วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังออกมาเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการทางภาษีสรรพสามิต 2 มาตรการ โดยหนึ่งในนั้นเป็นการปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิตยาเส้นให้กับชาวไร่ หรือโรงงานขนาดเล็กที่มีการทำเอง หั่นเอง ขายเอง และมียอดผลิตไม่เกิน 12,000 กิโลกรัมต่อปี รวมถึงปรับปรุงเงื่อนไขการยกเว้นภาษีให้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ชาวไร่ และโรงผลิตยาเส้นขนาดเล็กซึ่งมีอยู่ถึง 30-40% ได้รับประโยชน์ สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่หันมาทำยาเส้นได้มากขึ้น
ในขณะที่กรมสรรพสามิตจำเป็นต้องใช้มาตรการภาษีมาดูแลสุขภาพของผู้บริโภค โดยการเก็บภาษีสินค้าที่ทำลายสุขภาพ เช่น บุหรี่ และ ยาเส้น ให้สูงขึ้นเพื่อให้คนลดการบริโภค แต่การขึ้นภาษีแต่ละครั้ง กลับทำให้ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ดังกรณีของชาวไร่ยาเส้นที่ออกมาคัดค้านการขึ้นภาษียาเส้นทีเดียว 20 เท่าแบบพรวดพราด เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เพราะทำให้ได้รับความเดือดร้อนจากการขายใบยาให้ผู้ประกอบการไม่ได้
ในที่สุด กรมสรรพสามิตต้องตัดสินใจยูเทิร์นออกมาตรการปรับลดภาษียาเส้นลง ภายหลังประกาศขึ้นภาษีไปได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวไร่ยาเส้นที่ต้องขาดรายได้เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่ปฏิเสธไม่รับซื้อยาเส้นจากชาวไร่เพราะภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น
ถือเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างฉับไว เมื่อเห็นว่านโยบายที่ออกมาสร้างภาระให้กับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ก็ตัดสินใจปรับเปลี่ยนเพื่อลดผลกระทบของคนที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังต้องตั้งคำถามถึง “ความเสมอภาค” ในมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลชุดนี้ ว่ามีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินใจอย่างไร
เพราะกรณีของชาวไร่ยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นอัตราภาษียาสูบขึ้นในช่วงปลายปี 2560 โดนลดโควตารับซื้อใบยาลงไป 50% จนรัฐบาลต้องควักงบกลางกว่า 159 ล้านบาท จ่ายชดเชยให้ชาวไร่ แต่กรมสรรพสามิตกลับยืนยันเดินหน้าขึ้นภาษียาสูบ 40% ตามกำหนดในเดือน ต.ค.ปีหน้า ทั้งๆ ที่เกษตรกรชาวไร่ยาสูบเองยังคงถูกลดโควตารับซื้อใบยาต่อเนื่องเป็นปีที่สอง จนต้องไปรวมตัวกันอีกครั้งหน้ากระทรวงการคลังเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทวงถามความคืบหน้าการยกเลิกภาษีบุหรี่ 40% และมาตรการช่วยเหลือเยียวยาชาวไร่ที่ได้รับผลกระทบเพราะนโยบายของภาครัฐ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังเคยพูดถึงการทำแผนขึ้นภาษียาสูบ การจ่ายเงินชดเชยชาวไร่ยาสูบ และการส่งเสริมการปลูกพืชทดแทน เช่น กัญชง ให้กับชาวไร่ยาสูบ แต่มาตรการเหล่านี้กลับยังไม่มีความชัดเจนและไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม
ทั้งๆ ที่การปลูกยาเส้น-ยาสูบก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เกษตรกรชาวไร่ก็มาจากพื้นที่ใกล้เคียงกัน ความเดือดร้อนของทั้งชาวไร่ยาเส้น-ยาสูบ มีต้นตอมาจากนโยบายด้านภาษีของรัฐบาลเหมือนๆ กัน ดังนั้นการช่วยเหลือแต่ชาวไร่ยาเส้นด้วยการลดภาษี แต่กลับเดินหน้าขึ้นภาษีชาวไร่ยาสูบอีกเท่าตัวดูจะขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ชาวไร่ทั้ง 2 ประเภท ต่างได้รับความเดือดร้อนทั้งคู่ แต่เหตุใดจึงเลือกช่วยชาวไร่ยาเส้นกลุ่มเดียว
กระทรวงการคลังคงต้องตอบคำถามให้ได้ว่านโยบายภาษีแบบนี้จะลดความเหลื่อมล้ำให้กับเกษตรกรชาวไร่ยาสูบได้อย่างไร

พระราชินี เสด็จฯ ถึงอิตาลี เพื่อทอดพระเนตร แข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ปิดฉากมหากาพย์ 8 ปี คิงส์เกต ถอนคำร้องอนุญาโตตุลาการ ไทยไม่ต้องจ่ายชดเชย
กกต.แจงปมร้อน ยอดบัตรเขย่ง กว่า 3.2 แสนใบ 390 เขตเลือกตั้ง ยันไม่เป็นความจริง
มท. คุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ เตือน ปชช.พกพาโดยไม่มีเหตุสมควร มีความผิดตามกฎหมาย
ด่วน อสส.ชี้ขาดสั่งฟ้อง บอสแซม บอสมิน คดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป ฉ้อโกงประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี