วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

หลังจากที่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้นำเสนอเรื่องราวความพยายามในการขับเคลื่อนคลองไทย ของภาคประชาชนและของคณะกรรมาธิการวิสามัญในการศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎรในชุดปัจจุบัน ที่ ดร.สุเมต สุวรรณพรหม เรียบเรียงข้อมูลให้ ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากท่านผู้อ่านเป็นอย่างมาก
ฉบับนี้ จึงได้ไปค้นเอกสารซึ่งเป็นรายงานผลการศึกษาของวุฒิสภา ซึ่งได้เคยตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระวุฒิสภาเมื่อปีพุทธศักราช 2548 ถือเป็นรายงานผลการศึกษาที่เป็นทางการ ของทางราชการ และมีความสมบูรณ์มากที่สุดในการศึกษาเรื่องคอคอดกระหรือคลองไทย ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติ ผลการศึกษาในครั้งนั้นได้ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมวุฒิสภาอย่างเป็นเอกฉันท์และส่งต่อไปให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของวุฒิสภา
ฉบับวันนี้ จึงขอนำผลการศึกษา คลองไทย ของวุฒิสภา ในปี 2548 มาเล่าสู่กันฟังโดยการศึกษาในครั้งนั้น ผู้นำ รายการขับเคลื่อนโครงการคลองไทยคือ นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ ซึ่งต่อมา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระ
นายคํานวณ ชโลปถัมภ์ ได้เล่าว่าการศึกษาโครงการขุดคอคอดกระในขณะนั้นได้รับความสนใจจากประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากที่สำคัญคือสมาชิกวุฒิสภาแทบจะทุกคนได้ให้ความสนใจ อย่างต่อเนื่องหลังการศึกษาแล้วเสร็จ โครงการคลองไทยได้มีข้อคิดในการเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงจากการค้นคว้าทางวิชาการประสบการณ์จากการศึกษาดูงานต่างประเทศและในประเทศโดยได้ลงไปปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ เพื่อสำรวจสภาพพื้นที่และให้ความรู้สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม สมาชิกวุฒิสภาในสมัยนั้นได้มีการยึดหลักปรัชญาเป็นแนวคิดที่สำคัญ 5 ประการ กล่าวคือ
ข้อ 1 จะต้องทำการศึกษาอย่างถ่องแท้ถึงผลได้และผลเสีย
ข้อ 2 ต้องคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและผลกระทบในทุกๆ ด้าน
ข้อ 3 คำนึงถึงประชาชนและคนรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคตว่าจะได้รับประโยชน์แค่ไหนเพียงใด
ข้อ 4 ถ้าต่างประเทศมาร่วมลงทุนจะต้องคำนึงว่าอย่าให้ประเทศไทยเสียเปรียบ
ข้อ 5 แร่ธาตุในดินที่ขุดจากคลองไทยต้องเป็นของรัฐ
จากปรัชญาสำคัญทั้ง 5 ประการนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ยึดถือเป็นกรอบแนวคิดในการศึกษาข้อเท็จจริงของโครงการคลองไทยเพื่อกู้เศรษฐกิจชาติ นอกจากนั้น
ได้คำนึงถึงคำแนะนำของพลเอกเปรมติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและนายกรัฐมนตรีซึ่งกล่าวไว้ว่า “..เราได้แต่คิดๆ แล้วพูดๆ และประชุม สัมมนาจนเอกสารกองเป็นตั้งเช่นโครงการคอคอดกระก็ได้แต่พูดยังไม่เห็นใครคิดทำอะไร..”
ดร.สุเมต สุวรรณพรหม รองประธานมูลนิธิร่วมพัฒนาภาคใต้ ซึ่งติดตามการศึกษาคลองไทย ในขณะนั้นอย่างใกล้ชิด ได้กล่าวว่าในที่สุดการศึกษาเรื่องคอคอดกระ ของวุฒิสภาก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์อย่างเรียบร้อย
โดย ขอสรุปสาระสำคัญ ที่อยากจะกล่าวเอาไว้คือ สมาชิกวุฒิสภา ได้ตัดสินใจย้ายแนวการขุดคลอง จากแนวเดิมบริเวณคอคอดกระ จาก อำเภอกระบุรี จังหวัดระนองฝั่งอันดามัน ถึงอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรด้วยเหตุผลว่า ถ้าเราขุดคลองไปฝั่งระนองนั้นอีกฝั่งหนึ่งของคลองจะเป็นดินแดนพม่า อีกทั้งแม่น้ำกระบุรี ก็ค่อนข้างแคบ การขยายคลอง ในฝั่งพม่า คงจะมีอุปสรรค กับโครงการอย่างแน่นอน
จึงย้ายแนวคลอง ไปอยู่บริเวณแนวจังหวัดตรัง กระบี่ พัทลุง นครศรีธรรมราช ไปออกฝั่งอ่าวไทยที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลาและเปลี่ยนชื่อ เรียกว่า คลองไทย แทนคำว่า คอคอดกระ
โดย พลอากาศเอกกานต์ สุระกุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตรัง เสนอให้เรียกชื่อแนวคลองไทยนี้ว่าแนว 9A
ที่ประชุมของวุฒิสภา ได้มีสรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะสรุปว่าเห็นควรให้มีการขุดคลองไทยเพราะมีความเหมาะสมความคุ้มค่าและมีความเป็นไปได้แต่จะต้องมีการศึกษาขั้นสมบูรณ์ (Full Feasibility Study) อย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้ลดผลกระทบในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านความมั่นคงของประเทศ โครงการขุดคอคอดกระหรือคลองไทยเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะเป็นประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคงและเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมามีบทบาทเศรษฐกิจที่สำคัญในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม การขุดคลองไทยจะต้องคำนึงถึงสิ่งสำคัญเป็นปรัชญาในการขุดครองจะต้องศึกษาในรายละเอียดขั้นสมบูรณ์อย่างถี่ถ้วนโดยตรวจสอบผลกระทบทุกๆด้านอย่างรอบคอบวางแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจนไม่ให้ประเทศชาติเสียเปรียบผู้ได้สัมปทานประชาชนในพื้นที่ คลองไทยผ่านจะต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและจะต้องเป็นผู้มีส่วนร่วมตัดสินใจในโครงการและต้องได้รับประโยชน์สามารถดำรงชีพอยู่ด้วยความมั่นคงมีเกียรติศักดิ์ศรีและมีวิชาชีพที่ถาวรยั่งยืนจากการพัฒนาและดำเนินงานของคลองไทยตลอดไป
รายงานผลการศึกษา ของวุฒิสภาปี 2548 ได้มีข้อสรุปและข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 25 ข้อ แต่วันนี้จะขอนำประเด็นสำคัญ โดยสรุปได้มีข้อเสนอแนะดังนี้ คือ
สมควรขุดคลองไทยเชื่อมระหว่างทะเลอันดามันมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทยในมหาสมุทรแปซิฟิกในเส้นทาง 9A ระยะทางความยาวประมาณ 120 กิโลเมตรและให้เรียกเส้นทางการขุดคลองนี้ว่าคลองไทยแทนคำว่าคลองคอคอดกระเดิมลักษณะ คลองเป็นแบบ 2 คลองคู่ขนาน ความกว้างประมาณคลองละ 350 เมตร ระดับน้ำของ 2 ฝั่งทะเลต่างกันประมาณ 25 เซนติเมตร จึงเป็นคลองในระดับน้ำทะเลไม่ต้องสร้างประตูน้ำการขุดคลองสามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อความรวดเร็วในการขุดแต่ไม่สมควรขุดโดยใช้พลังงานปรมาณู
ควรกำหนดกรอบข้อกำหนด TOR ในการพัฒนาโครงการ ที่เป็นธรรมกับผู้รับสัมปทานและประเทศไทยในฐานะเจ้าของคลองไทย และกำหนดแนวให้มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 บริเวณคือ
1.บริเวณอำเภอสิเกา จังหวัดตรังและอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ พื้นที่ประมาณ 400 ตร.กม.
2.บริเวณอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอรัษฎาและอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง พื้นที่ประมาณ400 ตร.กม.
3.บริเวณ อำเภอชะอวด อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พื้นที่ประมาณ 600 ตร.กม.
รายงานสรุปผลการศึกษารายละเอียดทั้ง 25 ข้อที่วุฒิสภา ได้สรุปเสนอรัฐบาลในขณะนั้นมีเนื้อหาที่น่าสนใจมากๆ เสียดายว่าพื้นที่มีจำกัดต้องเก็บไว้เขียนในโอกาสต่อไป ดร.สุเมต เผยว่า ในทัศนะส่วนตัว โครงการคลองไทยถ้าไม่ดีจริงๆ ประชาชนชาวไทยและชาวโลก เขาคงเลิกคิดกันไปนานแล้ว แต่ที่ยังพูดกันยังเรียกร้องแสดงว่าคลองไทย ต้องมีสิ่งที่ดีมากๆอย่างแน่นอน
ถึงวันนี้มีคำพูดว่าเพียงแค่ นายกรัฐมนตรีของไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่าประเทศไทย มีความสนใจที่จะดำเนินการโครงการคลองไทยเพียงแค่นี้ ก็สะเทือน
ทั้งโลก ปฏิบัติการจะเกิดขึ้น ได้ลุ้นว่าเงินลงทุนจากทั่วโลก ก็จะหลั่งไหล เข้าสู่ประเทศไทยของเราจนเราจะมีเงินใช้หนี้ที่มีอยู่หมดภายใน 3-4 ปี ก็ต้องรอกันนะครับว่าจะมีรัฐบาลไทย ผู้นำไทยยุคไหนที่กล้าแสดงวิสัยทัศน์ สร้างคลองไทย เพื่อสร้างอนาคตให้ประเทศไทย และกำหนดอนาคตเศรษฐกิจของโลกขอให้กำลังใจ ให้ได้สร้างคลองไทยกันชาตินี้ อย่าต้องให้รอกันถึงชาติหน้า

CIB ล่าหมายจับตำรวจสากล ตะครุบตัวการคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้
เปิดคำทำนายล่าสุด หมอปลาย เตือนแรง เดือนพฤษภาคม จะเกิดอาเพศครั้งใหญ่
นักดำน้ำสาว สะท้อน แลนด์บริดจ์ ภัยเงียบทำระบบนิเวศทะเลเสื่อมทั้งระบบ
ทลายขบวนการค้ามนุษย์ออนไลน์ รวบผู้ช่วยทันตแพทย์ อัดคลิปลับเด็ก 13 ขายกลุ่ม Telegram
บริทนีย์ สเปียร์ส ยอมรับผิด สารภาพขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี