วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ถ้าพูดตามสำนวนชวนขำขื่น ก็ต้องบอกว่า“เชกูว่าแล้ว” กรณีที่“ดาโต๊ะ เซอรีอันวาร์ อิบราฮิม” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะแต่งตั้งอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในตำแหน่งประธานอาเซียน ส่งผลให้บรรดาลิ่วล้อน้อยใหญ่ในคอกพรรคเพื่อไทยได้ดาหน้ากันออกมา“ตีกิน”ป่าวประกาศชื่นชมสดุดีนายใหญ่กันอย่างเซ็งแซ่
“สหายใหญ่-ภูมิธรรม เวชยชัย”ที่ใบหน้ามีสีเลือดฝาดตลอดเวลาเหมือนคนที่เลือดลมสูบฉีดดีออกปากด้วยความชื่นชม หลังจากถูกผู้สื่อข่าวถามเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมเมื่อวานนี้ว่า “เพราะท่านอดีตนายทักษิณมีประสบการณ์ความสามารถในการแก้ปัญหาประเทศไทยจนบรรลุ และต่างประเทศยอมรับจึงเป็นสิ่งที่หลายประเทศอยากได้รับคำปรึกษา”
อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งใครก็รู้ว่าเป็นสายตรงของ“ศูนย์กลางอำนาจบ้านจันทร์ส่องหล้า”ได้กล่าวออกตัวว่า เรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของนายอันวาร์นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ตั้งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวและเป็นเรื่องส่วนตัวของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เช่นกัน
นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่นอกจากจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลชุดนี้แล้วก็ยังมีบทบาทในฐานะเป็นพี่เลี้ยงคอยฝึกงานให้แก่“มาดามแพ”นายกรัฐมนตรีที่ไม่ประสีประสากับการบริหารราชการแผ่นดิน, ยังได้“อวย”นายใหญ่ว่า“ท่านอดีตนายกฯทักษิณเป็นบุคคลสำคัญในระดับโลกไม่ได้เป็นที่ปรึกษาของนายอันวาร์เท่านั้น แต่เป็นที่ปรึกษาอีกหลายประเทศ”
หลายประเทศที่นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวถึงนั้นอย่างน้อยก็มีประเทศกัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศนั้น เพราะ“ทักษิณ ชินวัตร”เคยได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกัมพูชาสมัยที่“ฮุนเซน”ยังเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นช่วงเดียวกับที่ทักษิณเป็นนักโทษหลบหนีคดีอยู่ในต่างแดน
ข่าวที่“อันวาร์ อิบราฮิม”จะแต่งตั้ง“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในตำแหน่งประธานอาเซียนที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียผู้นี้ ซึ่งจะเข้าทำหน้าที่ในปี 2568 นั้น ถูกเผยแพร่โดยสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 16ธันวาคมที่ผ่านมา จากการแถลงข่าวร่วมของ“มาดามแพ”กับนายอันวาร์ในโอกาสที่“มาดามแพ”เดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย
รอยเตอร์รายงานว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยว่าการแต่งตั้ง“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นที่ปรึกษาในตำแหน่งดังกล่าวนั้นเป็นข้อเสนอของทางฝ่ายมาเลเซีย และทางฝ่ายไทยได้ตอบตกลงซึ่งนายอันวาร์ได้กล่าวขอบคุณต่อ“มาดามแพ”ที่เปรียบเสมือนคน“เดินสาส์น”ของบิดาว่า “ขอบคุณที่ตกลงตามนี้เพราะเราต้องการประโยชน์จากประสบการณ์ของรัฐบุรุษท่านนี้”
จะอะไรก็ตามแต่ เรื่องนี้มองพื้นๆ อย่างน้อยก็ทำให้“ทักษิณ ชินวัตร” สามารถนำไปเป็นใบรับประกันเพื่อการ“ฟอกขาว”ให้แก่ตนเองในฐานะที่เป็นอดีตนักโทษคดีทุจริตโกงชาติโกงแผ่นดินและใช้เป็นประเด็นสำหรับโฆษณาชวนเชื่อหาเสียงเรียกคะแนนในทุกๆเวทีให้แก่ตนเอง รวมทั้งบุตรสาว และพรรคเพื่อไทยได้เป็นอย่างดีนับแต่นี้เป็นต้นไป
ในขณะเดียวกัน คนทั่วไปคงไม่เชื่ออย่างที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เห็นว่าการที่“ทักษิณชินวัตร”ไปเป็นที่ปรึกษา“อันวาร์” อาจมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาระหว่างสองประเทศ เพราะต้องไม่ลืมว่า“ทักษิณ”คือผู้ก่อปัญหาไฟใต้ให้ลุกโชนขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้
ถ้าจะว่าไปแล้ว คนอย่าง“ทักษิณ ชินวัตร”นั้น ก้าวทุกก้าวที่ย่างเดินล้วนไม่ธรรมดา ต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดีว่าตนจะได้ประโยน์อะไรที่เป็นกำไรสูงสุด..และเป็นการได้มาจาการลงทุนที่ต้องมีรายจ่ายทั้งสิ้น
ปีหน้าเมื่อนายอันวาร์ อิบราฮิมซึ่งในอดีตก็เคยติดคุกในฐานะนักโทษคดีทุจริตที่มีปูมหลังเหมือนกับ“ทักษิณ ชินวัตร”รวมทั้งยังมี“คดีทางเพศ”พ่วงอยู่ด้วย เข้าดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ก็เท่ากับเป็นการ“ติดปีก”ให้ทักษิณสามารถบินโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวออกจากประเทศไทยได้โดยใช้เป็นข้ออ้างขออนุญาตต่อศาลเพราะเวลานี้ทักษิณถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ..เนื่องจากมีคดี“มาตรา112”เป็นชนักติดหลัง
ในปัจจุบันนี้ นอกจากคดีมาตรา 112 ที่เป็นบ่วงกรรมมัดคอ“ทักษิณ ชินวัตร”ห้ามออกนอกประเทศหนึ่งคดีแล้วก็ยังมีอีกหลายกรณีซึ่งกำลังจะเป็นคดีที่โยงผูกกับทักษิณ
อย่างน้อยคดี“ป่วยทิพย์ชั้น-14”ของ“ทักษิณ ชินวัตร” ที่ ป.ป.ช.กำลังจะเอาผิดกับ 12ข้าราชการประจำของกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจก็กำลังจ่อคอหอยอยู่ เพราะทักษิณนั้นถือว่าเป็น“สารตั้งต้น”
โดยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติรับเรื่องที่มีการกล่าวหาว่า นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ส่งตัว“ทักษิณชินวัตร”จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นการกระทำโดยมิชอบและยังเอื้อประโยชน์ให้ทักษิณอยู่รักษาตัวไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำจนกระทั่งครบ180 วัน ทั้งที่ไม่เจ็บป่วยจริง
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารายงานการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเห็นว่าจากการตรวจสอบพบว่า มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอจึงมีมติรับเรื่องไว้พิจารณาและดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวนและหากในชั้นไต่สวนพบว่ามีบุคคลอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดก็ให้ดำเนินการไต่สวนกับบุคคลดังกล่าวต่อไปด้วย
ดังนั้น ในวันข้างหน้าวัน หาก“ทักษิณ ชินวัตร”จำเป็นจะต้องหนีออกจากประเทศไปเป็นสัมภเวสีอยู่ในต่างแดนอีกครั้งไม่ว่าจะด้วยคดีใดก็ตาม ทักษิณก็ยังพอได้อาศัยตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวประธานอาเซียนเป็นใบเบิกทางบินหนีออกนอกประเทศ
คงอีหรอบเดียวกับปี 2551 ที่เคยหลอกศาลว่าจะไปดูกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน-สุดท้ายก็หายเข้ากลีบเมฆไปถึง 15 ปี !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี