วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พรุ่งนี้วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2567 เป็นวันชี้ชะตาพรรคก้าวไกล..ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบหรือไม่ยุบพรรค..ซึ่งถ้าหากใช้บรรทัดฐานจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567..ก็สามารถจะคาดเดาได้ว่า—พรรคก้าวไกลถูกยุบแน่
เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นเด็ดขาด..มีผลผูกพันรัฐสภา, คณะรัฐมนตรี, ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ
เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันกับองค์กรของรัฐ..คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ที่ชี้ว่า..การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (ผู้ถูกร้องที่ 1) ขณะดำรงตำแหน่งหัวพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ใช้เรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นนโยบายหาเสียง..เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ-มาตรา 49 วรรคหนึ่ง
ดังนั้น กกต.ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของพรรคการเมืองตามกฎหมาย..จึงต้องยื่นคำร้องต้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้สั่งยุบพรรคก้าวไกล..พร้อมทั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคจำนวน 10 คนเป็นเวลา 10 ปี..และห้ามไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่..นับแต่วันที่ศาลฯมีคำสั่งยุบพรรค
ประการสำคัญก็เพราะ..พรรคก้าวไกลได้กระทำผิดโดยละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ (พ.ศ.2560) มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติไว้ว่า..“บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้”
โดยหลักการของมาตรา 49 วรรคหนึ่งดังกล่าว..ก็หาใช่ว่าเพิ่งจะมีการบัญญัติขึ้นมาในเวลาเมื่อไม่นานมานี้..หรือบัญญัติขึ้นมาบังคับใช้แก่พรรคก้าวไกลเป็นการเฉพาะเท่านั้น..หากแต่เป็นหลักการที่บัญญัติเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี 2475 แก้ไขเพิ่มเติมปี 2495 มาตรา 35..และก็มีการบัญญัติในทำนองเดียวกันนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อๆ มาทุกฉบับจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ ด้วยบทบัญญัติดังกล่าว..ก็เพื่อพิทักษ์ปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข..จากภัยคุกคามอันเกิดจากการกระทำ..ที่เป็นการใช้สิทธิ-หรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ..ในลักษณะมุ่งหมายให้หลักการ..หรือคุณค่าทางรัฐธรรมนูญ..ที่รองรับการการดำรงอยู่ของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข..มิให้ล้มเลิกหรือสูญเสียไป
อีกประการหนึ่ง, มาตรา 49 วรรคหนึ่ง..ยังคุ้มครองมิให้มีการใช้สิทธิ หรือเสรีภาพที่จะส่งผล..เป็นการบั่นทอนทำลายหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ..และสั่นคลอนคติรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตย..ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทยที่ดำรงอยู่ให้เสื่อมทราม..หรือสิ้นสลายไป..จึงบัญญัติให้มีกลไกปกป้องระบอบการปกครองจากการถูกบั่นทอน..บ่อนทำลาย..โดยใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองที่เกินขอบเขตของบุคคลหรือพรรคการเมืองไว้
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ระบุว่า..ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดการกระทำอันเป็นความผิด..และกำหนดอัตราโทษแก่ผู้กระทำการหมิ่นประมาท..ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย..พระมหากษัตริย์..พระราชินี.. รัชทายาท..หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์..หากผู้ใดกระทำความผิดตามมาตราดังกล่าว..ต้องได้รับโทษทางอาญา..เพราะเหตุแห่งการกระทำนั้น..อันสอดคล้องกับการที่ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.. โดยรัฐธรรมนูญบัญญัติให้พระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหนึ่งในรัฐธรรมนูญนั้น
อีกทั้ง สถาบันพระมหากษัตริย์ยังเป็นสถาบันที่สืบเนื่องมาจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์..โบราณราชประเพณี..นิติประเพณี ซึ่งนอกจากจะมีลักษณะเป็นสถาบันหลักของประเทศแล้ว..องค์พระมหากษัตริย์ยังทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะที่ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้..จะกล่าวหา..หรือฟ้องร้องในทางใดๆ มิได้
สำคัญที่สุด, จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ชี้ไว้ชัดเจนว่า..พระเกียรติของสถาบันพระมหากษัตริย์..เป็นการผดุงไว้ซึ่งเกียรติยศของประเทศ..และรักษาคุณลักษณะประการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข..จึงมีความชอบธรรมที่ต้องมีกฎหมายคุ้มครองมิให้มีการละเมิดพระมหากษัตริย์ในฐานะที่ทรงเป็นพระประมุขของรัฐ และสถาบันหลักของประเทศ..ตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้
ด้วยเหตุดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า..การกระทำและการเคลื่อนไหวของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล..เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112..ที่จะแก้ไขโดยเสนอให้มาตรา 112 ออกจากลักษณะหนึ่งความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร..ซึ่งคุ้มครองทั้งความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และเกียรติยศประมุขของรัฐ..เป็นความผิดที่ไม่มีความสำคัญ..และไม่ให้ถือเป็นความผิดที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศอีกต่อไปนั้น..ถือว่า มุ่งหมายที่จะแยกสถาบันพระมหากษัตริย์กับความเป็นชาติไทยออกจากกัน
ณ นาทีนี้ จึงเห็นความเคลื่อนไหวของ สส.พรรคก้าวไกล ตลอดจนผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล..เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ชะตาในวันพรุ่งนี้..เป็นการเคลื่อนไหวที่ออกอาการเหมือนกับ“สัตว์นรก”ที่กำลังจะถูกจับต้มในกระทะทองแดง..ถึงขนาดลากดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงอำนาจอธิปไตยของไทย..จากการที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ วิ่งโร่ไปหาทูตจากประเทศอียูประจำประเทศไทย 18 ประเทศเมื่อไม่กี่วันก่อน
ที่น่าจะต้องประณามก็คือ 2 สว.พันธุ์ใหม่..คือ สว.นันทนา นันทวโรภาส..กับ..สว.อังคณา นีละไพจิตร ซึ่งควรจะมีวุฒิภาวะในฐานะวุฒิสมาชิก..แต่กลับออกมาบิดเบือนว่า..การยุบพรรคก้าวไกลนั้น..มิใช่เฉพาะเป็นข้อกังวลของคนไทยเท่านั้น..แต่เป็นข้อกังวลของนานาประเทศทั่วโลก
นานาทั่วโลกที่ 2 สว.พันธุ์ใหม่อ้างถึง ก็คือ..นักการทูตต่างชาติหน้าเดิมๆ..ที่นอกจากจะถือหางพรรคก้าวไกลแล้ว..ก็ยังเป็นกลุ่มนักการทูตชาวต่างชาติ..ที่คอยยุยงปลุกปั่นเยาวชน“ม็อบสามกีบ”ให้เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันมาตลอด..ซึ่งทุกวันนี้เยาวชนคนหนุ่มสาวเหล่านั้นต้องติดคุกติดตะราง..และมีคดีท่วมหัวไปตามๆ กัน..หรือหลายรายมีคดีมาตรา 112 ติดตัวก็แอบพาหลบหนีไป“พักพิง-ลี้ภัย”เป็นพลเมืองชั้นสองอยู่ในประเทศที่สาม
สำคัญที่สุด ซึ่ง 2 สว.พันธุ์ใหม่จำต้องจำใส่กะโกลก ก็คือ..พรรคก้าวไกลจะถูกยุบหรือไม่ยุบนั้น..ล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญไทย..ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศเรา..และในฐานะที่เป็นวุฒิสมาชิกของประเทศนี้..ต้องจำให้ขึ้นใจด้วยว่า..ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรที่มีเอกราช..มิได้เป็นเมืองขึ้นหรือเป็นอาณานิคมของประเทศใด
พรุ่งนี้รู้กัน-ว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบหรือไม่..และก็อยากรู้ด้วยเหมือนกันว่า..หากพรรคก้าวไกลถูกยุบแล้ว..บรรดา“เปรตผีนรก”ชาวต่างชาติเหล่านี้..จะแทรกแซงอำนาจอธิปไตยของไทยต่อไปอย่างไร ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ยศชนันออนทัวร์นครพนม อ้อนขอแลนด์สไลด์4เขต ล้างหนี้-ค่าไฟ3.70 มัดใจชาวอีสาน
ไข่ไก่ขยับลงต่อเนื่อง กรมปศุสัตว์ ชี้ อากาศเย็นทำผลผลิตล้นตลาด ล่าสุดราคาหน้าฟาร์มเหลือฟองละ 3.20 บาท
คนเขมร โกรธ ปธน.เกาหลีใต้ หลังโพสต์ขู่แก๊งคอลฯ โอดทำลายชื่อเสียงกัมพูชา
'เจี๊ยบ พิจิตตรา'งานละเอียด เจอ 'บอย อนุวัฒน์'เร่งสปีดพากย์ สุดท้ายคลิปจบก่อนอธิบาย
เตือนภัยสายหิว สั่งข้าวซีฟู้ดเจอ AI แกงหม้อใหญ่ รูปสวยระดับไฟน์ไดนิ่ง ของจริงสภาพสุดรันทด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี