วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
บ้านเมืองกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ แต่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเดินสายออกต่างจังหวัดสร้างภาพอย่างขยันขันแข็ง ให้ชาวประชาเห็นว่า “ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย”
ขนาดว่าแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าอย่างพระครูมนูญ ธรรมโสภิต เจ้าคณะตำบลขามเฒ่า เจ้าอาวาสวัดหนองพอง ตำบลขามเฒ่า อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ยังชื่นชมนายเศรษฐา ทวีสิน ระหว่างสนทนากับนายเศรษฐาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในวาระที่นายเศรษฐาไปติดตามโครงการระบบผลิตน้ำประปาขนาดใหญ่อำเภอโนนสูง และได้เข้าไปนมัสการพระครูมนูญรูปนี้
พระครูมนูญ ได้กล่าวกับนายเศรษฐา ทวีสิน ว่า“ได้เห็นจากข่าวว่า ทำงานทุกเสาร์-อาทิตย์ และมีการดำเนินการในหลายๆ โครงการ” และพระครูมนูญได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อพรหมสร (รอด) วัดบ้านไพ อำเภอโนนสูงเป็นพระพุทธรูปที่ชาวเมืองโคราชและจังหวัดใกล้เคียงศรัทธาเลื่อมใส ซึ่งมีพุทธคุณเป็นที่ลือเลื่องด้านแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรี
ปัญหาบ้านเมืองทุกวันนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม นายเศรษฐา ทวีสิน ได้พระพุทธรูปองค์นี้ไปก็ไม่ได้คุ้มครองหรือช่วยอะไรให้ดีขึ้น เพราะบ้านเมืองของเราเวลานี้ อยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังถดถอย ข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน ชาวประชาเงินทองฝืดเคือง ประชาชนที่มีรายได้ประจำจากเงินเดือนค่าจ้างในภาคเอกชน รวมทั้งข้าราชการและพนักงานลูกจ้างในภาครัฐ ยังพอประคองตัวได้
แต่ประชาชนทั่วไปที่มีอาชีพอิสระ-หาเช้ากินค่ำ เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส นับวันจะมีแต่อดตาย อดตายภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงเอาไว้ว่า “ประเทศไทยต้องไปต่อ จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี”—ด้วยคำขวัญ“คิดใหญ่-ทำเป็น”
หากไม่ลืมกัน ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง--“อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 โดยแปะป้ายคำโตว่า“เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ประเทศไทยเปลี่ยนทันที” อุ๊งอิ๊งที่เวลานั้นสวมหมวกหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและเป็นหนึ่งในสามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย สวมเสื้อแดงตะโกนเสียงดังฟังชัดบนเวทีแบบเส้นเลือดเส้นเอ็นที่คอปูดโปนว่า
“ร่วมกันปิดสวิตซ์ ส.ว. ปิดสวิตช์ 3 ป. เพื่อทำให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขอให้ช่วยพาพรรคเพื่อไทยเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล”
เอาเข้าจริงภายหลังเลือกตั้ง, พรรคเพื่อไทยก็ทำไม่ได้สักเรื่องเดียว มิหนำซ้ำยังกลืนน้ำลายลงคอ แบบ“ถ่มน้ำลายรดฟ้า” นอกจากจะปิดสวิตซ์ สว.ไม่ได้แล้ว ก็ยังต้องพึ่งพาเสียงสว.ของ“3 ป.”ในการยกมือโหวตให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันยังต้องดึงพรรคการเมืองที่เคยร่วมรัฐบาลและเป็นพรรคการเมืองของ“3 ป.”มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล
และเรื่องสุดท้ายที่ว่า “เพื่อทำให้คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ซึ่งอีกหนึ่งเดือนก็จะครบหนึ่งปีที่รัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศ ก็ปรากฏว่า คนไทยมีกินมีใช้ในทุกวันนี้ได้ก็เพราะ “กินบุญเก่า”ที่รัฐบาล“3 ป.”ทำเอาไว้ และเวลานี้ก็ใกล้จะหมดลมหายใจอยู่เต็มทน
ไปหยั่งเสียงจากประชาชนในโลกออนไลน์ที่รัฐบาลควรจะต้องฟัง โดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่หน้ายิ้มระรื่นเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจระหว่างเดินสายออกต่างจังหวัด แล้วพบกับมวลชนจัดตั้งของพรรคเพื่อไทยที่ชูป้ายเอออวยเยินยอ พร้อมกับรับรู้รับฟังแต่เรื่องที่สวนทางกับความเป็นจริงที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศนี้กำลังเผชิญอยู่
ประชาชนในโลกออนไลน์เขาพูดกันอย่างนี้-ลองฟังดู
คนหนึ่งว่า “หุ้นตก ข้าวขายไม่ออก คนตกงาน ตลาดเงียบสนิท ฝีมือเริ่ดมาก อยู่นานๆ นะ”
อีกคนหนึ่งว่า ”ทุกอย่างตกหมด แต่ยังดีที่ไฟฟ้ากับน้ำมันขึ้นครับ”
อีกคนว่า “ถ้าหากเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ขืนรัฐบาลชุดนี้อยู่นานต่อไปไม่ดีแน่ ไปคุยกับใคร เขาก็บ่นกันแต่ว่า ของแพงมากๆ จะไม่ไหวกันอยู่แล้ว”
คนที่สี่เป็นเจ้าของร้านขายอาหาร--บ่นด้วยเสียงท้อแท้ว่า “ร้านผมเงียบสนิท ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนเลยครับ”
คนที่ห้าประชดประเทียดว่า “ซอฟ เพาเวอร์-ผ้าขาวม้า คงช่วยได้มั้ง”
คนนี้เหลืออดถึงกับบอกว่า “ต้องกล่าวโทษผู้ที่เลือก‘คนหรือพรรค’นี้เข้ามาบริหารประเทศ เพราะว่าร่วมกันสนับสนุนส่งคนให้มาสร้างความเดือดร้อนแก่ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ”
รายนี้ว่า “ยุคนี้-หวังพึ่งของแจกโรงทาน แต่แจกเงินดิจิทัล ไม่อยากได้ อยากได้เงินสดมากกว่า”
รายนี้แรงหน่อยพุ่งตรงไปที่นายเศรษฐา ทวีสิน โดยตรง เพราะลูกสาวนายเศรษฐาถือหุ้นใหญ่บริษัทนี้อยู่ “คอนโดแสนสิริขายกำไรอยู่นะ แต่ภาคส่วนอื่นเจ๊งต่อเนื่อง--แล้วจะโทษใคร?”
ส่วนรายนี้ก็น่าสนใจ--คงจำเรื่อง“ต้มยำกบ”ที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เคยยกเรื่องต้มยำกบมาเปรียบเทียบกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศถดถอย และจำเป็นที่รัฐบาลต้องนำโครงการแจกเงินดิจิทัลออกมาแก้ปัญหา โดยให้ความเห็นว่า ”เวลานี้เราไม่ได้เข้าสู่ยุคฟองสบู่ยุคต้มยำกุ้งนะคะ เหมือนเราเข้าสู่ยุคต้มกบ จับกบใส่ในหม้อน้ำเย็นแล้วปิดปากหม้อ ค่อยๆ เปิดไฟ น้ำเริ่มอุ่นไปจนร้อน กบมันก็จะนอนตายอยู่ก้นหม้อ พวกเราต้องลุกขึ้นมากันได้แล้วก่อนที่พวกเราจะเป็นกบ”
และรายนี้แสดงความเห็นโดยไม่อ้อมค้อมว่า “ถ้ารัฐบาลชุดนี้อยู่นาน สงสัยคนคงตายกันเยอะ”
สำหรับคนสุดท้ายมีชื่อเป็นที่รู้จัก คือ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ และอดีต สว. ได้เผยแพร่บทความเรื่อง "รัฐบาลเศรษฐา : บริหารเศรษฐกิจหรือธุรกิจ" เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขอยกบางส่วนมา ณ ที่นี้--โดย ดร.เจิมศักดิ์ชี้ว่า “นักบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยเงินทอง ไม่จำเป็นต้องบริหารเศรษฐกิจได้ดีเสมอไป เพราะเงื่อนไขแตกต่างอย่างมาก โดยเฉพาะนักธุรกิจที่คุ้นเคยประสบความสำเร็จจากการผูกขาด วิ่งเต้นเกาะอำนาจรัฐ หลีกเลี่ยงซิกแซ็กไม่จ่ายภาษี และใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวก”
บรรทัดนี้ผมไม่ขอสรุป-แต่อยากให้ท่านผู้อ่านได้พินิจพิจารณากันเองว่า ปัญหาของบ้านเมืองในเวลานี้ เป็นไปอย่างที่ชาวประชาในโลกออนไลน์เขาพูดกันให้อื้ออึงดังที่ยกมาหรือไม่ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี