนี้จากราคาแอลเอ็นจีและราคาถ่านหินในปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแอลเอ็นจีใกล้เคียงหรือต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจากถ่านหิน รวมถึงเงินลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าแอลเอ็นจีต่ำกว่าเงินลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินถึงประมาณ 50% อีกทั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแอลเอ็นจีใช้ระยะเวลาในการขออนุญาตก่อสร้างเพียง 48 เดือน ถ้าเทียบกับระยะเวลาการขออนุญาตและก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่นานถึง 80 เดือน
อีกทั้งการสร้างโรงไฟฟ้าแอลเอ็นจี ที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดกระบี่ จะเสริมสร้างความมั่นคงให้ประเทศจากปัจจุบันมีการนำเข้าแอลเอ็นจี ที่จังหวัดระนองเพียงจุดเดียว และการยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินยังเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจน
ของไทยในสายตาโลกในความตั้งใจที่จะลดภาวะเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน
ขณะเดียวกันนักวิชาการบางท่านเสนอว่ารัฐยังมีทางเลือกอื่นๆแทนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งไม่มีหลักประกันที่ชัดเจนว่าจะไม่ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะและสภาพแวดล้อม โดยยังมีพลังงานหมุนเวียนอีกหลายประเภทที่ควรนำมาใช้ อาทิ พลังงานจากลม แสงอาทิตย์ หรือก๊าซชีวมวล โดยรัฐควรที่หาแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่หลากหลายผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มทางเลือกในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว

ปากีสถาน ขึ้นราคาน้ำมันครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางสงครามอิหร่าน
ต่อชีวิต! ตร.โครงการพระราชดำริ ใช้จยย.ชุดใหม่ เปิดทางส่งหัวใจดวงที่ 161 จากดอนเมือง-รพ.รามาฯ ใน 16 นาที
ระทึกกุมภวาปี! หนุ่มคลั่งยาจุดไฟเผาฟางหวังปลิดชีพพ่อ-ก่อนปีนหลังคาถือมีดท้าไฟ
ลุงป้อม ยิ้มแป้น! ชวนเพื่อน ตท.6 บุกชิม ข้าวแกงป้าหงษ์ ร้านลับในสนามกอล์ฟ ทบ.
สส.รายงานตัวสภาฯ 10 วัน รวม 377 คน เหลือ 122 คน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี