วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
ติดตามดูศึกซักฟอกรัฐบาลจากการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติของพรรคฝ่ายค้านสองวัน ใจจดใจจ่ออยู่แค่เรื่องของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เรื่องเดียวเท่านั้น
เพราะอย่างที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้ว่า “การทำลายหลักยุติธรรม”เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลต้องแก้ เนื่องจากการสร้างยุติธรรมสองมาตรฐาน ถือว่าเป็นปัญหาที่ได้สร้างความเสื่อมให้แก่รัฐบาล และเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายรัฐบาลมากที่สุด
การอภิปรายครั้งนี้แม้จะจบไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงอยู่หลังจากนี้ก็คือ คดีความที่เกี่ยวเนื่องกับนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ที่มีผู้ไปยื่นเรื่องร้องต่อองค์กรต่างๆ รวมทั้งหมด 24 เรื่อง ดังที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อภิปรายว่า “ถึงวันนี้มีผู้ไปยื่นร้องต่อองค์กรต่างๆ เฉพาะกรณีนักโทษเทวดารวม 24 เรื่อง...พูดมาทั้งหมดเพื่อเตือนนายกฯและรัฐบาลว่า สิ่งที่ได้ทำกับหลักนิติธรรม เป็นระเบิดเวลาที่ตั้งไว้ระเบิดใส่ตัวเองในอนาคต ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายบันดาลให้ทุกท่านดวงตาเห็นธรรมโดยทั่วกันด้วยเถิด”
เคยพูดในคอลัมน์นี้หลายครั้งว่า เรื่องราวของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร นั้น ยิ่งกว่าหนังชีวิตเรื่องยาวที่ไม่ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาเพราะทักษิณไม่ยอมทำตัวให้เป็นคนธรรมดา เป็นคนที่มีนิสัยถาวรขี้โกงและเห็นแก่ประโยชน์ของตน ทำผิดในคดีทุจริตมีโทษก็หนี พอรู้ว่ากลับมาแล้วสามารถหลีกเลี่ยงไม่ต้องไปติดคุกในเรือนจำได้ เนื่องจากมีอำนาจอิทธิพลเหนือรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ถึงได้ยอมกลับมาหลังจากหนีไปกว่า 15 ปี กลับมาก็ไม่ยอมติดคุกอีก โดยโกงการติดคุกด้วยการ“ติดคุกทิพย์” ทั้งที่ปากบอกว่ายอมรับโทษทัณฑ์ เพื่อจะได้อยู่บ้านเลี้ยงหลานในบั้นปลายของชีวิต
แต่สิ่งที่ปรากฏก็คือ เข้าเรือนจำได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ออกไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ และยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ลดโทษในคดีทุจริตโกงชาติโกงแผ่นดิน จากต้องจำคุก 8 ปีเหลือ 1 ปีในเวลาต่อมาอีก เมื่ออยู่ข้างนอกเรือนจำพอครบ 180 วัน โดยที่ไม่เคยติดคุกในเรือนจำแม้แต่วันเดียวก็ได้รับการพักโทษ ท่ามกลางเสียงโจษขานของสังคมที่มีข้อกังขาและไม่เชื่อว่า นักโทษโกงบ้านโกงเมืองรายนี้นอนพักฟื้นบนชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ ตามที่กรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจแถลงให้สังคมทราบ
การมีอิทธิฤทธิ์ในฐานะ”นักโทษเทวดาตัวหนึ่ง”ของทักษิณ ชินวัตร ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ราชการประจำระดับปฏิบัติในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากต้องคอยรับใช้และเอื้อประโยชน์ให้แก่ทักษิณ โดยขาของข้าราชการเหล่านี้แหย่เข้าไปในตะรางแล้วข้างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการกรมราชทัณฑ์หรือแพทย์โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่อธิบดีและแพทย์ใหญ่ลงมา
นายเศรษฐา ทวีสิน และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แม้จะอ้างว่ากระบวนการทั้งหมดปฏิบัติตามกฎหมายและตามกฎระเบียบข้อบับคับ แต่ความรับผิดชอบในฐานะผู้กำหนดนโยบายและเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ขยับ ดังสำนวนไทยที่ว่า“ถ้าหัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก” เรื่องไม่ชอบมาพากลจากการฉ้อฉลอำนาจเพื่อช่วยเหลือนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ คือถ้าผู้บังคับบัญชาระดับนโยบายไม่สั่งการแล้ว ถามว่าจะมีข้าราชการประจำในระดับปฏิบัติคนไหนกล้า“คิดเองทำเอง”
ในอดีตที่ผ่านมานั้น ใครที่รับใช้“ทักษิณ ชินวัตร”มักต้องประสบเคราะห์กรรม ต้องติดคุกติดตะราง ทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการประจำ เช่น นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ติดคุกคดีทุจริต“โครงการบ้านเอื้ออาทร”มีโทษ 50 ปี เวลานี้ก็ยังอยู่ในคุก, นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี อดีตรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) คดีทุจริต“แก้สัมปทานดาวเทียมเอื้อประโยชน์เครือชินคอร์ป” ติดคุก 1 ปีและพ้นโทษมาแล้ว เวลานี้ก็ยังกลับมารับใช้“ตระกูลชินวัตร”อีก โดยเป็นมือเป็นไม้ให้“แพทองธาร ชินวัตร” ทำเรื่องซอฟต์ พาวเวอร์ และเรื่องการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น
ข้าราชการประจำที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ“คดีทุจริตแก้สัมปทานดาวเทียมฯ”อีกสองคน ที่ถูกดำเนินคดีพร้อมกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี ก็คือ นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงไอซีที และนายนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ กระทรวงไอซีที ถูกศาลพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปีเช่นกัน แต่ยังถือว่าโชคดีที่ศาลสั่งให้รอลงอาญา 5 ปี
นั่นเป็นหนังตัวอย่าง แต่กรณี“นักโทษเทวดาตัวใหม่”ใน พ.ศ.นี้ ต้องดูว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะรอดคุกรอดตะรางหรือไม่ แม้ว่าบุคคลผู้นี้จะปัดความรับผิดชอบด้วยการอ้างรัฐบาลชุดก่อน คือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ตลอดเวลาว่าเป็นผู้ออกกฎระเบียบ รวมทั้งการส่งตัว“ทักษิณ ชินวัตร”จากเรือนจำไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจก็เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
แต่สำหรับข้าราชการประจำในระดับปฏิบัติของกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ มีโอกาสสูงต่อการติดคุกติดตะราง อาทิ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายนัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์, พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และพล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ อดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เพราะข้าราชการประจำในระดับปฏิบัติดังกล่าวนั้น รวมทั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ล้วนมีชื่อในคำร้องที่มีผู้ยื่นต่อศาลปกครองกลาง และ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว ว่าในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ”ปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต”หรือไม่ ในกรณีที่มีส่วนช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ให้นักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ออกไปพักรักษาตัวนอกเรือนจำโดยใม่ต้องติดคุกจนกระทั่งได้รับการพักโทษ
กรรมยุคนี้ติดจรวดครับ-ไม่ช้าไม่นานคงได้เห็นกัน เพราะนี้คือ”ระเบิดเวลาที่ตั้งไว้ระเบิดใส่ตัวเองในอนาคต”เพื่อนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เพียงผู้เดียวโดยแท้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

กบน.เคาะแล้ว ลดราคาดีเซล 1.50 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้
เครื่องกระดาษกงเต็กหลวง ถวายพระเกียรติพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ บำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ฟีฟ่า ย้ำอิหร่านลงแข่งตามเดิม หลังผู้แทนฯทรัมป์ดันทีมชาติอิตาลีเสียบแทน
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ บำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี