Logo วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.
กฎหมายอ่อนหรือการบังคับใช้มีปัญหา?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญและไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดินอย่างมาก กับกรณีกลุ่มอันธพาลยกพวกบุกถล่ม รร.มัธยมวัดสิงห์ เขตจอมทอง ทำร้ายร่างกายทั้งผู้อำนวยการ ครูและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน เพียงเพราะไม่พอใจที่ทางโรงเรียนขอให้กลุ่มวัยรุ่นลดเสียงจากลำโพงในงานบวชภายในวัดใกล้ๆ กันลงเนื่องจากกำลังจัดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ซึ่งเป็นการสอบที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย


ด้านหนึ่งต้องชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานกันอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดยังไม่พ้น 24 ชั่วโมง ก็สามารถควบคุมตัวบรรดาอันธพาลได้นับสิบคน พร้อมแจ้งหลายข้อหาตามพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด อย่างไรก็ตาม เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ยังเป็นอีกหนหนึ่งที่สังคมไทยโดยเฉพาะยุคที่ใครจะระบายอารมณ์อะไรอย่างไรก็ได้ผ่านสื่อออนไลน์ ยังมีความเชื่อเช่นเดิมว่า “เพราะกฎหมายไทยอ่อน..คนชั่วถึงกร่างเต็มบ้านเต็มเมือง” คำถามคือแล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?

เพราะกรณีกลุ่มอันธพาลดังกล่าว หากผู้ต้องหามีความผิดจริงตามที่ผู้เสียหายให้การจริง เช่น “กรณีทำร้ายร่างกาย” ตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าถึงขั้นเลือดตกยางออกต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ความผิดจะมีตั้งแต่ “มาตรา 295” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากถึงขั้นผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส “มาตรา 297”ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-10 ปี

นอกจากนี้หากเข้าองค์ประกอบใน “มาตรา 289”(เช่น มีการไตร่ตรองไว้ก่อนลงมือก่อเหตุ) โทษจะหนักขึ้น เช่น มาตรา 295 โทษจะหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมาตรา 297 โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกตั้งแต่ 2 ปี-10 ปี หรือ “กรณีที่นักเรียนหญิงให้การว่าถูกผู้ต้องหาบางรายลวนลาม” ซึ่งจะเข้าข่ายความผิดใน “มาตรา 278” ว่าด้วยการอนาจารผู้อายุ 15 ปีขึ้นไป ผู้กระทำจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ในความรู้สึกของผู้คน โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่มีการสร้างกระแสเปรียบเทียบประชากรที่ตอนเด็กก็ขยันเรียนตอนโตก็ขยันทำงาน กับประชากรที่ตอนเด็กก็เกกมะเหรกเกเรพอโตมาก็ทำตัวเป็นอันธพาลหรือเป็นมิจฉาชีพ อาจมองว่าโทษเท่านี้ไม่ทำให้คนกลัวเกรง เพราะประชากรกลุ่มหลังไม่เคยคิดอะไรเป็นสาระแก่ชีวิตอยู่แล้วไม่เช่นนั้นคงไม่ด้อยคุณภาพอย่างที่สังคมพบเห็น แต่ต้องบอกว่า “ในความเป็นจริงทุกชนชั้นล้วนเกรงกลัวกฎหมาย หากกฎหมายที่มีอยู่บังคับใช้ได้จริง” โดยไม่ต้องนำหลักแก้แค้นทดแทนหรือเอาสะใจเข้าว่ามาประกอบด้วยซ้ำไป

ย้อนไปในปี 2556 ชำนาญ จันทร์เรือง ขณะนั้นเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยแพร่บทความ “โทษประหารชีวิตไม่ทำให้อาชญากรรมลดลง” อ้างอิงผลการศึกษาในประเทศแคนาดา ที่พบว่าในปี 2518 ที่ยังมีโทษประหารชีวิต มีอัตราคดีฆาตกรรมอยู่ที่ 3.09 คนต่อประชากรแสนคน ต่อมาในปี 2523 ที่ยกเลิกโทษประหารชีวิต สถิติลดลงมาอยู่ที่ 2.41 คนต่อประชากรแสนคน และปี 2548 อยู่ที่ 2 คนต่อประชากรแสนคนตามลำดับ (และหากดูข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ในปี 2560 พบว่าอยู่ที่ 1.8 คนต่อประชากรแสนคน)

หรือถ้าจะให้เป็นรายงานอย่างทางการกว่านั้นในปี 2557 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นำเสนอรายงาน บทสรุปทางวิชาการ “แนวทางความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตในสังคมไทย ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล” (ท่านผู้อ่านสามารถค้นหาบนอินเตอร์เนตได้ในชื่อ : เอกสารทางวิชาการประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โทษประหารชีวิตยังจำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่”) อ้างอิงผลการศึกษาและรายงานจากหลายแห่งต่างเห็นไปในทางเดียวกันว่าจะมีหรือไม่มีโทษประหารก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถิติคดีอาชญากรรม

เช่น ในสหรัฐอเมริกา เปรียบเทียบระหว่างมลรัฐที่มีโทษประหารชีวิต อาทิ เท็กซัส มีคดีฆาตกรรม5.4 คนต่อประชากรแสนคน กับมลรัฐที่ไม่มีโทษประหารชีวิต อาทิ ไอโอวา มีคดีฆาตกรรมเพียง 1.1 คนต่อประชากรแสนคน และแม้จะมีงานวิจัยบางชิ้นที่พบว่าการใช้โทษประหารชีวิตมีผลให้คนยับยั้งชั่งใจไม่กล้ากระทำผิด แต่ดูเหมือนจะให้น้ำหนักกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาด “คนไม่กลัวโทษหนักมากเท่ากับที่กลัวการถูกจับได้” รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เจริญก้าวหน้าเสียมากกว่า

ชาติชาย สุทธิกลม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เคยให้สัมภาษณ์กับ “ทีมงาน นสพ.แนวหน้า” (ยกเลิก“โทษประหารชีวิต” ทิศทางโลกvsกระแสสังคมไทย : หน้า 13 นสพ.แนวหน้า ฉบับวันอังคารที่ 6 มิ.ย. 2560)ยืนยันอีกเสียงว่า “ลำพังการต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำถูกจำกัดเสรีภาพก็ถือว่าทำให้คนเกรงกลัวได้แล้วขอแค่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ” ตั้งแต่เมื่อเกิดเหตุ ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้เร็ว หลักฐานแน่นหนาไม่ผิดตัว กระทั่งศาลตัดสินจำคุก

ข้างต้นนี้เป็นข้อค้นพบกรณีประเทศที่ยกเลิกโทษประหารแต่ยังมีกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหากใช้หลักคิดแบบเดียวกันกับความผิดเรื่องอื่นๆ ก็เชื่อว่าจะได้ผลไม่แตกต่าง ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวเสียหน่อยจากที่เคยมีโอกาสพูดคุยกับคนขับรถแท็กซี่หลายท่าน และทุกท่านบอกตรงกันว่า “ไม่กล้าฝ่าไฟแดงในแยกที่รู้ว่ามีกล้อง” เพราะไม่อยากถูกปรับ “เคยโดนส่งใบสั่งไปถึงบ้าน ถูกปรับเงินถึงจะจำนวนน้อยๆ ครั้งละไม่กี่ร้อยบาท แต่โดนบ่อยๆ ก็ลำบากเหมือนกัน” แถมยังมีประวัติที่ส่งผลต่อการต่อใบขับขี่สาธารณะอีกต่างหาก

ฉันใดก็ฉันนั้น..ที่ผ่านมาคนไทยมักจะมองอย่างทำใจว่า “ดูเหมือนกฎหมายไทยจะไม่ศักดิ์สิทธิ์เอาเสียเลย” เพราะเมื่อเกิดคดีความไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ “มักจะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างเสมอว่าบรรดาคนใหญ่คนโตก็ดี หรือคนในสังกัดของคนใหญ่คนโตนั้นก็ตาม พอไปทำผิดก็จะมีกระบวนการบางอย่างเข้าไปช่วยเหลือให้หลุดคดีไม่ต้องรับโทษ” หรือแม้กระทั่งช่วยพาหลบหนีกรณีศาลมีคำพิพากษาแล้ว เมื่อได้เห็นได้ยินเรื่องแบบนี้บ่อยครั้งเข้า “ใครจะเคารพยำเกรงกฎหมาย” มีแต่จะยิ่งพยายามไปขอฝากเนื้อฝากตัวกับผู้มีอำนาจ หรือเป็นผู้มีอำนาจเสียเอง

ดังนั้นสิ่งที่สังคมไทยควรเรียกร้องคือ “ทำอย่างไรกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจึงจะมีประสิทธิภาพและเสมอหน้าอย่างแท้จริง” อย่างที่ประเทศเจริญแล้วเขาเป็นอยู่ น่าจะเป็นวิธีคิดที่นำไปสู่การแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าหรือไม่?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:01 น. เจ้าของบ้าน ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับ ตื่นมาเจอ มะพร้าวเศียรพญานาค โผล่หลังบ้าน
21:53 น. สีหศักดิ์ หารือทูตอิหร่าน ให้ช่วย ติดตาม 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรี นารี
21:39 น. ด้วยความหวังดี! ดร.เจิมศักดิ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ ครม.ใหม่ ฝ่าวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ
21:31 น. สะใจทั้งประเทศ! ไทยกดท้ายเกมโค่นเติร์กฯ 2-1 คว้าตั๋วเอเชียนคัพ
21:11 น. จีน ยืนยันเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.69
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 4 เมษายน พ.ศ. 2569
เพจผู้บริโภคทำความเข้าใจ เหตุใดน้ำมัน E20 เหมือนกัน แต่สีต่างกัน
ดีเจแมน เปิดใจสาเหตุหย่า ใบเตย ครั้งแรก เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น
ดูทั้งหมด
เมื่อเครื่องมือวัดเริ่มคลาดเคลื่อน ทบทวน ITA ในบริบทไทย
นักปล้นบันลือโลก
ธัมมชโย อยู่ไหน? คดีแพ่งเกี่ยวทรัพย์สินธรรมกาย ยังเดินต่อ
AI เร็วเกินคาด : จากจุดเริ่มต้นเล็กๆสู่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
พรรคประชาชนจบที่รุ่น‘เท้ง’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจ้าของบ้าน ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับ ตื่นมาเจอ มะพร้าวเศียรพญานาค โผล่หลังบ้าน

สะใจทั้งประเทศ! ไทยกดท้ายเกมโค่นเติร์กฯ 2-1 คว้าตั๋วเอเชียนคัพ

ด้วยความหวังดี! ดร.เจิมศักดิ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ ครม.ใหม่ ฝ่าวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

พยากรณ์อากาศพรุ่งนี้ ร้อนปรอทแตก เหนือ-กลางแตะ 41 องศาฯ ระวังฝน-ลมกระโชกแรงบางจุด

จีน ยืนยันเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ

เปิดค่าตัว 3 นักแสดงเด็ก Harry Potter ฉบับซีรีส์

  • Breaking News
  • เจ้าของบ้าน ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับ ตื่นมาเจอ มะพร้าวเศียรพญานาค โผล่หลังบ้าน เจ้าของบ้าน ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับ ตื่นมาเจอ มะพร้าวเศียรพญานาค โผล่หลังบ้าน
  • สีหศักดิ์ หารือทูตอิหร่าน ให้ช่วย ติดตาม 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรี นารี สีหศักดิ์ หารือทูตอิหร่าน ให้ช่วย ติดตาม 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรี นารี
  • ด้วยความหวังดี! ดร.เจิมศักดิ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ ครม.ใหม่ ฝ่าวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ ด้วยความหวังดี! ดร.เจิมศักดิ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ ครม.ใหม่ ฝ่าวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ
  • สะใจทั้งประเทศ! ไทยกดท้ายเกมโค่นเติร์กฯ 2-1 คว้าตั๋วเอเชียนคัพ สะใจทั้งประเทศ! ไทยกดท้ายเกมโค่นเติร์กฯ 2-1 คว้าตั๋วเอเชียนคัพ
  • จีน ยืนยันเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ จีน ยืนยันเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

​แนะนำ หนังสือดี ที่น่าอ่าน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ

​แนะนำ หนังสือดี ที่น่าอ่าน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติฯ

28 มี.ค. 2569

‘ราชทัณฑ์ – บิ๊กซี’ ผลักดันศิลปะไทย ยกระดับ ‘ช่างสิบหมู่’ ส่งเสริมการฝึกวิชาชีพ

‘ราชทัณฑ์ – บิ๊กซี’ ผลักดันศิลปะไทย ยกระดับ ‘ช่างสิบหมู่’ ส่งเสริมการฝึกวิชาชีพ

21 มี.ค. 2569

รวมพลังผ่าตัด ‘93 ดวงตา 93 ข้อเทียม’ ถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

รวมพลังผ่าตัด ‘93 ดวงตา 93 ข้อเทียม’ ถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

14 มี.ค. 2569

‘The Official Launch’ เปิดตัวนวัตกรรมปกป้องผิว ชูเทคโนโลยี Fernblock® งานวิจัยกว่า 100 ฉบับ

‘The Official Launch’ เปิดตัวนวัตกรรมปกป้องผิว ชูเทคโนโลยี Fernblock® งานวิจัยกว่า 100 ฉบับ

7 มี.ค. 2569

‘สถาบันอาหาร’ พลิกบทบาทสู่ Next-Gen Accelerator เปิดตัว‘NFI FoodNEXT Platform’ เชื่อมแหล่งทุนครบวงจร

‘สถาบันอาหาร’ พลิกบทบาทสู่ Next-Gen Accelerator เปิดตัว‘NFI FoodNEXT Platform’ เชื่อมแหล่งทุนครบวงจร

28 ก.พ. 2569

‘สุขใจที่ได้กลืน’ 52 สูตรอาหารง่ายๆ ยกระดับคุณภาพชีวิต-โภชนาการของผู้สูงอายุ

‘สุขใจที่ได้กลืน’ 52 สูตรอาหารง่ายๆ ยกระดับคุณภาพชีวิต-โภชนาการของผู้สูงอายุ

21 ก.พ. 2569

‘แผ่นปิดกะโหลกฯ-ถุงทวารเทียม’ นวัตกรรมแพทย์ไทย ดูแลผู้ป่วย

‘แผ่นปิดกะโหลกฯ-ถุงทวารเทียม’ นวัตกรรมแพทย์ไทย ดูแลผู้ป่วย

14 ก.พ. 2569

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ผ่านวิดีโอ ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ผ่านวิดีโอ ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

7 ก.พ. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved