วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569
กลุ่มผู้ต่อต้าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ความพยายามไล่ นายกฯ ทุกวิถีทาง ที่ทำได้คือ ไล่ทั้งในสภานอกสภา ไล่โดยใช้กฎหมู่และช่องว่างทางกฎหมาย แต่ลุงตู่ก็เอาตัวรอดได้ตลอดมา
ในทางกฎหมายพรรคฝ่ายค้านร่วมกันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจลุงตู่ 3 ครั้ง ก็ผ่านมาได้ทุกคราในแง่มุมกฎหมาย พรรคฝ่ายค้านส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสามครั้งว่า สถานะนายกรัฐมนตรีขัด รธน.หรือไม่ ครั้งแรกศาลพิจารณาว่า ผู้ถืออำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ มิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐตาม กฎหมายครั้งที่สองฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรธน.พิจารณาว่าพลเอกประยุทธ์ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนขัดรธน.หรือไม่ ศาลไม่รับไว้พิจารณาด้วยเหตุผลว่าการถวายสัตย์ เป็นเรื่องเฉพาะพระมหากษัตริย์กับผู้ถวายสัตย์ปฏิญาณ
ต่อมา ฝ่ายค้าน ยื่นเรื่องให้รัฐธรรมนูญพิจารณาว่าพลเอกประยุทธ์เกษียณราชการแล้วยังพักอาศัยอยู่ในค่ายทหาร ผิดจริยธรรมทางการเมืองและเข้าข่ายผลประโยชน์ขัดกัน ศาลฯพิจารณาว่าผู้ถูกร้องพักอาศัยอยู่บ้านพักทหารได้เป็นไปตามระเบียบของกองทัพบก ที่ให้ผู้ที่เคยเป็นผู้บัญชาการทหารและทำประโยชน์ให้กองทัพพักอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารได้
ล่าสุด พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยการนำของพรรคเพื่อไทย ลงชื่อร่วมกัน 171 คน ส่งเรื่องให้ศาล รธน.พิจารณาว่าพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ ครบวาระแปดปีวันที่ 24 ส.ค. ตาม รธน. ปี 2560 กำหนดไว้ ตุลาการศาล รธน. เสียงข้างมากวินิจฉัยว่าวาระแปดปีของผู้ถูกร้องให้นับตั้งวันประกาศใช้ รธน. ฉบับปัจจุบันคือวันที่ 6 เม.ย. 2560 หมายความว่าแปดปีในตำแหน่งนายกฯพลเอกประยุทธ์คือ 6 เมษายน 2568 ลุงตู่ยังมีเวลาเป็นนายกฯอีกสองปีกว่า
เมื่อศาล รธน.พิจารณาออกมาเช่นนี้อารยชน คนในสังคมประชาธิปไตยต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลฯ แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ฝ่ายค้านพรรคก้าวไกลกับเพื่อไทยขับไล่ให้นายกฯให้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่ศาลยังไม่เริ่มพิจารณาคดีด้วยซ้ำ โดยอ้างว่าลุงตู่อยู่มาแปดปีแล้วต้องคิดเองได้ว่าสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยมากเพียงใด ลุงตู่ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกไปเองและเมื่อศาลฯวินิจฉัยไม่ถูกใจก็เคลื่อนไหวไล่นายกฯต่อไป
นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ที่เคยถูกจำคุกตามคำตัดสินศาลจึงไม่มีสิทธิสมัคร สส.แต่กลับได้รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการครอบครัวพรรคเพื่อไทยตำแหน่งนี้มิได้ตราไว้ใน กฎหมายพรรคการเมืองจึงถือว่าเป็น ผอ.เถื่อน
เมื่อเป็น ผอ.เถื่อน จึงไม่ละอายปาก ที่จะเรียก ลุงตู่ว่าเป็นนายกฯเถื่อน บนเวทีปราศรัยที่เชียงใหม่ นายณัฐวุฒิพูดว่า“ใครต่อใครเรียก ประยุทธ์ว่านายกฯเถื่อน แต่ผมขอเรียกว่า นายกฯถ่อย”
และหลังจากศาล รธน.พิจารณาว่า “วาระของผู้ถูกร้องยังไม่สิ้นสุดลงวันที่ 24 สิงหาคม ตามผู้ร้อง ฯลฯ ผู้ที่ไม่เคารพคำตัดสินของศาล ใช้คำว่า“นายกฯเถื่อนทุกเวทีปราศรัย ลุงตู่เดินไปราชการที่ไหนก็พบเห็นป้ายเขียนว่า#นายกฯเถื่อน
ในฐานะที่ทำข่าวการเมืองมานานจึงอยากบอกพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลให้เชื่อน.ส.ทิพานันศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯที่พูดว่า“นายกฯเถื่อนอยู่ดูไบ นายกฯตามกฎหมายอยู่ในประเทศไทย”
ถ้าพิจารณาตามความจริงโดยปราศจากอคติผู้ที่หนีไปอยู่ดูไบเป็นนายกฯเถื่อน ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2549 เพราะวันนั้นศาล รธน. ตัดสินให้การเลือกตั้ง2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะ นายทักษิณจึงเป็นนายกฯเถื่อนตั้งแต่วันที่ศาลตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ตามพจนานุกรม โมฆะ หมายความว่าเสียเปล่า ไม่มีผลบังคับหรือ ผูกพันตามกฎหมาย เช่น สัญญาเป็นโมฆะ ดังนั้น โมฆกรรม จึงหมายความว่า นิติกรรมที่เสียเปล่า ไม่มีผลบังคับหรือผูกพันตามกฎหมาย
แต่นายทักษิณยังดื้อรั้นปฏิบัติหน้าที่นายกฯต่อไป หนำซ้ำยังห้ามไม่ให้ทุกคนเรียกว่า เป็นนายกฯรักษาการ อ้างว่าตนยังเป็นนายกฯตามกฎหมายทุกประการ
นายทักษิณยุบสภา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2549 และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่วันที่ 2 เม.ย. ระหว่างการเลือกตั้งถือว่าเป็นนายกฯ รักษาการ แต่การเลือกตั้งครั้งนั้นเต็มไปด้วยความโกลาหลเนื่องจากพรรคฝ่ายค้านอันประกอบด้วยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และ พรรคมหาชนร่วมกันคว่ำบาตรไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทำให้เกิดความวุ่นวาย เมื่อประชาชนประท้วงทั่วประเทศ มีฉีกบัตรเลือกตั้ง บางหน่วยเลือกตั้งถูกปิดล้อมเลือกตั้งไม่ได้ แต่ กกต. ยังดื้อรั้นจัดที่เลือกตั้งใหม่ต่อไปอย่างทุลักทุเล กกต. 2 คนที่พยายามยับยั้งการเลือกที่หมิ่นเหม่ต่อการผิด ก.ม. ถูกบีบให้ลาออกไปกกต. ที่เหลือ 3 คนก็จัดเลือกตั้งซ่อมเลือกตั้งแซม และรับรองผลเลือกตั้งมั่วๆ กันไป สุดท้าย กกต.สามคนถูกฟ้องและศาลตัดสินจำคุกถ้วนหน้า
ก็เลือกตั้งที่โกลาหล ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อต้านแบบอารยะขัดขืนโดยการลงคะแนนโนโหวตและทำให้เป็นบัตรเสียจำนวนมาก จากผู้มาใช้สิทธิ29 ล้านคน มีคะแนนโนโวต 9.05 ล้านกว่าคน ทำให้บัตรเสีย 1.7 ล้านคน เมื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนทำให้บัตรเลือกตั้งไม่มีผลทางกฎหมายกว่า 11 ล้านคน ประเทศไทยจึงตกอยู่ภาวะวิกฤต ในหลวง รัชกาลที่ 9 ตรัสว่า “วิกฤตที่สุดในโลก”
เมื่อประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองและประธานศาลอาญาฯ นำคณะตุลาการเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีกระแสพระราชดำรัสให้ตุลาการศาลดังกล่าวร่วมมือกันหาแนวทางตามกฎหมายยุติวิกฤตชาติ วันที่ 8 พ.ค.2549 ศาล รธน.ตัดสินให้การเลือกตั้ง 2 เม.ย. เป็นโมฆะแต่นายทักษิณยังดื้อรั้นเป็นนายกฯ ต่อไปจนถึงวันทหารยึดอำนาจวันที่ 19 ก.ย. 2549
นายทักษิณยุบสภา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และ เป็นนายกฯ เถื่อนโดยไม่มีสภา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในดุลอำนาจ สามฝ่ายคืออำนาจฝ่ายบริหาร อำนาจฝ่ายตุลาการ และ อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่เป็นเวลานานกว่าเจ็ดเดือน
พลเอกประยุทธ์ เข้ามายึดอำนาจท่ามกลางวิกฤตชาติเมื่อประชาชนหลายล้านคนประท้วงขับไล่รัฐบาลโกงชาติที่เหลิงในอำนาจออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย เพื่อให้พี่ชายกลับบ้านได้โดยไม่ต้องติดคุก และระหว่างที่ประชาชนประท้วงใหญ่ก็มีกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายฆ่าประชาชนที่ร่วมประท้วงตาย 28 คน และบาดเจ็บ 700 กว่าคน
หลังจากประท้วงมาราธอนมา เกือบ 200 วันแกนนำ กปปส.แถลงว่าจะเคลื่อนมวลชนจากสวนลุมพินี ไปประกาศชัยชนะที่สนามหลวงในวันที่25 พ.ค.2557
หน่วยงานมั่นคงได้รับข่าวกรองว่าฝ่ายตรงข้ามกปปส.วางแผนการจะสังหารหมู่ประชาชนกลางสนามหลวง โดยกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนรัฐบาลกำลังเคลื่อนไหวเพื่อให้เป็นเงื่อนไขสงครามกลางเมือง และได้นำชาติมหาอำนาจเข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย
พลเอกประยุทธ์ ผู้อำนวยการบริหารความมั่นคงในภาวะฉุกเฉิน ก็เชิญคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายให้มาเจรจาหาข้อยุติความขัดแย่งอย่างสันติกันในสโมสรกองทัพบก แต่เมื่อทุกฝ่ายตกลงกันไม่ได้จึงพูดว่า “ขอโทษนะถ้าอย่างนั้นผมขอยึดอำนาจ” คำขอโทษอย่างสุภาพบุรุษทำเอาผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีฉี่ราดได้
พลเอกประยุทธ์ ยึดอำนาจเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศชาติอยู่ในภาวะมิคสัญญี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และ บริหารประเทศด้วยอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ มาจนมี รธน..ใหม่ในปี 2560 และหลังจากเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 พลเอกประยุทธ์ก็ได้รับเลือกจากรัฐสภาให้เป็นนายกฯ ต่อเนื่องจากการเป็นผู้นำรัฐบาลถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์
พลเอกประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรธน.จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย เมื่อศาลวินิจฉัยว่าไปต่อได้ พลเอกประยุทธ์ก็กล่าวว่า “ผมเคารพคำวินิจฉัยของศาลทุกประการ”
หากเปรียบกับพฤติกรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับ นายทักษิณ ซึ่งทั้งสองพี่น้องหนีหน้าไม่กล้าฟังคำสั่งศาลแล้วเผ่นไปอยู่ด้วยกันที่ดูไบ วิญญูชนคนมีอารยะในระบอบประชาธิปไตย จึงพิจารณาได้ว่าระหว่าง#พลเอกประยุทธ์กับคนดูไบ ใครคือนายกฯ เถื่อน ใครคือนายกฯถ่อย
สุทิน วรรณบวร

สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม
'THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026'เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก
INK - JEFF SATURE - 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! 'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026'
ไฟไหม้อาคารจอดรถ BYD ในเซินเจิ้น โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ
กองทัพเรือยืนยัน 'ข่าวปลอม' กรณีอ้างไทยเปิดทางส่งของไปกัมพูชา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี