วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีทั่วประเทศที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น ที่ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่เป็นการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ และเลือกผู้นำที่มีคุณภาพ มีจริยธรรม สามารถพัฒนาท้องถิ่นอย่างโปร่งใส หลังจากกระบวนการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง บทความฉบับนี้จึงขอถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างความโปร่งใสการเลือกตั้งท้องถิ่น ปัญหาคอร์รัปชันที่มักเกิดขึ้นในระดับเทศบาล รวมถึงแนวทางที่ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสในท้องถิ่นของตนเอง
การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นกลไกประชาธิปไตยที่สำคัญและใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข หรือการจัดการสิ่งแวดล้อม การเลือกผู้นำท้องถิ่นจึงไม่ใช่เพียงการลงคะแนนเสียงแต่เป็นการกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนของตนเอง การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้ง การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการทำงานของผู้นำหลังจากได้รับเลือกตั้งแล้วล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมธรรมาภิบาล และสร้างความโปร่งใสในการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันที่อาจเกิดขึ้นได้
ปัญหาคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่น แม้การเลือกตั้งจะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ในหลายพื้นที่กลับประสบปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกปัญหาเหล่านี้สามารถพบได้ในหลายรูปแบบ เช่น การซื้อเสียงในช่วงเลือกตั้งท้องถิ่น การใช้อำนาจหรืออิทธิพลครอบงำผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การใช้ทรัพยากรของรัฐในการหาเสียงอย่างไม่เหมาะสม เป็นต้น โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่น เช่น ขาดการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการตรวจสอบการทำงานของผู้นำท้องถิ่น วัฒนธรรมอุปถัมภ์ความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ระหว่าง
ผู้มีอำนาจกับประชาชน ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกเกรงใจหรือ “ติดหนี้บุญคุณ” และประชาชนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิทางการเมือง เป็นต้น
“ประชาชนจะมีบทบาทในการสร้างความโปร่งใสได้อย่างไร?” ประชาชนเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนความโปร่งใสโดยสามารถมีส่วนร่วมได้ในหลายรูปแบบ ประการแรก การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยศึกษาประวัติ ผลงานที่ผ่านมา และนโยบายของผู้สมัครอย่างรอบคอบ นโยบายการต่อต้านคอร์รัปชันของผู้สมัครมีความสำคัญอย่างมากที่จะใช้ในการพิจารณาว่าผู้สมัครจะมีแนวทางจะแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันอย่างไร หรือผู้สมัครจะมีนโยบายที่ส่งเสริมความโปร่งใสอย่างไร ในปัจจุบันสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งเบื้องต้นได้ทางแอปพลิเคชันฉลาดเลือก (Smart Vote) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำขึ้น
ประการที่สอง ปฏิเสธการซื้อเสียงและรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบเห็นการทุจริตในการเลือกตั้ง หน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงอย่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีช่องทางแจ้งเหตุทุจริตการเลือกตั้งหลายช่องทาง เช่น แอปพลิเคชันตาสับปะรดที่สามารถแจ้งเบาะแสได้ทั้งข้อความ ภาพ เสียง หรือคลิปวีดีโอ โทรศัพท์ศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้งหมายเลข 02-141-8860 สายด่วน กกต.1444 และการเดินทางเข้าแจ้งเรื่องโดยตรงที่ กกต. ประจำจังหวัด เป็นต้น
ประการสุดท้าย การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้นำท้องถิ่นหลังได้รับเลือกตั้งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการบริหารท้องถิ่น ประชาชนสามารถมีบทบาทในการติดตามและตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ของตนเอง เช่น โครงการก่อสร้างหรือซ่อมแซมถนน โครงการขุดลอกคลอง และการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ โดยสามารถตรวจสอบคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าของโครงการเหล่านี้ได้ผ่านเครื่องมือ ACT Ai ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในพื้นที่ใกล้บ้านของทุกท่านได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยระบบจะแสดงข้อมูลว่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น โครงการที่กำลังก่อสร้างถนนหน้าบ้านของท่านเป็นของหน่วยงานใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ การดำเนินการตามรายละเอียดที่โครงการกำหนดหรือไม่ ตลอดจนการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้รับเหมาที่ได้รับงานกับผู้นำในท้องถิ่น เพื่อพิจารณาว่าโครงการดังกล่าวมีลักษณะของการเอื้อประโยชน์หรือไม่
นอกจากนั้นหากประชาชนพบเห็นความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินโครงการดังกล่าว เช่น การสร้างไม่ได้มาตรฐาน โครงการล่าช้าจนหมดสัญญา หรือโครงการถูกทิ้งร้าง สามารถแจ้งเบาะแสให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบ เช่น สำนักงาน ป.ป.ช. ในพื้นที่ศูนย์ดำรงธรรม กรณีที่ประชาชนไม่มั่นใจการแจ้งเรื่องผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอาจจะมีความกังวลเรื่องการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แจ้งเรื่อง ผู้เขียนขอแนะนำช่องทางที่ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสโดยแนบหลักฐานและข้อมูลต่างๆ ผ่านทางเครื่องมือ Corruption Watch ฟ้องโกงด้วยแชตบอตและเฟซบุ๊กเพจต้องแฉ (Must Share) ที่เป็นเครื่องมือรับแจ้งเบาะแสทุจริตคอร์รัปชันสําหรับประชาชน ซึ่งจะไม่ต้องเปิดเผยตัวตนผู้แจ้งเบาะแส และมีทีมงานประสานงานส่งเบาะแสของผู้แจ้งไปที่หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ รวมถึงมีการติดตามความคืบหน้าให้กับผู้แจ้งได้ทราบข้อมูล
การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของชุมชนตนเอง ความโปร่งใสในการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนลุกขึ้นมามีบทบาท ตั้งแต่การตรวจสอบผู้รับสมัครเลือกตั้ง การปฏิเสธและรายงานเมื่อพบเห็นการซื้อเสียง ไปจนถึงการติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้นำหลังการเลือกตั้งผ่านเครื่องมือและช่องทางต่างๆ ที่เปิดให้เข้าถึง การมีส่วนร่วมเหล่านี้คือหัวใจของการสร้างการเมืองท้องถิ่นที่โปร่งใส ยั่งยืนเป็นธรรม และตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง
พัชรี ตรีพรม

ยอดดับพุ่ง50ศพ! เหตุไฟไหม้ศูนย์การค้าในปากีสถาน
'อนุทิน'ยิ้มปลื้ม ชาวนครพนมใจร้อนรอกาภูมิใจไทย ถาม'เลือกวันนี้เลยได้มั้ย'
ภารกิจเร่งขนย้ายโบกี้มรณะ ติดป้ายไว้อาลัยผู้สูญเสีย พิจารณาแนวทางเปิดเดินรถไฟ
ธาตุแท้ทนาย ก. 'ชูวิทย์'วิพากษ์เดือด ปมลวนลามผู้หญิงฝึกงาน
ฟาดกันเดือด หวิดวางมวย 'น็อต'ปะทะ'เพชร'ดีเบตเดือด หลังจี้ถามปม ม.112

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี