วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันก่อนได้ทำบทความเรื่องอานาปานสติวิหาร ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติในการเจริญสติ สมาธิและปัญญา ซึ่งเป็นหลักธรรมสำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา แต่ชาวพุทธโดยทั่วไปขาดความรู้ ความเข้าใจ และมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสอน ทั้งๆ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสรรเสริญไว้เป็นอันมาก
ดังนั้นในสัปดาห์นี้จึงขอขยายความอานาปานสติวิหารนั้นต่อไป เพื่อเชิญชวนพี่น้องชาวพุทธทั้งหลายได้ทำความศึกษา ได้ทดลองปฏิบัติเพื่อสัมผัสกับรสชาติแห่งพระธรรมให้สมกับที่เป็นชาวพุทธ
ซึ่งต้องขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าการศึกษาและปฏิบัติอานาปานสตินั้นแม้พระสูตรเดียวนี้ก็จะมีความสมบูรณ์ทั้งในเชิงปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ มีผลเสมอเท่ากับได้ศึกษาและปฏิบัติตามพระไตรปิฎกทั้งหมด ดังนั้นก่อนถึงวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าจะได้ตรัสแสดงอานาปานสติเมื่อครั้งโพธิกาล คือในวันเพ็ญเดือน 12 จึงเป็นโอกาสอันดีที่พี่น้องชาวพุทธทั้งหลายจะได้น้อมใจลองลิ้มชิมรสพระธรรมกัน
ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจว่าการเข้าถึงซึ่งความบริสุทธิ์ ความหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นทั้งหลาย แม้การเข้าถึงซึ่งพระนิพพานนั้นไม่สามารถนั่งนึกเอาเองได้ หรือไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการอ่านหนังสือ หรือด้วยการสอบบาลี หรือด้วยการศึกษาด้วยวิธีอื่น ไม่ว่าจะระดับชั้นปริญญาเอกหรือชั้นไหนก็ตาม
เพราะการศึกษาเหล่านั้นไม่สมบูรณ์พร้อมทั้งปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ เสมอด้วยอานาปานสติเลย
แต่ก็ควรทำความเข้าใจร่วมกันด้วยว่า แบบแผนในการศึกษาและปฏิบัติที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอนนั้นทรงตั้งแบบแผนการศึกษาและปฏิบัติไว้สำหรับชาวโลกทุกหมู่ทุกคณะทุกเพศทุกวัย ยกเว้นก็แต่พวกปทปรมะบุคคล ซึ่งเป็นบัวเหล่าที่สี่ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ไม่สามารถตรัสสอนได้เท่านั้น
แบบแผนวิธีปฏิบัติเพื่อเจริญสติ สมาธิ ปัญญา และเพื่อถึงความเป็นอิสระสูงสุดนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้รวมทั้งสิ้น 36 วิธี
ได้แก่ กสิณ 10 วิธี อสุภกรรมฐาน 10 วิธี อนุสติ 10 วิธี ซึ่งรวมถึงอานาปานสติอยู่ด้วย และวิธีพิเศษอีก 6 วิธี คือ อัปปมัญญา 4 วิธี และ
จตุธาตุววัฏฐาน และอาหาเรปฏิกูลสัญญา สิริรวมแล้วเป็น 36 วิธี โดยในบทความชุดนี้จะมุ่งเน้นอนุสติวิธีเฉพาะอานาปานสติเป็นการเฉพาะ
ซึ่งต้องขอป้องกันความสับสนและความเข้าใจผิดของพี่น้องชาวพุทธในเบื้องต้นนี้ว่า การศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศไทยนั้น บรรดาตำราทั้งหลายที่ใช้อยู่ได้ระบุกรรมฐานวิธีรวมทั้งสิ้น 40 วิธี ในขณะที่บางประเทศในอุษาคเนย์ได้ระบุกรรมฐานวิธีรวม 38 วิธี ทำไมถึงต่างกันเช่นนั้น?
ก็ขอทำความเข้าใจว่าแต่ดั้งเดิมมาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสจากพระโอษฐ์ กรรมฐานวิธีมีแค่ 36 วิธี หรือ 36 แบบเท่านั้น ครั้นเวลาเนิ่นนานไปก็มีปราชญ์บางท่านในพระพุทธศาสนาที่ต้องการสำแดงความวิเศษของสำนักตัวเองว่าเหนือกว่าชาวพุทธหมู่อื่น จึงตั้งแบบวิธีเพิ่มขึ้นอีก 2 รวมเป็น 38 โดยมีคัมภีร์หลักคือคัมภีร์วิมุตติมรรคที่ตกทอดมาตั้งแต่อินเดียเข้าสู่ลังกาและมาจำเริญขึ้นในสำนักอภัยคีรีซึ่งเป็นฝ่ายอรัญวาสีในศรีลังกา
สองวิธีที่เพิ่มขึ้นก็คือได้นำเอาปฐมฌานและตติยฌานซึ่งเป็นรูปฌานสองขั้นในรูปฌานสี่มาตั้งเป็นแบบแผนวิธีเพิ่มขึ้น แล้วอวดอ้างว่าเป็นสำนักที่วิเศษวิโสกว่าชาวพุทธเหล่าอื่น
ต่อมาพระมหาเถระในศรีลังกาในสำนักมหาวิหารซึ่งเป็นพระอารามหลวง ฝ่ายคามวาสี เมื่อเห็นว่าสำนักอภัยคีรีมีแบบแผนถึง 38 แบบ จะโดดเด่นกว่าที่เคยนับถือกันมาแต่ก่อนตั้งแต่โพธิกาลจึงคิดอ่านเกทับบลัฟแหลกตั้งแบบแผนวิธีของสำนักนี้ขึ้นมาเป็น 40 วิธี โดยใช้วิธีคิดอ่านเดียวกันกับสำนักอภัยคีรี และตั้งคัมภีร์หลักคือคัมภีร์วิสุทธิมรรค
แบบแผนที่เพิ่มขึ้นอีกสองแบบจากที่สำนักอภัยคีรีได้ตั้งไว้เป็น 38 แบบ ก็คือการนำเอาทุติยฌานและจตุตถฌานซึ่งเป็นรูปฌานอีกสองขั้นเข้ามาเป็นแบบแผนวิธีของตน แล้วเกทับบลัฟแหลกกันว่าสำนักมหาวิหารมีความวิเศษกว่าสำนักอื่น จนในที่สุดก็ทะเลาะเบาะแว้งทำศึกแก่กันหาได้สมกับการเป็นชาวพุทธแต่ประการใดไม่
โดยเนื้อแท้แห่งพระธรรม องค์แห่งรูปฌานทั้งสี่ไม่ใช่แบบแผนปฏิบัติหรือเป็นกรรมฐานวิธีแต่อย่างใด หากเป็นภูมิธรรมหรือกระบวนการพัฒนาทางจิตหรือขั้นตอนการพัฒนาจากการปฏิบัติที่เมื่อเจริญรูปฌานที่หนึ่ง ที่สอง ที่สามและที่สี่ไปโดยลำดับแล้วก็จะสัมผัสรสชาติเหล่านั้นได้เอง จึงจัดเป็นส่วนผล ไม่ใช่ส่วนเหตุ นั่นคือไม่ใช่แบบแผนวิธีปฏิบัติ แต่เป็นผลของการปฏิบัติ
จะเปรียบเทียบให้ดูโดยง่ายก็คือถ้าหากถือเอามรรคผลดังกล่าวเป็นแบบแผนวิธีปฏิบัติกรรมฐานวิธีแล้วไซร้ ผู้เขียนก็สามารถประกาศได้ด้วยว่าแบบแผนวิธีอาจมีถึง 44 วิธี เพราะยังมีอรูปฌานสี่อีกสี่ขั้นที่เป็นผลจากการปฏิบัติ แล้วไฉนเล่าจึงไม่นำมาเป็นแบบแผนวิธีด้วย
ครั้นพระพุทธศาสนาเสื่อมถอยจากประเทศไทยจนต้องไปเชิญพระศาสนามาจากลังกา ดังที่เรียกว่าพุทธศาสนาฝ่ายลังกาวงศ์นั้น คณะทูตสยามก็ไปจำเริญกับราชสำนักศรีลังกา ซึ่งแน่นอนว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นก็คือความร่วมมือกับสำนักมหาวิหารซึ่งถือคัมภีร์วิสุทธิมรรคเป็นหลักนั่นเอง
ดังนั้นการศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศไทยที่รับสืบทอดมาจากลังกาหรือเรียกว่าลังกาวงศ์นั้นจึงมีคัมภีร์วิสุทธิมรรคเป็นหลัก และทำให้แบบแผนวิธีที่ร่ำเรียนกันในประเทศไทยกลายเป็นว่ากรรมฐานวิธีมี 40 วิธี ทั้งที่ความจริงแล้วพระบรมศาสดาทรงตรัสไว้เพียง 36 วิธีเท่านั้น และอานาปานสติก็เป็นแบบแผนวิธีที่สำคัญที่สุดที่กำลังแสดงกันอยู่นี้

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี