Logo วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.
กฎหมายอ่อนหรือการบังคับใช้มีปัญหา?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญและไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดินอย่างมาก กับกรณีกลุ่มอันธพาลยกพวกบุกถล่ม รร.มัธยมวัดสิงห์ เขตจอมทอง ทำร้ายร่างกายทั้งผู้อำนวยการ ครูและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เพียงเพราะไม่พอใจที่ทางโรงเรียนขอให้กลุ่มวัยรุ่นลดเสียงจากลำโพงในงานบวชภายในวัดใกล้ๆ กันลงเนื่องจากกำลังจัดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ซึ่งเป็นการสอบที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย


ด้านหนึ่งต้องชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานกันอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดยังไม่พ้น 24 ชั่วโมง ก็สามารถควบคุมตัวบรรดาอันธพาลได้นับสิบคน พร้อมแจ้งหลายข้อหาตามพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด อย่างไรก็ตาม เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ยังเป็นอีกหนหนึ่งที่สังคมไทยโดยเฉพาะยุคที่ใครจะระบายอารมณ์อะไรอย่างไรก็ได้ผ่านสื่อออนไลน์ ยังมีความเชื่อเช่นเดิมว่า “เพราะกฎหมายไทยอ่อน..คนชั่วถึงกร่างเต็มบ้านเต็มเมือง” คำถามคือแล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

เพราะกรณีกลุ่มอันธพาลดังกล่าว หากผู้ต้องหามีความผิดจริงตามที่ผู้เสียหายให้การจริง เช่น “กรณีทำร้ายร่างกาย” ตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าถึงขั้นเลือดตกยางออกต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ความผิดจะมีตั้งแต่ “มาตรา 295” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากถึงขั้นผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส “มาตรา 297”ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-10 ปี

นอกจากนี้หากเข้าองค์ประกอบใน “มาตรา 289”(เช่น มีการไตร่ตรองไว้ก่อนลงมือก่อเหตุ) โทษจะหนักขึ้น เช่น มาตรา 295 โทษจะหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมาตรา 297 โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกตั้งแต่ 2 ปี-10 ปี หรือ “กรณีที่นักเรียนหญิงให้การว่าถูกผู้ต้องหาบางรายลวนลาม” ซึ่งจะเข้าข่ายความผิดใน “มาตรา 278” ว่าด้วยการอนาจารผู้อายุ 15 ปีขึ้นไป ผู้กระทำจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ในความรู้สึกของผู้คน โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่มีการสร้างกระแสเปรียบเทียบประชากรที่ตอนเด็กก็ขยันเรียนตอนโตก็ขยันทำงาน กับประชากรที่ตอนเด็กก็เกกมะเหรกเกเรพอโตมาก็ทำตัวเป็นอันธพาลหรือเป็นมิจฉาชีพ อาจมองว่าโทษเท่านี้ไม่ทำให้คนกลัวเกรง เพราะประชากรกลุ่มหลังไม่เคยคิดอะไรเป็นสาระแก่ชีวิตอยู่แล้วไม่เช่นนั้นคงไม่ด้อยคุณภาพอย่างที่สังคมพบเห็น แต่ต้องบอกว่า “ในความเป็นจริงทุกชนชั้นล้วนเกรงกลัวกฎหมาย หากกฎหมายที่มีอยู่บังคับใช้ได้จริง” โดยไม่ต้องนำหลักแก้แค้นทดแทนหรือเอาสะใจเข้าว่ามาประกอบด้วยซ้ำไป

ย้อนไปในปี 2556 ชำนาญ จันทร์เรือง ขณะนั้นเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยแพร่บทความ “โทษประหารชีวิตไม่ทำให้อาชญากรรมลดลง” อ้างอิงผลการศึกษาในประเทศแคนาดา ที่พบว่าในปี 2518 ที่ยังมีโทษประหารชีวิต มีอัตราคดีฆาตกรรมอยู่ที่ 3.09 คนต่อประชากรแสนคน ต่อมาในปี 2523 ที่ยกเลิกโทษประหารชีวิต สถิติลดลงมาอยู่ที่ 2.41 คนต่อประชากรแสนคน และปี 2548 อยู่ที่ 2 คนต่อประชากรแสนคนตามลำดับ (และหากดูข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ในปี 2560 พบว่าอยู่ที่ 1.8 คนต่อประชากรแสนคน)

หรือถ้าจะให้เป็นรายงานอย่างทางการกว่านั้นในปี 2557 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นำเสนอรายงาน บทสรุปทางวิชาการ “แนวทางความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตในสังคมไทย ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล” (ท่านผู้อ่านสามารถค้นหาบนอินเตอร์เนตได้ในชื่อ : เอกสารทางวิชาการประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โทษประหารชีวิตยังจำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่”) อ้างอิงผลการศึกษาและรายงานจากหลายแห่งต่างเห็นไปในทางเดียวกันว่าจะมีหรือไม่มีโทษประหารก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถิติคดีอาชญากรรม

เช่น ในสหรัฐอเมริกา เปรียบเทียบระหว่างมลรัฐที่มีโทษประหารชีวิต อาทิ เท็กซัส มีคดีฆาตกรรม5.4 คนต่อประชากรแสนคน กับมลรัฐที่ไม่มีโทษประหารชีวิต อาทิ ไอโอวา มีคดีฆาตกรรมเพียง 1.1 คนต่อประชากรแสนคน และแม้จะมีงานวิจัยบางชิ้นที่พบว่าการใช้โทษประหารชีวิตมีผลให้คนยับยั้งชั่งใจไม่กล้ากระทำผิด แต่ดูเหมือนจะให้น้ำหนักกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาด “คนไม่กลัวโทษหนักมากเท่ากับที่กลัวการถูกจับได้” รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เจริญก้าวหน้าเสียมากกว่า

ชาติชาย สุทธิกลม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เคยให้สัมภาษณ์กับ “ทีมงาน นสพ.แนวหน้า” (ยกเลิก“โทษประหารชีวิต” ทิศทางโลกvsกระแสสังคมไทย : หน้า 13 นสพ.แนวหน้า ฉบับวันอังคารที่ 6 มิ.ย. 2560)ยืนยันอีกเสียงว่า “ลำพังการต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำถูกจำกัดเสรีภาพก็ถือว่าทำให้คนเกรงกลัวได้แล้วขอแค่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ” ตั้งแต่เมื่อเกิดเหตุ ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้เร็ว หลักฐานแน่นหนาไม่ผิดตัว กระทั่งศาลตัดสินจำคุก

ข้างต้นนี้เป็นข้อค้นพบกรณีประเทศที่ยกเลิกโทษประหารแต่ยังมีกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากใช้หลักคิดแบบเดียวกันกับความผิดเรื่องอื่นๆ ก็เชื่อว่าจะได้ผลไม่แตกต่าง ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวเสียหน่อยจากที่เคยมีโอกาสพูดคุยกับคนขับรถแท็กซี่หลายท่าน และทุกท่านบอกตรงกันว่า “ไม่กล้าฝ่าไฟแดงในแยกที่รู้ว่ามีกล้อง” เพราะไม่อยากถูกปรับ “เคยโดนส่งใบสั่งไปถึงบ้าน ถูกปรับเงินถึงจะจำนวนน้อยๆ ครั้งละไม่กี่ร้อยบาท แต่โดนบ่อยๆ ก็ลำบากเหมือนกัน” แถมยังมีประวัติที่ส่งผลต่อการต่อใบขับขี่สาธารณะอีกต่างหาก

ฉันใดก็ฉันนั้น..ที่ผ่านมาคนไทยมักจะมองอย่างทำใจว่า “ดูเหมือนกฎหมายไทยจะไม่ศักดิ์สิทธิ์เอาเสียเลย” เพราะเมื่อเกิดคดีความไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ “มักจะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างเสมอว่าบรรดาคนใหญ่คนโตก็ดี หรือคนในสังกัดของคนใหญ่คนโตนั้นก็ตาม พอไปทำผิดก็จะมีกระบวนการบางอย่างเข้าไปช่วยเหลือให้หลุดคดีไม่ต้องรับโทษ” หรือแม้กระทั่งช่วยพาหลบหนีกรณีศาลมีคำพิพากษาแล้ว เมื่อได้เห็นได้ยินเรื่องแบบนี้บ่อยครั้งเข้า “ใครจะเคารพยำเกรงกฎหมาย” มีแต่จะยิ่งพยายามไปขอฝากเนื้อฝากตัวกับผู้มีอำนาจ หรือเป็นผู้มีอำนาจเสียเอง

ดังนั้นสิ่งที่สังคมไทยควรเรียกร้องคือ “ทำอย่างไรกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจึงจะมีประสิทธิภาพและเสมอหน้าอย่างแท้จริง” อย่างที่ประเทศเจริญแล้วเขาเป็นอยู่ น่าจะเป็นวิธีคิดที่นำไปสู่การแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าหรือไม่?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:31 น. ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ออกรับเครื่องราชสักการะและพานพุ่มเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
15:30 น. เอลนีโญทำพิษ! เกาะสมุยน้ำประปาไม่พอใช้ สั่งหั่นโซนจ่ายน้ำด่วน ประทังวิกฤตแล้ง
15:27 น. กาลเวลาทำอะไรไม่ได้ เมย์ ปทิดา อวดออร่าพุ่งริมทะเล วัยเลข 5 แต่ยังเป๊ะทุกมุม
15:26 น. ผงะ! ฮาเร็มริมทางแห่งใหม่? พบถุงยางใช้แล้วทิ้ง เกลื่อนนับพันชิ้น
15:23 น. พลิกร่วงเร็ว!‘รอนนี่’พ่ายแชมป์เก่าตกรอบคิวโลก
ดูทั้งหมด
สะเทือนโลก เวเนซุเอลา ประกาศถอนตัวจาก ICC แฉระบบเน่าเฟะ-รังแกประเทศเล็ก
เปิดโผแต่งตั้งโยกย้าย บิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ล่าสุด! สุริยะ จ่อเสนอเข้าครม.พรุ่งนี้
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 24-30 ก.ค.69
โรงกลั่นน้ำมันซาอุฯพินาศ ระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดขีปนาวุธ 2 ลูก ฮูตียิงจากเยเมน
ลูกค้ารีวิวเค้ก 1 ดาวถูกร้านฟ้อง 5 ล้าน ล่าสุดศาลตัดสินแล้ว ทำโซเชียลแห่แชร์
ดูทั้งหมด
Google กำลังเสียบัลลังก์? เมื่อคนเริ่ม
สหรัฐฯ‘ถังแตก’หนี้ท่วมหัว
ปราบโกงสอบราชการ ตัดเนื้อร้ายทำลายประเทศ
ไล่ล่าโจรก่อการร้าย
EV ก็ไม่ดี - Data Center ก็ไม่เอา ฯลฯ ความจริงเศรษฐกิจไทย ไม่ตกขบวน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เอลนีโญทำพิษ! เกาะสมุยน้ำประปาไม่พอใช้ สั่งหั่นโซนจ่ายน้ำด่วน ประทังวิกฤตแล้ง

กาลเวลาทำอะไรไม่ได้ เมย์ ปทิดา อวดออร่าพุ่งริมทะเล วัยเลข 5 แต่ยังเป๊ะทุกมุม

พลิกร่วงเร็ว!‘รอนนี่’พ่ายแชมป์เก่าตกรอบคิวโลก

ผงะ! ฮาเร็มริมทางแห่งใหม่? พบถุงยางใช้แล้วทิ้ง เกลื่อนนับพันชิ้น

ลุกขึ้นแล้วภาพตัด เวียนหัวบ่อยเวลาเปลี่ยนท่า เช็ก 5 สัญญาณเตือนจากร่างกาย ก่อนสายเกินแก้

ตะวันออกกลางเดือด เซนต์คอม ซัด อิหร่าน ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในซาอุฯ

  • Breaking News
  • ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ออกรับเครื่องราชสักการะและพานพุ่มเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ออกรับเครื่องราชสักการะและพานพุ่มเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
  • เอลนีโญทำพิษ! เกาะสมุยน้ำประปาไม่พอใช้ สั่งหั่นโซนจ่ายน้ำด่วน ประทังวิกฤตแล้ง เอลนีโญทำพิษ! เกาะสมุยน้ำประปาไม่พอใช้ สั่งหั่นโซนจ่ายน้ำด่วน ประทังวิกฤตแล้ง
  • กาลเวลาทำอะไรไม่ได้ เมย์ ปทิดา อวดออร่าพุ่งริมทะเล วัยเลข 5 แต่ยังเป๊ะทุกมุม กาลเวลาทำอะไรไม่ได้ เมย์ ปทิดา อวดออร่าพุ่งริมทะเล วัยเลข 5 แต่ยังเป๊ะทุกมุม
  • ผงะ! ฮาเร็มริมทางแห่งใหม่? พบถุงยางใช้แล้วทิ้ง เกลื่อนนับพันชิ้น ผงะ! ฮาเร็มริมทางแห่งใหม่? พบถุงยางใช้แล้วทิ้ง เกลื่อนนับพันชิ้น
  • พลิกร่วงเร็ว!‘รอนนี่’พ่ายแชมป์เก่าตกรอบคิวโลก พลิกร่วงเร็ว!‘รอนนี่’พ่ายแชมป์เก่าตกรอบคิวโลก
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เปิดตัว “COOP Financial Center” ก้าวใหม่สหกรณ์ไทย ยกระดับข้อมูล สู่การบริหารจัดการยุคดิจิทัล

เปิดตัว “COOP Financial Center” ก้าวใหม่สหกรณ์ไทย ยกระดับข้อมูล สู่การบริหารจัดการยุคดิจิทัล

25 ก.ค. 2569

‘Coding Thailand 2026’ ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

‘Coding Thailand 2026’ ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

18 ก.ค. 2569

​ร่นระยะเวลา ‘ผ่าตัด-รักษา’ ‘แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม’ นวัตกรรมผลิตโดยฝีมือคนไทย

​ร่นระยะเวลา ‘ผ่าตัด-รักษา’ ‘แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม’ นวัตกรรมผลิตโดยฝีมือคนไทย

11 ก.ค. 2569

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

ถอดรหัส ‘ระเบียง-กันสาดตึกเก่า’ เปิดมาตรการเชิงรุกสกัดหายนะใจกลางเมือง

4 ก.ค. 2569

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก

27 มิ.ย. 2569

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

AI ระดับโลกแจกใช้ฟรี ภาครัฐไทยควรทบทวน การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีหรือไม่?

20 มิ.ย. 2569

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

หนึ่งวันของการอยู่บ้าน : ทางออกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอนาคตครอบครัวไทยและประเทศไทย

13 มิ.ย. 2569

เมื่อหยาดเหงื่อคนข่าว ถูกเคลมเป็นคอนเทนต์อินฟลูฯ กฎหมายลิขสิทธิ์ และ PDPA คุ้มครองอย่างไร?

เมื่อหยาดเหงื่อคนข่าว ถูกเคลมเป็นคอนเทนต์อินฟลูฯ กฎหมายลิขสิทธิ์ และ PDPA คุ้มครองอย่างไร?

6 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved