วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 02.00 น.
ตรวจการบ้าน‘รัฐบาลประยุทธ์’กับมาตรการหยุดไวรัส (ระลอกสอง)

ดูทั้งหมด

  •  

แม้ว่า “คุณหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน” ในฐานะโฆษกของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จะพยายามให้คนไทยเข้าใจว่าจำนวนการติดเชื้อไวรัสโควิดที่เพิ่มขึ้นเมื่อปลายปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2564 จนรัฐบาลต้องออกมาตรการในการควบคุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย รวมไปถึงการเยียวยาผลกระทบด้านเศรษฐกิจแก่ประชาชนอีกรอบนั้น เป็นการระบาดระลอกใหม่ แต่ตามความเข้าใจของสังคม ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นการระบาดระลอกสอง ที่มีความต่อเนื่องมาจากการระบาดระลอกแรกในช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ดังนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ย่อมมีความชัดเจนว่า รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีประสบการณ์ต่อการบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาเกือบปีนี่จึงเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญต่อการบริหารจัดการในการแพร่ระบาดที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ ว่ามีพัฒนาการขึ้น หรือถดถอยลง ต่อยอดไปถึงการประเมินผลงานในฐานะผู้นำประเทศของนายกรัฐมนตรี ที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับประชาชนคนไทยต่อไปในอนาคตได้หรือไม่ เชิญตัดสินใจได้จากข้อมูลดังต่อไปนี้

มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19


ในระลอกแรกนั้น ทาง ศบค. ได้ให้ความสำคัญต่อการหยุดตัวเลขการติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันเอาไว้ที่เลข 0 แต่ก็เริ่มต้นด้วยมาตรการที่หย่อนยานในการสร้างการเว้นระยะห่างทางสังคมต่อผู้คน และวางใจต่อการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวเข้ามา จนเมื่อการติดเชื้อเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าตกใจ และมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น ด้วยความกังวลว่าสถานพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ จะรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อไม่เพียงพอ และการรักษาก็ยังหาหนทางที่มีประสิทธิภาพในการระงับยับยั้งอันตรายจากเชื้อไวรัสตัวนี้ไม่ได้ ในเวลาต่อมาจึงขยับมาตรการมาเป็นแบบเข้มข้นในทันที โดยที่ไม่ได้มีการเตรียมพร้อมสำหรับความแตกตื่นของประชาชน และผลกระทบที่จะตามมาทางด้านเศรษฐกิจ

การวางใจในช่วงต้น และความเข้มข้นที่สั่งการให้ปฏิบัติตามในทันทีของรัฐบาลนี่เอง ที่สร้างความตกอกตกใจและเสียหายแก่ภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก ในส่วนภาคประชาชนนอกจากความไม่พอใจด้านความเป็นอยู่ที่ต้องถูกจำกัดพื้นที่แล้ว ยังมีความกังวลใจในเรื่องของปากท้องตามมา เนื่องจากว่า ในช่วงเวลานั้นมาตรการในเรื่องของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบกว่าจะคลอดออกมาได้ก็ใช้เวลาอยู่นานแสนนาน อีกทั้งก็เหมือนจะมีปัญหาอยู่สม่ำเสมอในวิธีการ และความพร้อมของหน่วยงานของรัฐในการบริการประชาชนที่เดือดร้อน

แต่เมื่อระลอกสองเกิดขึ้น อาจเพราะมีความพร้อมด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ มีความมั่นใจในด้านการระงับยับยั้งความป่วยไข้ที่มาจากไวรัสโควิดของบุคลากรทางการแพทย์ ตรงนี้เองที่ทำให้การปฏิบัติการในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดในหมู่ประชาชนได้รับความไว้วางใจมากขึ้น ที่สำคัญ ด้วยรูปแบบการสร้างความเข้าใจของ ศบค. ต่อประชาชน ในเรื่องจำนวนการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ว่าสามารถมีได้ ไม่ต้องกังวล เพราะทีมสาธารณสุขสามารถรับมือได้ทัน และการติดเชื้อที่มีอัตราสูงย่อมหมายถึงการตรวจหาที่มีประสิทธิภาพ นี่เองที่ทำให้ความกังวลของผู้คนลดน้อยลงจากการระบาดในระลอกแรก ส่วนความไม่พอใจในการถูกจำกัดพื้นที่ก็มีไม่มากนัก เพราะ ศบค. เลือกที่จะทำแบบไม่เข้มข้น หลังจากในระลอกแรกได้สอนให้ทางรัฐบาลได้ทราบแล้วว่า ความเข้มข้นของมาตรการควบคุมพื้นที่นั้น มีราคาที่ต้องจ่ายมหาศาลแค่ไหน และทำลายเศรษฐกิจไปแล้วเป็นมูลค่าเท่าไหร่ แต่ที่น่าหนักใจแทนรัฐบาลก็คือ ปัญหาที่ซุกเอาไว้ใต้พรมถูกรื้อออกมาอย่างมีอารมณ์ เมื่อต้นเหตุของการระบาดระลอกปัจจุบันนี้มีที่มาจากขบวนการพาแรงงานข้ามแดนแบบผิดกฎหมาย และการเปิดบ่อนลักลอบเล่นพนันอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้คือความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ไม่อาจปฏิเสธได้ จึงนำมาซึ่งคำถามต่อนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ว่าจะเอาอย่างไรต่อบุคคลที่มีความเชื่อมโยงต่อเรื่องผิดกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ การตั้งคณะกรรมการเพื่อหาแนวทางจัดการกับปัญหาเหล่านี้อีกครั้ง เฮ่อ!

มาตรการสำหรับการเยียวยาและช่วยเหลือประชาชน

ในระลอกแรกนั้น รัฐบาลเยียวยาประชาชนด้วยเงิน 5 พันบาท 3 เดือน ด้วยการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “เราไม่ทิ้งกัน.com” พร้อมกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สามารถรับความช่วยเหลือ ซึ่งต้องยอมรับว่ามีปัญหามาก ตั้งแต่การเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีของคนบางกลุ่ม การเข้าไม่ถึงสิทธิของประชาชนที่เดือดร้อน อาทิ คนขายของออนไลน์ พนักงานโรงแรม แรงงานตามมาตรา 33 นักดนตรี ฯลฯ และกระบวนการอันซับซ้อนสิ้นเปลืองงบประมาณ เวลา และทรัพยากรบุคคล

นอกจากนั้น ทางรัฐบาลได้กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทเพื่อนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ อาทิ 5 แสนล้านเพื่อเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจ SME4 แสนล้านสำหรับกองทุนพยุงหุ้นกู้ที่มีภาระการชำระคืนที่หนักเกินสภาพคล่องของบริษัท และอีก 4 แสนล้านสำหรับโครงการของรัฐในการสร้างงาน และพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจฐานราก รวมไปถึงการสนับสนุนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในภาคการเกษตร (อีกเกือบ 6 แสนกว่าล้านเป็นค่าเยียวยา) อีกทั้งการปรับลดอัตราภาษี ช่วยค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ลดหรืองดดอกเบี้ย ออกสินเชื่อพิเศษ ฯลฯ แต่เมื่อเวลาผ่านไปปรากฏว่า มาตรการเหล่านี้ช่วยได้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วน SME ขนาดเล็กและคนทั่วไปเข้าไม่ถึงอานิสงส์เหล่านี้ และแม้มีการเรียกร้องไปยังรัฐบาลเพื่อทำการแก้ไขให้สิทธิต่างๆ ที่ออกมาสามารถส่งถึงมือประชาชนและภาคธุรกิจได้โดยง่าย และเพียงพอต่อการอยู่รอด แต่ผ่านไปเกือบปียังไม่มีการขยับเขยื้อนในเรื่องนี้จากทางรัฐบาล

สำหรับระลอกสองนี้ รัฐบาลแจกเงินอีกครั้ง ด้วยเงื่อนไข และจำนวนที่แตกต่าง กล่าวคือ 7 พันบาทเป็นเลขที่ออกของรอบนี้ จ่ายเป็นงวดๆ ในช่วงเวลา 2 เดือน และกำหนดให้ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ไม่สามารถเอาออกมาใช้เป็นเงินสดได้ แน่นอนว่า เสียงบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากันขรม
แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้งก็นับว่าเป็นความชาญฉลาดของรัฐบาลที่ดัดแปลงข้อดีของ “โครงการคนละครึ่ง” ที่ได้รับการตอบรับที่ล้นหลามมาใช้ ด้วยการบังคับการใช้จ่ายให้ไปยังเป้าหมายที่เป็นฐานของการหมุนเวียนเงินในระบบ เพื่อให้เงินที่ทางภาครัฐนำมาแจกจ่ายประชาชนเป็นงวดๆ รอบนี้ไหลไปยังช่องทางเศรษฐกิจที่ต้องการอย่างแท้จริง ส่วนหนึ่งจะคืนกลับทางภาครัฐเป็นภาษี อีกส่วนหนึ่งจะกลายเป็นการต่อทุนกิจการร้านค้า และอีกส่วนจะถูกแปลงเป็นข้าวปลาอาหารและของใช้ที่จำเป็น ที่สำคัญ ในเรื่องของการเข้าถึงสิทธินั้น ถ้าตัดในเรื่องของกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทางกระทรวงการคลังพยายามหาทางออกให้อยู่นั้น ต้องบอกว่า การใช้ฐานข้อมูลของประชาชนที่เข้าร่วมกับมาตรการของรัฐก่อนหน้านี้มาเป็นช่องทางในการส่งเงินถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติที่กำหนดเอาไว้อย่างไม่ครอบคลุมกลุ่มที่มีความเดือดร้อนได้ครบถ้วนทั้งหมด (แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง)

ส่วนเรื่องมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจ ก็หวังว่าจะได้แก้ไขการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในวงเงิน 5 แสนล้าน ที่ถูกนำไปใช้ไม่ถึงครึ่งได้เสียที หลังจากที่ทาง กมธ.ตรวจเงินกู้โควิด ได้ส่งเรื่องนี้ไปถึงมือนายกฯ เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมี 4 แสนล้านที่ใช้ไปเพียงน้อยนิด รวมไปถึงงบประมาณปี’63 และ’64 ที่หน่วยงานรัฐควรต้องเร่งการใช้จ่ายตามกรอบนโยบายที่วางแผนเอาไว้ได้เสียที ข้อเสียเรื่องความเชื่องช้าและทำงานแบบเช้าชามเย็นชามของการเป็น“รัฐราชการ” เช่นนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อคะแนนนิยมรัฐบาลอย่างแน่นอน

และทั้งหมดก็คือ การตรวจการบ้าน “รัฐบาลลุงตู่” กับระลอกสองของโควิด ที่ต้องยอมรับว่า ทำงานได้ดีกว่าในปีที่ผ่านมา แต่อนาคตข้างหน้าก็อย่าชะล่าใจ เพราะโควิด-19 กับคนไทย เชื่อว่าจะยังคงต้องอยู่กันไปอีกนาน

อรรฆพันธ์ อภิรักษ์พงศ์

(แทน จิตกร บุษบา)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:02 น. 'ประธานศาลฎีกา'ส่งสารอวยพรเนื่องด้วยวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชนคนไทย
14:54 น. ธรรมดาโลกไม่จำ! ผู้สมัครสส.ไทยสร้างไทย โพสต์อวยพรปีใหม่แบบสับ ชาวเน็ตแซวกลัวเสียงในหัว
14:53 น. เปิด 88 รายชื่อ ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ 10 เขต 11 พรรคการเมือง
14:39 น. ศูนย์ฯสู้รบยันส่งกลับ 18 เชลย ตามหลักมนุษยธรรม หลังกัมพูชากระพือชัยชนะครั้งใหญ่
14:27 น. เดอะโฮปสงขลา ประกาศล่าตัวคนวางยาเบื่อสุนัข ตั้งรางวัลนำจับ1หมื่นบาท
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 27 ธ.ค.68 - 2 ม.ค.69
ฮุนเซน เล่นใหญ่ โพสต์เฉลิมฉลองวันหยุด วันสันติภาพกัมพูชา
ปิดด่านชายแดนพ่นพิษ กัมพูชาเผยยอดนำเข้าจากไทยวูบ ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว
โบว์ แวนดา ปรี๊ดแตก อัดกลับนักวิชาการดราม่าเลี้ยงลูก ลั่นชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ง่ายเหมือนในตำรา
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2568 – 3 มกราคม พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
‘พรรคส้ม’อุ้มผู้กระทำผิด ข่มขู่อาฆาตมาดร้ายในหลวง ขึ้นบัญชี สส.ปาร์ตี้ลิสต์
KRAC Recap 2025: What We Built, What Changed and Why It Matters
บุคคลแนวหน้า : 31 ธันวาคม 2568
เส้นใต้บรรทัด : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ กับนิยาม ‘คุกคามทางเพศ’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ธรรมดาโลกไม่จำ! ผู้สมัครสส.ไทยสร้างไทย โพสต์อวยพรปีใหม่แบบสับ ชาวเน็ตแซวกลัวเสียงในหัว

เดอะโฮปสงขลา ประกาศล่าตัวคนวางยาเบื่อสุนัข ตั้งรางวัลนำจับ1หมื่นบาท

เริ่มแล้ว! 1 ม.ค.69 รัฐบาลเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ ตั้งแต่ 1 บาท

โคราชครองแชมป์หูดับ สังเวยแล้ว 13 ศพ สสจ.ย้ำฉลองปีใหม่ห้ามกินหมูดิบ

‘พังงา’คึกคัก! นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติแห่เที่ยวช่วงปีใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

ทุบเปรี้ยง! ‘ไพศาล’กาง‘2 สูตร’ตั้งรัฐบาลใหม่ ‘กล้าธรรม’อยู่ทุกซีก

  • Breaking News
  • \'ประธานศาลฎีกา\'ส่งสารอวยพรเนื่องด้วยวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชนคนไทย 'ประธานศาลฎีกา'ส่งสารอวยพรเนื่องด้วยวันขึ้นปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชนคนไทย
  • ธรรมดาโลกไม่จำ! ผู้สมัครสส.ไทยสร้างไทย โพสต์อวยพรปีใหม่แบบสับ ชาวเน็ตแซวกลัวเสียงในหัว ธรรมดาโลกไม่จำ! ผู้สมัครสส.ไทยสร้างไทย โพสต์อวยพรปีใหม่แบบสับ ชาวเน็ตแซวกลัวเสียงในหัว
  • เปิด 88 รายชื่อ ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ 10 เขต 11 พรรคการเมือง เปิด 88 รายชื่อ ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ 10 เขต 11 พรรคการเมือง
  • ศูนย์ฯสู้รบยันส่งกลับ 18 เชลย ตามหลักมนุษยธรรม หลังกัมพูชากระพือชัยชนะครั้งใหญ่ ศูนย์ฯสู้รบยันส่งกลับ 18 เชลย ตามหลักมนุษยธรรม หลังกัมพูชากระพือชัยชนะครั้งใหญ่
  • เดอะโฮปสงขลา ประกาศล่าตัวคนวางยาเบื่อสุนัข ตั้งรางวัลนำจับ1หมื่นบาท เดอะโฮปสงขลา ประกาศล่าตัวคนวางยาเบื่อสุนัข ตั้งรางวัลนำจับ1หมื่นบาท
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เส้นใต้บรรทัด : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ กับนิยาม ‘คุกคามทางเพศ’

เส้นใต้บรรทัด : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ กับนิยาม ‘คุกคามทางเพศ’

31 ธ.ค. 2568

จับตาแคนดิเดตนายกฯ ‘ดร.การดี เลียวไพโรจน์’

จับตาแคนดิเดตนายกฯ ‘ดร.การดี เลียวไพโรจน์’

28 ธ.ค. 2568

‘พรรคเพื่อไทย’ กับ ‘หลานชายทักษิณ’

‘พรรคเพื่อไทย’ กับ ‘หลานชายทักษิณ’

24 ธ.ค. 2568

เส้นใต้บรรทัด : ‘คณะก้าวหน้า’ พาฉิบหาย!

เส้นใต้บรรทัด : ‘คณะก้าวหน้า’ พาฉิบหาย!

21 ธ.ค. 2568

‘ปราสาทตาควาย’ ซ่อมได้

‘ปราสาทตาควาย’ ซ่อมได้

17 ธ.ค. 2568

เส้นใต้บรรทัด : เพราะ‘พรรคส้ม’จะล้ม‘อนุทิน’

เส้นใต้บรรทัด : เพราะ‘พรรคส้ม’จะล้ม‘อนุทิน’

14 ธ.ค. 2568

โลกรู้อะไร ‘ไทย-กัมพูชา’

โลกรู้อะไร ‘ไทย-กัมพูชา’

10 ธ.ค. 2568

‘การเมือง’ กำลัง ‘สาดสีเทา’ เข้าใส่กัน

‘การเมือง’ กำลัง ‘สาดสีเทา’ เข้าใส่กัน

7 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved