วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')
คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ผ่าวิกฤตเกณฑ์ทหาร ด้วยสมการคอร์รัปชัน

ดูทั้งหมด

  •  

เหตุการณ์ที่มีเสียงเฮสนั่นและในขณะเดียวกันก็มีเสียงคนกำลังร้องไห้

เหตุการณ์ที่มีคนมีความสุขแต่ก็มีคนเป็นทุกข์ยืนอยู่ข้างๆ


เหตุการณ์ที่มีคนรักกอดกันอย่างอิ่มใจแต่คนที่ยืนใกล้ๆ กำลังอาวรณ์คนรักเพราะต้องร่ำลา...

ใช่แล้วครับ ผู้เขียนกำลังพูดถึง “การเกณฑ์ทหาร” เหตุการณ์สำคัญที่บรรจบครบเดือนเมษายนเมื่อไร ก็จะเริ่มเป็นกระแสให้สังคมได้ถกเถียง โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการ “ยกเลิกเกณฑ์ทหาร” นับเป็นหนึ่งประเด็นร้อนแรงที่ความเห็นถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายหลักๆฝ่ายหนึ่งมองว่าการทหารเกณฑ์ยังจำเป็นเพราะพวกเขา คือ “รั้วของชาติ” แต่อีกฝ่ายอาจมองว่าประเทศไทยไม่ได้รบกับใครมาหลายสิบปี ทหารเกณฑ์จึงไม่มีความจำเป็น การเป็นทหารควรเป็นด้วยความ “สมัครใจ” อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อถกเถียงนี้ ผู้เขียนมีข้อเสนอว่า เราอาจยุติปัญหานี้ได้ด้วยการลด “คอร์รัปชัน”

เพราะคอร์รัปชันมีความสัมพันธ์กับการเกณฑ์ทหาร

อย่างที่เราทราบ หนึ่งในข้อเสนอของฝ่ายที่อยากยกเลิกการเกณฑ์ทหารที่พอจะเป็นไปได้ คือ “การสมัครทหารโดยสมัครใจ” แต่ ในปัจจุบันผู้สมัครเป็นทหารโดยสมัครใจยังไม่เพียงพอ เพราะหลายคนไม่ต้องการเป็นทหาร และหากเราย้อนกลับไปถามถึงเหตุผล ผู้เขียนขออธิบายด้วยการแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม คือคนที่ “เกรง” และคนที่ “กลัว” (การใช้คำว่าเกรงหรือกลัวผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาด้อยค่าคนที่ไม่ต้องการเป็นทหาร แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร)

ประเภทแรก คือ คนที่เกรง คนที่ไม่ต้องการเป็นทหารเลย เพราะการเกณฑ์ทหารจะทำให้พวกเขาเสียโอกาสไปถึง 2 ปี ในการวิ่งตามความฝัน และต้องห่างจากคนที่รักและครอบครัว และมองว่าการรับใช้ชาติไม่จำเป็นต้องเป็นทหาร แต่การเป็นแรงงานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็เป็นการทำหน้าที่พลเมืองของชาติไม่ต่างกัน

ประเภทที่สอง คือ คนที่กลัว คนกลุ่มนี้อาจจะอยากหรือไม่อยากเป็นทหารก็ได้ แต่สิ่งที่พวกมีเหมือนกันคือ “ความกลัวต่อระบบทหาร” เพราะอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกปีว่า การดูแลทหารเกณฑ์ของกองทัพไทยนั้นเป็นไปในทิศทางที่ไม่ดีนัก เริ่มตั้งแต่สวัสดิการเล็กๆ อย่างเรื่องการกิน ที่มักจะมีภาพหลุดของเหล่าทหารเกณฑ์ต้องกินข้าวกับเศษผัก เศษเนื้อ หรือข้าวคลุกน้ำปลา นอกจากนี้ ยังมีการโกงเบี้ยเลี้ยงพลทหารที่เคยเป็นชนวนให้เกิดเหตุการณ์กราดยิงที่โคราชมาแล้ว รวมทั้งทหารเกณฑ์หลายคนมักถูกทหารยศสูง “เรียกไปใช้งานเป็นการส่วนตัว” ซึ่งต้องไปทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่ของทหาร เช่น ตัดหญ้า ถูบ้าน หรือซักกางเกงในเมียนายพลแต่ทั้งสองเรื่องอาจจะเล็กน้อยไปเลยหากเทียบกับเรื่องของ “ความรุนแรง” ที่เกิดขึ้นในกองทัพ โดยตั้งแต่ปี 2552-2566 สำนักข่าวประชาไทยได้รวบรวมเคสทหารเกณฑ์เสียชีวิตในค่ายทหารพบว่ามีจำนวนกว่า 20 เคส ซึ่งมีหลายเคสเกิดจากความรุนแรง เช่น เคสพลทหารคชา พะยะเสียชีวิตเมื่อปี 2561 จากการถูกรุ่นพี่ทหารซ้อมทรมานจนหัวใจหยุดเต้น รวมถึงในบางเคสที่ตายอย่างปริศนา เช่น เคสพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต ที่เสียชีวิตเมื่อปี 2566จากการติดเชื้อในกระแสเลือดโดยที่ทางค่ายทหารไม่มีคำตอบถึงสาเหตุ เพียงแต่บอกว่าลงโทษตามกฎเกณฑ์ของกองทัพ โดยที่ประชาชนไม่มีอำนาจไปตรวจสอบหรือรู้ได้เลยว่าจริงๆ แล้วภายในค่ายทหารนั้นเกิดอะไรขึ้น และนอกเหนือจากปัญหาที่กระทบต่อทหารเกณฑ์โดยตรง ภาพรวมของกองทัพไทยที่มีการเรียกสินบน การทุจริต ความไม่โปร่งใส ทำให้มุมมองของสังคมที่มีต่อกองทัพ คือภาพของอิทธิพล อำนาจมืด ความอยุติธรรม และแม้แต่คนที่อยากเป็นทหารก็อาจหมดศรัทธาและความไว้ใจต่อกองทัพไทย

มองทหารเกณฑ์ผ่านสมการคอร์รัปชัน

จากปัญหาดังกล่าว ผู้เขียนจึงอยากชวนผู้อ่านมามองปัญหาคอร์รัปชันผ่านสมการคอร์รัปชันของ Robert Klitgaard นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ที่ศึกษาเรื่องคอร์รัปชันมายาวนาน และได้รับการยอมรับจากกลุ่มนักวิชาการทั่วทุกมุมโลก ซึ่งสมการดังกล่าวคือ “C = M + D – A” หรือขยายความได้ว่าการคอร์รัปชัน (Corruption) เกิดจากการผูกขาด (Monopoly)และการใช้ดุลพินิจ (Discretion) โดยไร้ซึ่งความรับผิดชอบ(Accountability) ซึ่งหากมองระบบทหารในปัจจุบันเราพบว่า

1. มีอำนาจที่คล้ายการผูกขาด : ผู้เขียนเข้าใจในรูปแบบการปกครองบังคับบัญชาทหารที่มีรูปแบบบนลงล่าง (Top-Down) เพื่อให้ทหารใต้บังคับบัญชาที่ถืออาวุธอยู่ในวินัยและไม่ออกไปสร้างความวุ่นวายให้กับสังคม หรือในการรบที่ต้องการคำสั่งที่เด็ดขาด แต่การที่ผู้บังคับบัญชามีอำนาจมากเกินไปโดยไม่มีใครที่สามารถตรวจสอบได้ ก็เปรียบเสมือนอำนาจถูกผูกขาดในค่ายทหาร โดยไม่มีใครมีสิทธิมีเสียงที่จะโต้แย้งได้และการตรวจสอบก็มีแต่นายทหารด้วยกัน ตัวอย่างเช่น เคสของ “หมู่อาร์ม” ที่พบการทุจริตในกองทัพ แต่เมื่อยื่นเรื่องต่อกรมสรรพาวุธภายในไปแล้วเรื่องกลับเงียบ ซ้ำร้ายยังถูกข่มขู่จากนายทหารที่มีอำนาจรวมถึงสั่งลงโทษทางวินัยทหาร อำนาจที่เหลือล้นจึงไม่เพียงเป็นการคอร์รัปชันด้วยการใช้อำนาจโดยมิชอบ แต่ยังส่งเสริมให้การคอร์รัปชันไม่ถูกตรวจสอบอีกด้วย

2.ดุลพินิจที่เปิดโอกาสให้ทำผิด : หลายกิจกรรมในกองทัพเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจอย่างมาก และส่งผลให้เกิดโอกาสคอร์รัปชันตามมา ตัวอย่างเช่น ในช่วงเกณฑ์ทหารเข้าประจำการใหม่ก็จะได้ยินข่าวการรับสินบนหลายหมื่นบาทต่อคนหรือข่าวการยินยอมยกเงินเดือน และเงินเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ให้กับผู้บังคับบัญชาหรือที่เรียกว่า “บัญชีทหารผี” เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นเข้าประจำการทหาร และอีกหนึ่งตัวอย่างของการเปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจโดยส่งผลกระทบต่อทหารเกณฑ์ ผู้เขียนขอยกตัวอย่าง “พ.ร.บ.วินัยทหาร” ที่เปิดโอกาสให้เกิดการกลั่นแกล้งและการทำร้ายร่างกายได้ โดยใน พ.ร.บ. ได้ระบุถึงเหตุผลที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาสามารถลงโทษพลทหารได้ในข้อ 1 ที่บอกไว้ว่า “ดื้อ ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือตน” ซึ่งคำว่า “ดื้อ” นั้นค่อนข้างเป็นนามธรรม พฤติกรรมแค่ไหนถึงจะเรียกว่าดื้อ ? ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา หรือข้อที่ 7 ที่บอกไว้ว่า “ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร” แล้วแค่ไหนถึงจะเรียกว่าไม่สมควร? สุดท้ายแล้วหากไม่ระบุให้ชัดเจนก็อาจนำมาสู่การกลั่นแกล้งหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ เช่นเดียวกับกรณีการนำทหารไปรับใช้ หากมีการกำหนดชัดเจนว่านำทหารไปช่วยงานอะไร เกี่ยวข้องกับภารกิจกองทัพอย่างไร ก็จะช่วยลดการนำทหารไปรับใช้อย่างไร้ประสิทธิภาพ

3.ความรับผิดชอบที่ยังขาดหาย : ในเรื่องของความรับผิดชอบจะเห็นได้ว่าด้วยอำนาจที่ผูกขาด และการเป็นดินแดนสนธยาของค่ายทหาร ทำให้การตรวจสอบไปถึงยาก รวมทั้งระบบอุปถัมภ์ที่มีพี่น้องและพวกพ้องอยู่รอบตัว ทำให้การเอาผิดเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้กฎระเบียบยังเอื้ออำนวยอีกด้วย ผู้เขียนยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดใน “พ.ร.บ. วินัยทหาร” ซึ่งได้ระบุโทษ 5 สถานเอาไว้ ถ้าหากผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำผิดจะมีบทลงโทษคือ 1.ภาคทัณฑ์ คือการทำทัณฑ์บนเอาไว้ 2. ทัณฑกรรม ให้กระทำการสุขา การโยธา ฯลฯ 3.กัก คือการจำกัดให้อยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง 4.ขัง หรือการสั่งขังคนเดียวหรือหลายคน 5.จำขัง หรือการส่งไปขังคุกทหาร ซึ่งประเด็นสำคัญคือ พ.ร.บ. ได้ระบุไว้ว่าในการลงโทษผู้บังคับบัญชามีอำนาจที่จะใช้อาวุธเพื่อปราบปรามทหารผู้ก่อการกำเริบหรือบังคับทหารผู้ละทิ้งหน้าที่ให้กลับมาทำหน้าที่โดยที่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่ช่วยเหลือในการใช้อาวุธลงโทษไม่ต้องรับโทษ ซึ่งเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงการเปิดโอกาสให้ผู้บังคับบัญชาสามารถใช้ความรุนแรง โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ

ผ่าวิกฤตเกณฑ์ทหาร แก้สมการคอร์รัปชัน

ในกระบวนการนี้ผู้เขียนมองว่าควรแก้ตามสมการต้องเริ่มจากการลดอำนาจที่ผูกขาดซึ่งจะทำให้นายทหารสามารถตัดสินใจถูกผิดได้ดั่งใจโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ และกลายเป็นระบบที่เอื้อให้คนสามารถทำผิดได้ หรือเรื่องของระบบกองทัพแม้เป็นแบบบนลงล่าง ก็ควรมีความโปร่งใส อาจจะเพิ่มถ่วงดุลอำนาจ หรือเพิ่มอำนาจการตรวจสอบจากภาคส่วนอื่น เช่นในเรื่องของการรับเรื่องร้องเรียนทุจริตควรมีการทำงานกับองค์กรอื่นอย่าง ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. รวมถึงต้องมีการตรวจสอบจริงจับให้เห็นเป็นตัวอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดกรณีอย่างหมู่อาร์มเป็นครั้งที่สอง และในด้านกฎเกณฑ์อะไรที่สามารถลดดุลพินิจได้ก็ควรจะลด ให้ระบบทหารเกณฑ์อยู่ในรูปแบบออนไลน์มากขึ้นกฎระเบียบในการฝึกควรมีการระบุที่ละเอียดชัดเจน เป็นรูปธรรม เช่น หากระบุเกี่ยวกับ “การไม่ฟังคำสั่ง” ควรระบุให้ชัดเจนว่าแบบไหนบ้างจึงจะเรียกว่าไม่ฟัง รวมถึงต้องกำหนดความรับผิดชอบที่สมเหตุสมผล

พอมาถึงจุดนี้แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงเห็นภาพแนวทางการเพิ่มจำนวนทหารเกณฑ์จากการแก้สมการคอร์รัปชัน เพราะหากลดคอร์รัปชันได้ แน่นอนว่าจะทำให้คนอยากสมัครเป็นทหารแต่ “กลัว” มาสมัครมากขึ้น นอกจากนี้การลดคอร์รัปชันย่อมตามมาด้วยงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกองทัพสามารถนำมาเพิ่มสวัสดิการ เงินเดือน เงินเบี้ยเลี้ยง ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจที่ทำให้แม้แต่คนที่ไม่อยากเป็นทหารก็อยากมาสมัครจนเพียงพอ คนที่ “เกรง” ไม่จำเป็นต้องมาเป็นทหาร และทำหน้าที่พลเมืองของชาติด้วยวิธีการอื่นไป อีกทั้งกองอาจมีงบประมาณเหลือๆ ไปเพิ่มศักยภาพการฝึกยุทโธปกรณ์ ทำให้กองทัพไทยมีประสิทธิภาพ ทำให้คนไทยอุ่นใจ กลายเป็นเรื่องที่มีแต่ “ได้กับได้” แต่ถ้าถามว่าใครจะเสียประโยชน์ก็คงมีแต่คน “โกง” เพียงเท่านั้น

สุรวัฒน์ เดวา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:00 น. เฟิร์น ชลบุรี โวย กกต.! หลังไม่นับคะแนนเขต 1 ใหม่-รับไม่ได้คำชี้แจงเดิมๆ
19:42 น. ความฝันเป็นจริง ดีเจพีเค ถอยซูเปอร์คาร์สุดหรู 38 ล้าน
19:18 น. รมว.นฤมล เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร ยกย่องจิตวิญญาณแม่พิมพ์ของชาติ
19:16 น. ในหลวง-พระราชินี พระราชทานตะกร้าสิ่งของ มอบกำลังพลบาดเจ็บชายแดนไทย-กัมพูชา
18:46 น. เพื่อน เด๋อ ดอกสะเดา เปิดอีกมุม หลัง ปู กนกวรรณ เผยปมซุกเมียอีกคน
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ก.พ.69
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคล เข้าเฝ้าฯ
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ-รมว.คลัง เข้าเฝ้าฯ
ดัง พันกร โพสต์ถามกลางโซเชียล หลังเทรนด์ฮิต ห่มสไบใส่ยีนส์ ถูกเบรกห้ามเข้าสถานที่
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ดูทั้งหมด
โลกสงคราม
‘ม็อบสามกีบภาคพิสดาร’กฎหมู่ของ‘พรรคส้มเน่า’
รัฐชาติกับความรักชาติ
หลุมดำทางการเมือง
แพ้แล้วพาล ฟาดงวงฟาดงา หาคุก-หาตะราง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เฟิร์น ชลบุรี โวย กกต.! หลังไม่นับคะแนนเขต 1 ใหม่-รับไม่ได้คำชี้แจงเดิมๆ

ความฝันเป็นจริง ดีเจพีเค ถอยซูเปอร์คาร์สุดหรู 38 ล้าน

มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 12-18 ก.พ.69

รมว.นฤมล เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร ยกย่องจิตวิญญาณแม่พิมพ์ของชาติ

อนุทิน ยกสีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ เป็น 3 แม่ครัว หนุนภท.เติบโต กำชับว่าที่สส.-แกนนำเร่งเครื่องทำงานหนัก

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานตะกร้าสิ่งของ มอบกำลังพลบาดเจ็บชายแดนไทย-กัมพูชา

  • Breaking News
  • เฟิร์น ชลบุรี โวย กกต.! หลังไม่นับคะแนนเขต 1 ใหม่-รับไม่ได้คำชี้แจงเดิมๆ เฟิร์น ชลบุรี โวย กกต.! หลังไม่นับคะแนนเขต 1 ใหม่-รับไม่ได้คำชี้แจงเดิมๆ
  • ความฝันเป็นจริง ดีเจพีเค ถอยซูเปอร์คาร์สุดหรู 38 ล้าน ความฝันเป็นจริง ดีเจพีเค ถอยซูเปอร์คาร์สุดหรู 38 ล้าน
  • รมว.นฤมล เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร ยกย่องจิตวิญญาณแม่พิมพ์ของชาติ รมว.นฤมล เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผอ.ศศิพัชร ยกย่องจิตวิญญาณแม่พิมพ์ของชาติ
  • ในหลวง-พระราชินี พระราชทานตะกร้าสิ่งของ มอบกำลังพลบาดเจ็บชายแดนไทย-กัมพูชา ในหลวง-พระราชินี พระราชทานตะกร้าสิ่งของ มอบกำลังพลบาดเจ็บชายแดนไทย-กัมพูชา
  • เพื่อน เด๋อ ดอกสะเดา เปิดอีกมุม หลัง ปู กนกวรรณ เผยปมซุกเมียอีกคน เพื่อน เด๋อ ดอกสะเดา เปิดอีกมุม หลัง ปู กนกวรรณ เผยปมซุกเมียอีกคน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ถอดบทเรียนจากสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี Mark Carney  สู่พลังจากภาคประชาสังคมในการต่อต้านคอร์รัปชัน

ถอดบทเรียนจากสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี Mark Carney สู่พลังจากภาคประชาสังคมในการต่อต้านคอร์รัปชัน

11 ก.พ. 2569

2569 ปีแห่งการเลือกตั้ง  กับบทบาทพลเมืองในการสร้างความโปร่งใส

2569 ปีแห่งการเลือกตั้ง กับบทบาทพลเมืองในการสร้างความโปร่งใส

28 ม.ค. 2569

8 กุมภาฯ กาเห็นชอบ : เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นของประชาชน

8 กุมภาฯ กาเห็นชอบ : เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นของประชาชน

21 ม.ค. 2569

คำขวัญวันเด็ก ‘รักชาติไทย ใส่ใจโลก’ ประโยคสวยๆ ในสังคมที่พยุงการคอร์รัปชัน

คำขวัญวันเด็ก ‘รักชาติไทย ใส่ใจโลก’ ประโยคสวยๆ ในสังคมที่พยุงการคอร์รัปชัน

14 ม.ค. 2569

KRAC Recap 2025: What We Built, What Changed and Why It Matters

KRAC Recap 2025: What We Built, What Changed and Why It Matters

30 ธ.ค. 2568

All I Want for Christmas is YOU : ของขวัญที่สังคมไทยควรให้ตัวเองก่อนปี 2569

All I Want for Christmas is YOU : ของขวัญที่สังคมไทยควรให้ตัวเองก่อนปี 2569

24 ธ.ค. 2568

คอร์รัปชัน : ปัจจัยสำคัญโค่นระบอบอำนาจเก่าใน 3 ชาติเอเชียใต้

คอร์รัปชัน : ปัจจัยสำคัญโค่นระบอบอำนาจเก่าใน 3 ชาติเอเชียใต้

17 ธ.ค. 2568

เมื่อระบบธรรมาภิบาลไม่อาจป้องกันอำนาจนอกระบบได้

เมื่อระบบธรรมาภิบาลไม่อาจป้องกันอำนาจนอกระบบได้

10 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved