วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
.png)
เมื่อฝุ่นจิ๋ว PM2.5 คละคลุ้ง ทางการก็สั่งปิดโรงเรียนก่อให้เกิดความงุนงงว่าหากเด็กนักเรียนอยู่บ้านจะช่วยลดผลกระทบที่มาจากฝุ่นจิ๋วอย่างไร
มาครั้งนี้ เมื่อ COVID-19 ระบาด ทางการก็สั่งปิดโรงเรียนพร้อมกับปิดห้างศูนย์การค้า แต่เมื่อ COVID-19 ติดเชื้อน้อยลง ทางการก็เลือกจะผ่อนคลายโดยเปิดห้างศูนย์การค้าแต่ยังปิดโรงเรียนและสถานศึกษาสร้างความงุนงงให้แก่ประชาชนทั่วไป
พฤติกรรมของทางการในครั้งนี้ สะท้อนว่าคณะผู้ตัดสินใจให้ความสำคัญกับผลกระทบในด้านต่างๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างกับความเห็นของประชาชน ดังต่อไปนี้
1. การเปิดห้าง เป็นการให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ผู้คนจะได้ออกมาจับจ่ายใช้สอย ธุรกิจห้างสรรพสินค้า พ่อค้า แม่ขายก็จะมีรายได้ในช่วงนี้ดีขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเมื่อปัญหาโรคระบาดเบาบางลงก็ควรจะผ่อนคลายเปิดห้าง ศูนย์การค้าให้ทำมาหากินได้
แต่การปิดโรงเรียนและสถานศึกษา หากดูอย่างเผินๆ ก็ไม่น่าจะกระทบเศรษฐกิจหรือการเรียนรู้อะไรมากนัก เพราะการเรียนเป็นการลงทุนที่มีค่าใช้จ่าย แต่ยังไม่มีรายได้ในขณะนี้ แม้ผู้เรียนอาจมีรายได้สูงมากขึ้นในอนาคต ก็ยังพอจะมีเวลาที่จะเรียนรู้ในภายหลังได้
สังคมไทยชอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้าปัญหาอะไรที่จะเกิดในอนาคตค่อยแก้ไขในภายหลัง
ค่านิยมเช่นนี้ปรากฏในการกระทำของรัฐบาลที่เกิดขึ้นทั่วไป นิยมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและไม่คิดลงทุนแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ฝนแล้ง น้ำท่วม ฝุ่นจิ๋ว แม้การจัดสรรคงบประมาณของรัฐก็จะมีการจัดสรรคเพื่อการลงทุนในสัดส่วนที่น้อยนิด งบประมาณส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและใช้ในรายจ่ายประจำ
.jpg)
2. ทางการจะอ้างว่าการเรียนในโรงเรียนและสถานศึกษา สามารถใช้การเรียนทางไกลหรือที่นิยมเรียกผสมภาษาฝรั่งว่าการเรียนออนไลน์
ในความเป็นจริง ห้างหรือร้านขายสินค้าก็มีระบบซื้อขายออนไลน์ และอาจมีประสิทธิภาพดีกว่าการเรียนการสอนออนไลน์ด้วยซ้ำ พ่อค้านักธุรกิจได้พัฒนาการขายออนไลน์มาก่อนนานแล้ว โดยแบ่งระบบการค้นหาสินค้าเป็นหมวดหมู่ มีรูปสินค้า ราคา พร้อมถ้อยคำชักชวนอวดคุณภาพให้เป็นที่ต้องตาต้องใจ เสริมด้วยการยั่วยุล่อใจด้วยส่วนลดของแถม เมื่อเข้าไปดูสินค้าใดเช่น เครื่องซักผ้าก็จะมีโปรแกรมเสนอขายเครื่องซักผ้าหลากหลายยี่ห้อตามมาไม่ขาดสาย แม้แต่ผัก ผลไม้ ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ก็มีให้เลือกและจัดส่งถึงบ้าน
ต่างกับการเรียนออนไลน์ ผู้สอนก็ยังไม่คุ้นเคยกับการสอนแบบนี้ ประสิทธิภาพการสอนก็มีปัญหา เครื่องมือประกอบการสอน เช่น คลิป แผนภูมิ และอื่นๆก็แสดงด้วยความยากลำบาก
นักเรียนจะสอบถาม ถกเถียง เรียนรู้มากขึ้นจากครูและเพื่อน รวมทั้งเรียนจากกิจกรรมก็ยากลำบาก สมาธิความสนใจการเรียนก็สั้นกว่าการเรียนที่โรงเรียนอย่างมาก
ความจริง การเรียนที่โรงเรียน นักเรียนจะได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมในสังคม การเรียนออนไลน์ก็ไม่สามารถทดแทนสิ่งนี้ได้ ยิ่งกว่านั้น หลายพื้นที่ในชนบทครอบครัวของนักเรียนยังไม่มีคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน ยังไม่มี Wi-Fi ไม่มี Internet เข้าถึงบางแห่งก็มีปัญหาที่คุณภาพความไวของ Internet ไม่เพียงพอ
3. การปิดห้าง ศูนย์การค้านาน ไม่ทำให้ผู้ซื้อลืมห้าง หรือออกนอกระบบการเดินห้างศูนย์การค้า
แต่การให้หยุดเรียนนาน จะเป็นการผลักนักเรียนนักศึกษาออกจากระบบโรงเรียนและสถานศึกษาเพราะการเรียนมีค่า
ใช้จ่าย ซึ่งเป็นการลงทุน แต่การไม่ต้องไปโรงเรียนสำหรับเด็กโตซึ่งสามารถทำงาน ทำมาหากิน รับจ้าง มีรายได้
ผลประโยชน์เฉพาะหน้า ก็อาจดึงนักเรียนออกจากระบบไปทำงาน ซึ่งได้รายได้ และสนุกกว่าการเรียนซึ่งต้องไปพบครูบางคนที่นิยมอำนาจ
.jpg)
4. การปิดโรงเรียนทำให้เด็กนักเรียนไม่ได้กินอาหารกลางวันฟรีที่โรงเรียนจัดไว้ให้ เด็กในชนบทส่วนหนึ่งจะเกิดปัญหาทุพโภชนาการเพราะงานศึกษาวิจัยก็ได้ค้นพบว่าในช่วงปิดเทอมเด็กนักเรียนจะขาดสารอาหารมากกว่าช่วงเปิดเทอม
แต่การเปิดหรือปิดห้าง ไม่น่ากระทบต่อโภชนาการของลูกค้า
5. การปิดโรงเรียนด้วยเหตุโรคระบาดในเวลายาวนาน เคยเกิดปัญหาในแอฟริกาเมื่อครั้งอีโบลาระบาด ปรากฏเด็กนักเรียน
ตั้งครรภ์มากขึ้น ประสบภาวะ “ท้องที่ไม่พร้อม” ทำให้ต้องออกจากระบบโรงเรียนและปรากฏว่าต่อมามีโสเภณีเด็กมากขึ้น ซึ่งก็หวังว่าประเทศไทยจะไม่เป็นเช่นนั้น
6. การเข้าไปใช้บริการในห้างศูนย์การค้า ทางการได้พยายามจัดระบบให้มีจำนวนไม่มากเกินไป มีการคัดกรองคนเข้าด้วยการวัดอุณหภูมิของร่างกาย พยายามจัดระยะห่าง ให้ใส่หน้ากากอนามัย และพยายามให้คนอยู่ในห้างเพียง 2 ชั่วโมง ยิ่งกว่านั้น ยังบังคับให้ทุกคนต้องสแกนเพื่อแสดงตนก่อนเข้าและออก
นับเป็นความพยายามของทางการอย่างมาก ที่จะอำนวยให้มีการเปิดห้างได้อย่างปลอดภัย ซึ่งก็น่าชื่นชมและกำลังเฝ้าดูผลกระทบ
แต่การเปิดโรงเรียน แต่ละโรงเรียนมีจำนวนนักเรียนนักศึกษาในจำนวนที่แน่นอน ไม่มีคนนอกที่ไม่รู้ประวัติเข้ามาร่วมในโรงเรียน มีครูและอาจารย์แยกกันควบคุมดูแลในแต่ละชั้นมีระบบเช็คอิน-เช็คเอาท์อยู่แล้วโดยอัตโนมัติ สามารถดูแลนักเรียนให้ใส่หน้ากาก ล้างมือ อยู่ห่างกัน ได้ดีกว่าการบังคับให้คนเดินห้างศูนย์การค้ากระทำตามกฎเกณฑ์
แม้โรงเรียนจะห้ามเด็กเล็กไม่ให้เล่นกันได้ยาก แต่ก็อยู่ในวิสัยที่พอจะจัดการได้ และน่าจะดีกว่าที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนแต่อยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งเด็กก็จะจับกลุ่มเล่นกันตามประสาของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคมอยู่แล้ว
7. คนเดินห้าง ทางการขอร้อง ชักชวนให้อยู่ในห้างไม่เกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งคงจะได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างเพราะยังไม่มีระบบตรวจสอบที่มีสภาพบังคับ
หากเทียบกับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องใช้เวลาในโรงเรียนประมาณวันละ 6 ชั่วโมง ทางการอ้างว่าคนเดินห้าง ศูนย์การค้าจะมีอันตรายน้อยกว่าเพราะจำนวนชั่วโมงที่อยู่ในห้าง ศูนย์การค้าน้อยกว่า
ในความจริง หากจะพิจารณาในคุณภาพและจำนวนของคนที่เดินห้าง ศูนย์การค้าใน 1 นาที อาจพบปะผู้คนถึง 6 คน ดังนั้น ใน 1 ชั่วโมงอาจพบคนถึง 360 คน ดังนั้นถ้าเขาอยู่ 2 ชั่วโมง อาจพบผู้คน 720 คน ซึ่งเป็นคนที่ไม่รู้จักแหล่งที่มาเพราะมาจากร้อยพ่อพันแม่ มาจากกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มไม่เสี่ยงคละเคล้าปะปนกันไป
แต่นักเรียน นักศึกษา แม้เวลาจะพบกันยาวนานกว่าแต่ก็เป็นคนจำนวนจำกัดและตัวคนก็คงที่ไม่เปลี่ยนไปเรื่อยๆคนที่พบมีถิ่นพำนักชัดเจน หากเป็นโรงเรียนในชนบทก็จะมาจากคนในตำบล อำเภอเดียวกัน จึงสามารถเห็นได้ว่าใน6 ชั่วโมง ของการเรียนในโรงเรียน นักเรียนจะพบปะกับจำนวนคนที่มีจำนวนน้อยกว่าคนที่เดินห้างต้องพบปะผู้คนใน 2 ชั่วโมงอย่างแน่นอน
.jpg)
8. ห้างและศูนย์การค้าอยู่ในเมืองใหญ่ ที่ผู้คนต้องเดินทางเข้ามาจากหลายทิศทาง เข้ามาอยู่ร่วมกันในที่เดียวกันหลายพันคนบางแห่งมีจำนวนเป็นหมื่นคน
แต่โรงเรียนกระจายอยู่ในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดทั่วประเทศ นักเรียนจึงสามารถเดินทางไปโรงเรียนของตนในแต่ละแห่งได้อย่างไม่แออัดยัดเยียด
9. ทางการเกรงว่า เด็กนักเรียนหากติดโรคก็จะเป็นพาหะนำเชื้อโรคไปติดผู้ปกครอง
การที่ผู้ปกครองไปเดินห้าง ศูนย์การค้าหากติดเชื้อโรคก็อาจนำมาติดเด็กนักเรียน นักศึกษาได้เช่นเดียวกัน
ความจริง ศูนย์การค้าและห้างจะตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ ที่อาจมีการระบาดของโรคมากกว่าในชนบท ผู้คนเข้าไปใช้บริการในห้างมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก สามารถนำเชื้อโรคไปติดต่อกับคนในหมู่บ้านชนบทได้ ต่างกับเด็กที่เรียนในโรงเรียนชนบท ซึ่งหลายแห่งไม่พบเชื้อ COVID-19 ระบาดเลย จะนำมาติดพ่อแม่ที่อยู่ในชนบทได้อย่างไร
การที่รัฐผ่อนคลายด้วยการเปิดห้าง เปิดศูนย์การค้าก็ดีแล้ว แต่เมื่อพิจารณาเทียบตรรกะและเหตุผลแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเปิดห้างได้ แต่ไม่เปิดโรงเรียนและสถานศึกษา
สถานศึกษาหลายแห่งอยู่ในท้องที่และจังหวัดที่ไม่ปรากฏพบคนติดเชื้อ COVID-19 เลย แต่ก็ต้องถูกสั่งปิดโรงเรียนหยุดการศึกษาไปด้วย หากให้สถานศึกษาและโรงเรียนได้ปรึกษาหารือกับองค์กรในท้องถิ่น มีส่วนในการตัดสินใจเปิดหรือปิดสถานศึกษาของตนได้ก็จะสอดคล้องกับความจริงของแต่ละพื้นที่
ที่ต่างกัน
หากรัฐบาลกำหนดเป้าหมายของมาตรการที่เน้นสุขภาพและการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เป็นหลัก ในครั้งนี้รัฐบาลต้อง “เปิดโรงเรียน แต่ปิดห้าง”
แต่หากเน้นเป้าหมายเพื่อแก้ไขเศรษฐกิจและการเมืองเฉพาะหน้า มาตรการผ่อนคลายก็จะเป็น “เปิดห้างแต่ปิดโรงเรียน” โดยเอาสุขภาพบังหน้า
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต

แขก คำผกา เจอ ปวิน สวนหน้าหงาย ป้อง อ.ชาญวิทย์ หลังลั่นวาจาจะกาส้ม
หมอวรงค์ พูดแล้ว ทำไมต้องค้านฉีก รัฐธรรมนูญปี 60
'พิงค์'ทะลุตัดเชือก! 'เมย์'เจ็บถอนอินโดนีเซีย มาสเตอร์ส
บุ๋ม ปนัดดา แอดมิดด่วน เจอฝุ่นเล่นงานจนภูมิแพ้กำเริบหนัก หมอสั่งงดเยี่ยม
'อี ดงอุค'เตรียมบินมาหาneoheeไทยในรอบ9ปีกับงาน UltraV presents LEE DONG WOOK 2025–2026

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี