วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนให้คิด
เขียนให้คิด

เขียนให้คิด

เฉลิมชัย ยอดมาลัย
วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.
ความปกติใหม่ ในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ปกติ

ดูทั้งหมด

  •  

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 พื้นที่ทั่วประเทศไทยจะถูกประกาศยกเลิกการเป็นพื้นที่เฝ้าระวังจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นั่นอาจหมายความว่า
ประเทศไทยไม่มีปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 อีกต่อไป แต่มิได้หมายความว่าเชื้อโรคนี้จะหมดไปจากประเทศไทย เพราะการมีเชื้ออยู่ มิได้หมายถึงการแพร่ระบาดของเชื้อ แต่หมายความว่าประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อได้ในระดับที่ทำให้เชื่อว่าเชื้อโควิด-19 ไม่ใช่โรคติดต่อร้ายแรงอีกต่อไป แต่ไม่ได้รับรองว่าจะไม่มีใครในประเทศนี้ติดเชื้อโควิด-19

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานเมื่อวันที่17 มิถุนายน ว่า ล่าสุดนี้ ปัญหาโควิด-19 ในไทยอยู่ในระยะขาลง เพราะฉะนั้นในวันที่ 1 กรกฎาคม จึงมั่นใจว่าประเทศไทยน่าจะอยู่ในช่วงระยะหลังการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 (post pandermic) แต่ถึงกระนั้น ก็ยังขอให้ประชาชนทุกคนระมัดระวังดูแลตัวเองให้ห่างไกลและรอดพ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้ดีเหมือนเดิมต่อไป


จากข้อเท็จจริงที่บ่งชัดคือ พื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วประเทศของไทย จำนวน 50 จังหวัด พบว่ามีปัญหาประชาชนติดเชื้อโควิด-19 ลดลง แม้จะยังพบว่าบาง
จังหวัดอาจจะยังมีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อยเช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต อุบลราชธานี ชัยนาท ตราด ยโสธร อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ สตูล ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร กระบี่ และพิจิตร

แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นคือตั้งแต่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป ประเทศไทยยกเลิกมาตรการ ลงทะเบียน Thailand Pass ให้กับชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศไทย และยกเลิกการคัดกรองการวัดอุณหภูมิร่างกาย รวมถึงยกเลิกการกำหนดเงินประกันต่างๆ เมื่อเดินทางเข้าประเทศไทย แต่ทั้งนี้ผู้เดินทางเข้าไทยจะต้องแสดงเอกสารว่าได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบจำนวนแล้ว และต้องแสดงผลการตรวจเชื้อว่าร่างกายไม่มีเชื้อโควิด-19 

การผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ให้กับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยนั้น มีเป้าหมายสำคัญคือ เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น เพราะในยามนี้ สิ่งที่ประเทศไทยต้องการ (อันที่จริงต้องบอกว่ารัฐบาลไทยต้องการ) มากเป็นอันดับแรกคือ เงินตราจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เพราะประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายมหาศาลให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวและจับจ่ายใช้สอย 

ดังนั้น หากรัฐบาลไทยยังคงตั้งเงื่อนไขต่างๆ นานามากมายจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ก็หมายความว่าโอกาสที่ไทยจะได้รับเงินตราต่างชาติก็จะลดน้อยลงไป เพราะชาวต่างชาติจะเปลี่ยนใจไปเที่ยวในประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ต่างจากประเทศไทย แต่ให้ความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าประเทศมากกว่า 

ต้องยอมรับว่ารายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคือปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทำให้ประเทศไทยมีรายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงประเทศได้ในระยะ 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา 

เมื่อดูจากตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวประจำปี 2564 พบว่าแม้ในยามที่โลกทั้งโลกรวมถึงไทยประสบปัญหาจากโควิด-19 อย่างรุนแรงมาก แต่ไทยก็ยังได้รายได้จากการท่องเที่ยว 3.84 ล้านบาท โดยแยกเป็นรายได้จากคนไทยที่เที่ยวไทยด้วยกันเองเป็นเงิน 3.6 แสนล้านบาท และจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 2.4 หมื่นล้านบาท 

นั่นหมายความว่า ในยามที่ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากเหมือนช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ประเทศไทยก็ยังพอมีเงินหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจจากเงินของคนไทยด้วยกันเองอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่ากำลังการซื้อบริการเพื่อการท่องเที่ยวโดยคนไทยด้วยกันเองก็ยังไม่มากพอจะหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศได้ดีเท่ากับอำนาจการซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูตัวเลขรายได้การท่องเที่ยวของปี 2564 เทียบกับรายได้ของปี 2563 ลดลง 21 เปอร์เซ็นต์ (รายได้ปี 2563 อยู่ที่ 4.82 แสนล้านบาท)

เมื่อดูจากข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2562 ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อการท่องเที่ยวของไทย และการท่องเที่ยวในทุกประเทศทั่วโลกอย่างมาก

ปัญหาการแพร่ระบาดทำให้การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศต้องหยุดชะงักลง อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย 

ข้อมูลของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย สะสมระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2563 มีจำนวน 6.7 ล้านคน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ซึ่งมีตัวเลขประมาณ 39.9 ล้านคน หรือลดลงประมาณ 83.2 เปอร์เซ็นต์

การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก โดยพบว่าช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2563 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 332,013 ล้านบาทลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 1,911,808 ล้านบาท (ลดลง 82.6 เปอร์เซ็นต์) 

กล่าวได้ว่า ผลกระทบของการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19ที่มีต่อธุรกิจการท่องเที่ยวต่างๆ ของไทย เช่น โรงแรมร้านอาหาร และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สปา รถเช่า ร้านขายของที่ระลึก และมัคคุเทศก์ ทำให้คนในแวดวงธุรกิจต่างๆ ตกงานเป็นจำนวนมาก และพบว่ามีการปิดกิจการไปเป็นจำนวนมาก 

จึงกล่าวได้ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของไทย ดังนั้นเมื่อขาดรายได้จากการท่องเที่ยวจึงส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ยังมีผลกระทบอื่นๆ อันเกิดจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ เช่น คำสั่งปิดเมือง (Lock down) ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การประกาศปิดพื้นที่อุทยานแห่งชาติและวนอุทยานทุกแห่ง ตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นต้น 

มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวและการจองห้องพัก และยังพบว่า
หน่วยงานต่างๆ ยกเลิกการจัดประชุมสัมมนาในโรงแรมส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างหนัก

เมื่อพิจารณาอัตราการเข้าพักในปี 2563 เทียบกับอัตราการเข้าพักในช่วงเดียวกันของปี 2562 พบว่าอัตราการเข้าพักลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2563 ซึ่งมีอัตราเข้าพักอยู่ที่ 2.26 และ 3.83 และ 13.43 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาค จะพบว่าแม้อัตราการเข้าพักจะลดลงในทุกภูมิภาคในปี 2563 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 แต่อัตราการเข้าพักในเขตจังหวัดภาคใต้ต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ตามลำดับ

สิ่งที่ระบุมาในข้างต้นนั้นคือภาพจริงในอดีตที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่นานนี้ แต่ปัจจุบันภาพจริงภาพใหม่ที่ดูเสมือนกำลังจะเข้ามาลบภาพเดิม เพราะตั้งแต่รัฐบาลไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นระยะ เริ่มตั้งแต่ยกเลิก Test and Go ทำให้มีผู้เดินทางเข้าไทยด้วยเครื่องบินมากขึ้น โดยพบว่าวันที่ 1-21 พฤษภาคม มีผู้เดินทางเข้าไทย 367,449 คน เฉลี่ยวันละ 2 หมื่นคน 

เมื่อรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เป็นลำดับก็ทำให้เกิดความหวังว่าจะเร่งและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้าไทยมากยิ่งขึ้น โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดหมายว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2565 นี้ ซึ่งปกติถือว่าเป็นช่วง Low Season ด้านการท่องเที่ยวของไทย แต่น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไม่น้อยกว่า 5 แสนคนต่อเดือน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมาจากประเทศที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยมากนัก เช่น อินเดีย และตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศต่างๆ ที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยที่สามารถเดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องบิน และคาดการณ์ว่าในช่วงHi Season จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยไม่น้อยกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน โดยจะมีนักท่องเที่ยวจากระยะไกล เช่น ยุโรป สหรัฐฯ เข้ามาด้วย และก็คาดว่าในช่วงตรุษจีนปีหน้า จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางเข้าไทยมากขึ้น เป็นลำดับ 

อย่างไรก็ตาม ททท. คาดหมายว่าในปี 2565 นั้น จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน และคาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยรวมประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการฟื้นตัวของรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 

สร้างรายได้รวมการท่องเที่ยวปี 2565 ที่ 1.5ล้านล้านบาท คิดเป็นการฟื้นตัว 50% เมื่อเทียบกับปี 2562ก่อนเจอวิกฤตโควิด-19 

และคาดว่าในปี 2566 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท โดยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยจำนวน 20 ล้านคน 

ตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวที่คาดหวังดังที่ได้นำเสนอมานี้ เป็นตัวเลขที่ทำให้ประเทศไทยมีความหวังว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศไทยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี และก็คาดหวังว่าตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้นี้จะบรรลุเป้าประสงค์ แต่ทั้งหมดนี้ก็อยู่ที่ความพยายามของรัฐบาล และคนไทยทุกคนที่จะทำให้ความหวังนี้เป็นจริงด้วย เพราะหากรัฐบาลและคนไทยทุกคนทำให้เกิดความเป็นปกติแบบใหม่ (New Normal)ในประเทศของเราได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
13:34 น. ศบก.ทลายคลังกักตุนน้ำมัน รวบ 5 รายสระบุรี-อยุธยา ฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน
13:29 น. ศาล รธน.รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งหลักฐานคดีบาร์โค้ด ชี้หากเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน
13:29 น. ตึงเครียดสูงขึ้น! อิหร่านปิดทางฮอร์มุซ กลุ่มฮูตีประกาศร่วมการสู้รบ
13:25 น. พาณิชย์ ลุยตรวจร้านค้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระปชช.เริ่ม 1 เม.ย.
13:25 น. สุดารัตน์ วอนรัฐงดจัดเก็บภาษีชั่วคราว ราคาน้ำมันลดทันที 10 บาทบรรเทาความเดือดร้อน
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
รุ่นใหญ่หัวใจว้าวุ่น‘สุรชัย'ควงคู่‘ไดอาน่า’หวานฉ่ำริมระเบียง
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สืบสานผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก
เพจผู้บริโภคทำความเข้าใจ เหตุใดน้ำมัน E20 เหมือนกัน แต่สีต่างกัน
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.69
ดูทั้งหมด
สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน
เสียงจากอเมริกันชน‘หยุดสงคราม-หยุดทรัมป์บ้า’
ยุทธศาสตร์การจดบันทึกและการรังสรรค์วรรณกรรมแห่งชีวิต (1)
จอมมารหางโผล่
ปัญหาน้ำมัน กับน้ำลาย ข่าวเท็จ-ปั่น-บิดเบือน หวังผลการเมือง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เบียร์ เดอะวอยซ์ ฟาดกลับชาวเน็ต หลังเจอคอมเมนต์แรงกลางไอจี

อิสราเอล ประกาศปิดน่านฟ้า ถึง16 เม.ย. สถานทูตไทยแนะชะลอซื้อตั๋วเครื่องบิน

หยุดเถียงเอาชนะ! นักเขียนดังฉะพวกดีแต่พูด พร้อมเปิดเบื้องหลังรัฐดีลน้ำมันล็อตใหญ่

ศาล รธน.รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งหลักฐานคดีบาร์โค้ด ชี้หากเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน

วิ่งวุ่นขึ้นศาลขาแทบขวิด'ปู มัณฑนา'ลุย 3 คดีเวลาชนทั้ง'มีนบุรี-รัชดา'

น้ำมันพุ่งดันราคาหมูสูง ตลาดสดพัทยาซบเซา ประชาชนหันมาประหยัด

  • Breaking News
  • ศบก.ทลายคลังกักตุนน้ำมัน รวบ 5 รายสระบุรี-อยุธยา ฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน ศบก.ทลายคลังกักตุนน้ำมัน รวบ 5 รายสระบุรี-อยุธยา ฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน
  • ศาล รธน.รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งหลักฐานคดีบาร์โค้ด ชี้หากเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน ศาล รธน.รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งหลักฐานคดีบาร์โค้ด ชี้หากเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน
  • ตึงเครียดสูงขึ้น! อิหร่านปิดทางฮอร์มุซ กลุ่มฮูตีประกาศร่วมการสู้รบ ตึงเครียดสูงขึ้น! อิหร่านปิดทางฮอร์มุซ กลุ่มฮูตีประกาศร่วมการสู้รบ
  • พาณิชย์ ลุยตรวจร้านค้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระปชช.เริ่ม 1 เม.ย. พาณิชย์ ลุยตรวจร้านค้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระปชช.เริ่ม 1 เม.ย.
  • สุดารัตน์ วอนรัฐงดจัดเก็บภาษีชั่วคราว ราคาน้ำมันลดทันที 10 บาทบรรเทาความเดือดร้อน สุดารัตน์ วอนรัฐงดจัดเก็บภาษีชั่วคราว ราคาน้ำมันลดทันที 10 บาทบรรเทาความเดือดร้อน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปิดตายพรรคส้ม : ปิศาจ Spectre C พ่นพิษ ลากพรรคประชาชนลงเหว... ยุบซ้ำซาก-ลากเข้าคุก!

ปิดตายพรรคส้ม : ปิศาจ Spectre C พ่นพิษ ลากพรรคประชาชนลงเหว... ยุบซ้ำซาก-ลากเข้าคุก!

1 มี.ค. 2569

ตรวจสอบนักการเมือง เรื่องไม่ง่าย

ตรวจสอบนักการเมือง เรื่องไม่ง่าย

22 ก.พ. 2569

อย่าสำลักเสรีภาพ อย่าเพ้อคลั่งกับประชาธิปไตยจอมปลอม

อย่าสำลักเสรีภาพ อย่าเพ้อคลั่งกับประชาธิปไตยจอมปลอม

15 ก.พ. 2569

การเมืองเพื่อเจ้าของพรรค

การเมืองเพื่อเจ้าของพรรค

8 ก.พ. 2569

พรรคการเมืองหรือแก๊งมาเฟีย

พรรคการเมืองหรือแก๊งมาเฟีย

1 ก.พ. 2569

พรรคการเมืองไทยตายแล้ว!!!

พรรคการเมืองไทยตายแล้ว!!!

25 ม.ค. 2569

มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........

มีทหารไปทำไม มีพรรคสีส้มดีกว่ามั้ง ประเทศไทยจะได้...........

18 ม.ค. 2569

ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร

ไม่เอาพรรคหลานฮุนเซน ไม่เอาพรรคล้มเจ้า ไม่เอาพรรคด้อยค่าทหาร

11 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved