วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 00.27 น.
การให้หรือทาน ต้องกระทำด้วยใจที่บริสุทธิ์

ดูทั้งหมด

  •  

หากเทียบการศึกสงครามที่เกิดขึ้นในสมัยโบราณกับสงครามสมัยใหม่แล้ว ต้องบอกว่าการศึกสงครามในสมัยโบราณนั้นมีความยิ่งใหญ่กว่าอย่างมาก เพราะเป็นการต่อสู้ในรูปแบบตัวต่อตัวของนักรบผู้กล้าหาญ และการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือสงครามยุทธหัตถี

สงครามยุทธหัตถีคือการต่อสู้กันบนหลังช้างระหว่างองค์พระมหากษัตริย์ พระมหาอุปราชา หรือแม่ทัพใหญ่ และครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยคือยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระมหาอุปราชามังกะยอชวา พระราชโอรสของพระเจ้านันทบุเรง ผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าบุเรงนองผู้ชนะสิบทิศแห่งอาณาจักรหงสาวดี


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๑๓๕ ซึ่งในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงทรงเห็นว่าอาณาจักรอยุธยากำลังจะกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงยกทัพใหญ่มีกำลังพล ๒๔๐,๐๐๐ คน ให้พระมหาอุปราชามังกะยอชวาเป็นแม่ทัพยกมาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกทัพออกไปตั้งรับ โดยทัพของพระองค์ได้ยกไปถึงตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากช้างพระที่นั่งคือเจ้าพระยาไชยานุภาพ เป็นช้างชนะงาที่กำลังตกมัน ได้อาละวาดวิ่งฝ่าเข้าไปในกองทัพของพม่า เมื่อสามารถบังคับช้างได้นั้น พบว่าช้างของพระองค์ทรงตกอยู่หว่างกลางทัพพม่าและมีโอกาสที่จะเสียทีพ่ายแพ้ในการศึก

ด้วยพระปฏิญาณไหวพริบของพระองค์ เมื่อเห็นว่ามหาอุปราชมังกะยอชวา ประทับอยู่บนหลังช้างทรงพลายพัทธกอใต้ร่มไม้ที่ไม่ไกลมากนัก พระองค์จึงตรัสเชิญให้
มังกะยอชวาออกมาทำยุทธหัตถีเพื่อเป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินอันเป็นเรื่องที่มังกะยอชวายากที่จะปฏิเสธ จึงไสช้างพระที่นั่งเข้าชนช้างของสมเด็จพระนเรศวรที่ตัวเล็กกว่าจนเสียที มังกะยอชวาใช้พระแสงของ้าวฟันสมเด็จพระนเรศวร แต่พระองค์ทรงเบี่ยงตัวหลบได้ แต่ถึงกระนั้นพระมาลาที่พระองค์ทรงสวมใส่อยู่ก็ถูกฟันแหว่งไป ต่อมาช้างทรงเจ้าพระยาไชยานุภาพก็สามารถใช้พละกำลังดันช้างทรงของมังกะยอชวาจนได้ล่าง เป็นโอกาสให้สมเด็จพระนเรศวรใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชมังกะยอชวาบริเวณไหล่ขวาจนขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนม์บนคอช้าง เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรและทำให้พม่าต้องยกทัพกลับ

ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชาก็ทรงทำยุทธหัตถี และทรงมีชัยชนะต่อแม่ทัพพม่าเช่นเดียวกัน

การศึกสงครามในสมัยโบราณนั้นจะมีการสูญเสียกำลังพลเป็นจำนวนมาก เมื่อสมเด็จพระเอกาทศรถได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระนเรศวร ได้ทรงพิจารณาเห็นว่าควรจะได้มีการปูนบำเหน็จให้กับนักรบผู้กล้าหาญ ทั้งผู้ที่รอดชีวิตและผู้ที่ต้องเสียชีวิตในการรบที่ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนด้วย จึงได้มีการเรียกประชุมเหล่าเสนาบดีเพื่อพิจารณาการปูนบำเหน็จ ตามที่มีบันทึกไว้ดังนี้

“ศุภมัศดุศักราช ๙๕๕ พยัฆวสังวัจฉระ มาฆมาศกาลปักษย  เอกาทศมีดฤษถีครุวารกาลบรเฉทกำหนด พระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐ อิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว เสดจ์ออก ณ พระธินั่งมงกุฏพิมาน สถานภิมุขไพชนมหาปราสาท มีพระราชโองการมา ณ พระบันทูลสุรสีหนาทดำรัสสั่งแก่พระยาศรีธรรมาว่า พระหลวงเมืองขุนหมื่นเข้าทูลอองทุลีพระบาทฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน เกนเข้ากระบวนทับ ได้รบพุ่งด้วยสมเดจ์บรมบราบาทบงกชลักษณอัคบุริโสดบรมหน่อนรา เจ้าฟ้านเรศเชษฐาธิบดี มีไชยชำนะแก่มหาอุปราชาหน่อพระเจ้าไชยทศทิศเมืองหงษาวดีนั้น ฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน ล้มตายในการณรงค์สงครามเปนอันมาก แลรอดชีวิตเข้ามาได้เปนอันมากนั้น ทรงพระกรุณาพระราชทานปูนบำเหนจ์ แลซึ่งขุนหมื่นนายอากอน นายพาศรี แลนายหมวดข้าส่วยขึ้นณะพระคลังหลวงแลส่วยสาอากรติดค้างนั้น เข้ารณรงค์รบพุ่งล้มตายในที่รบเป็นอันมาก จึงทรงพระกรุณาตรัสประกาศว่ามันทำการณรงค์สงครามมีบำเหนจ์ความชอบอยู่นั้น ถ้าแลหนี้สินส่วยสาอากอนขึ้นแกพระคลังหลวง ติดค้างอยู่มากน้อยเท่าใดให้ยกไว้ มีลูกหลานให้รับราชการแทนเลี้ยงไว้สืบไป ถ้าแลขุนหมื่นนายอากอน นายพาศรี ซึ่งขึ้นพระคลังติดค้างอยู่ ก็ให้ยกเป็นบำเหนจ์ผู้ตาย ในการณรงค์ผู้เป็นเจ้าแล้ว อย่าให้บุตรภรรยาใช้หนี้เลย ถ้าแลมีพี่น้องลูกหลานให้เลี้ยงเปนข้าเฝ้า แลเลี้ยงไว้ในที่ทหารใช้ราชการสืบไป”

ข้อความทั้งหมดนี้คือเรื่องที่แสดงให้เห็นพระเมตตาและมหากรุณาธิคุณที่มีแก่ประชาราษฎร์ผู้ทำคุณประโยชน์  ยอมพลีแม้แต่ชีวิตเพื่อชาติบ้านเมืองจึงทรงรับสั่งให้มีการปูนบำเหน็จในหลายรูปแบบ รวมไปถึงครอบครัวของนักรบผู้กล้าที่เสียชีวิตลงในสนามรบด้วย ถือว่าเป็นทานอันเป็นลักษณะอามิสทานที่พระองค์ ทรงมีแก่อาณาประชาราษฎร์

การให้ทานตามบทบัญญัติของธรรมะนั้น หมายถึงการให้ การสละ หรือการเผื่อแผ่ แบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทองข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด และไม่ว่าจะให้แก่ใครก็ถือเป็นบุญทั้งสิ้น เพราะการให้ทานเป็นการลดความเห็นแก่ตัว ความตระหนี่ถี่เหนียว และความคับแคบในจิตใจให้น้อยลง ทำให้เราไม่ยึดติดในวัตถุสิ่งของ อีกทั้งสิ่งที่เราบริจาคหรือให้ทานแก่บุคคลอื่นจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นประโยชน์ต่อผู้รับและสังคมโดยส่วนรวม

อานิสงส์ของการให้ทานสรุปได้ ๕ ประการคือ ผู้ให้ทานย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของชนเป็นอันมาก ทำให้สัปบุรุษผู้สงบย่อมคบหาผู้ให้ทาน กิตติศักดิ์ อันงามของผู้ให้ทานย่อมขจรไปทั่ว ผู้ให้ทานย่อมไม่เหินห่างจากธรรมะของคฤหัสถ์ และประการสุดท้ายผู้ให้ทานเมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลก

ส่วนการให้ทานจะได้ผลบุญมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ ๓ ประการ คือ ผู้รับจะต้องเป็นผู้มีคุณธรรมความดีมีศีล วัตถุสิ่งของที่ให้ต้องบริสุทธิ์หรือได้มาโดยสุจริต และประการสุดท้ายผู้ให้ต้องมีศีลมีธรรมและมีเจตนาที่เป็นบุญกุศลในการทำ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดอุทกภัยใหญ่ในหลายจังหวัดทางภาคใต้ และจังหวัดที่ได้รับความกระทบกระเทือนมากที่สุดน่าจะเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีน้ำท่วมสูงเกือบจะทุกอำเภอ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมากถึงแม้ว่าน้ำจะท่วมเป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆ ก็ตาม

รัฐบาลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชน ซึ่งก็เป็นหน้าที่ที่รัฐพึงต้องปฏิบัติอยู่แล้ว รวมทั้งมีการส่งรัฐมนตรีไปติดตามกำกับดูแลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด เสียงเรียกร้องของประชาชนก็คืออยากจะให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบให้มาก อย่าให้ซ้ำรอยกับการเกิดน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดเชียงราย

ในที่สุดนายกฯพร้อมกับสามี ซึ่งไม่แน่ใจว่าจำเป็นจะต้องเดินทางไปด้วยหรือไม่ ก็ได้เดินทางลงไปยังพื้นที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ และภาพที่มักจะเห็นจนชินตาเมื่อนายกฯลงพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมเยียนปกติหรือในพื้นที่ที่ประชาชนเดือดร้อนก็คือภาพการเซลฟี่ของนายกฯผู้นี้กับประชาชนบางกลุ่มอยู่เสมอ

นายกฯได้ป่าวประกาศ ว่าให้ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลบ้านละ ๙,๐๐๐ บาท สร้างความฮือฮา ให้กับประชาชนทั้งที่เดือดร้อนและที่ติดตามข่าวนี้มากพอสมควร เพราะนายกฯได้บอกให้ประชาชนที่เดือดร้อนไปลงทะเบียนโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าในขณะที่น้ำยังท่วมบ้านเรือนอยู่นั้น ใครจะมีกะจิตกะใจที่จะฝ่ากระแสน้ำออกไปลงทะเบียนเพื่อรับเงิน ซึ่งเงินจำนวนนั้นก็น่าจะมาจากงบกลางของรัฐบาลที่ให้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องตั้งงบประมาณล่วงหน้า

การไปประกาศว่าจะแจกเงินให้ผู้เดือดร้อนครั้งนี้ ในความรู้สึกของผู้เดือดร้อนคงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย แต่เรื่องนี้ต้องไม่ถือว่าเป็นการให้แบบอามิสทาน เพราะไม่น่าจะเข้าหลักเกณฑ์ที่โยงไปถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นแล้ว เนื่องจากเงินที่นำไปแจกไม่ใช่เงินส่วนตัวของนายกฯ และเจตนาของการไปแจกก็น่าคิดว่าเป็นเจตนาบริสุทธิ์ที่ไม่มีเรื่องอันอาจจะเป็นผลประโยชน์แอบแฝงอยู่หรือไม่อย่างไร

การที่ประเทศไทยเกิดระบบที่เรียกว่าประชานิยมและถูกนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยในหลายรัฐบาลนั้น ถึงแม้จะสร้างคะแนนเสียงได้บางส่วน แต่ก็น่าจะเป็นผลเสียต่อพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไปที่จะแบมือรอรับอยู่เรื่อยๆ จนทำให้พรรคการเมืองหลายพรรคต้องหาเสียงก่อนเลือกตั้งโดยการสัญญาว่าจะให้อะไรต่อมิอะไร จึงจะได้รับคะแนนเสียง ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่าเมื่อได้มาเป็นรัฐบาลจึงห่วงแต่ฐานเสียงไม่อาจปรับโครงสร้างที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจได้ ทำให้บ้านเมืองไม่เจริญก้าวหน้า มีผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และประชาชนไม่อาจมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขโดยแท้จริง

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:59 น. สยบดราม่าการบินไทย เอกนิติ แจงชัดไม่เกี่ยวแผนฟื้นฟู
20:49 น. พระองค์หญิงอินทุรัตนา สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 103 ปี เจ้านายพระองค์สุดท้ายในราชสกุล บริพัตร
20:37 น. กระบะเสียหลักชนจยย.ระเนระนาด เจ้าตัวรับก้มจุดบุหรี่ เหยียบเบรกพลาดโดนคันเร่ง
20:34 น. เปิดรายชื่อ 21 กรรมการ ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง
20:28 น. ชูวิทย์ ฟาด สนิมส้ม เกิดจากเนื้อใน อุดมการณ์ทางลัด บีบเส้นทางสู่อำนาจจนเสียมิตร
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 2 มกราคม 2569
ชมคลิป! ‘ทภ.2’เปิดภารกิจ‘ยุทธการพิทักษ์ซำแต’ เบื้องหลัง‘18 เชลยศึกกัมพูชา’ยอมมอบตัวโดยดี
บอลลูน แชะภาพแนบชิด เป๊ก เศรณี ฉลองปีใหม่ มี อนุทิน ร่วมเฟรมด้วย
อ่านแล้วน้ำตาซึม! เพลง ชนม์ทิดา เปิดใจมูฟออนความรัก จากการโดนนอกใจ
สถานทูตเกาหลี แจงยิบ ปมตม.เกาหลีไม่ให้ข้าราชการไทยเข้าประเทศ เตือนอย่าบิดเบือน
ดูทั้งหมด
Asset Inflation 2.0 : เมื่อการถือเงินสดกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
‘สีน้ำเงิน-สีแดง-สีส้ม’ 3 ทางเลือก
จากโกงเป็นเครือข่ายในปี 2568 สู่ทางรอดประเทศไทยในปี 2569
ผู้เฒ่าเขย่าโลก
ทำได้จริงมั้ย... ทำยังไง... รถไฟฟ้าราคาไม่เกิน 40 บาทต่อวัน?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กระบะเสียหลักชนจยย.ระเนระนาด เจ้าตัวรับก้มจุดบุหรี่ เหยียบเบรกพลาดโดนคันเร่ง

เปิดรายชื่อ 21 กรรมการ ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง

แรมโบ้ ยกมือไหว้ขอโอกาส กลับมารับใช้แผ่นดินเกิด เมืองย่าโม

รร ไผทอุดมศึกษา ประกาศไปต่อ เปิดแค่ปีการศึกษา 2569 พร้อมแจ้งอัตราค่าเล่าเรียน ชมคลิป

มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกฯมาเลเซีย ล้มกระดูกสะโพกขวาหัก ทีมแพทย์เบรกไม่ให้ผ่าตัด

นักบุญในเงามืด เพจดัง เล่าเรื่อง หนุ่ม กรรชัย ส่งเสียลูกสาวเหยื่อคดีดัง ปี 62

  • Breaking News
  • สยบดราม่าการบินไทย เอกนิติ แจงชัดไม่เกี่ยวแผนฟื้นฟู สยบดราม่าการบินไทย เอกนิติ แจงชัดไม่เกี่ยวแผนฟื้นฟู
  • พระองค์หญิงอินทุรัตนา สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 103 ปี เจ้านายพระองค์สุดท้ายในราชสกุล บริพัตร พระองค์หญิงอินทุรัตนา สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 103 ปี เจ้านายพระองค์สุดท้ายในราชสกุล บริพัตร
  • กระบะเสียหลักชนจยย.ระเนระนาด เจ้าตัวรับก้มจุดบุหรี่ เหยียบเบรกพลาดโดนคันเร่ง กระบะเสียหลักชนจยย.ระเนระนาด เจ้าตัวรับก้มจุดบุหรี่ เหยียบเบรกพลาดโดนคันเร่ง
  • เปิดรายชื่อ 21 กรรมการ ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง เปิดรายชื่อ 21 กรรมการ ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง
  • ชูวิทย์ ฟาด สนิมส้ม เกิดจากเนื้อใน อุดมการณ์ทางลัด บีบเส้นทางสู่อำนาจจนเสียมิตร ชูวิทย์ ฟาด สนิมส้ม เกิดจากเนื้อใน อุดมการณ์ทางลัด บีบเส้นทางสู่อำนาจจนเสียมิตร
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

5 ม.ค. 2569

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

29 ธ.ค. 2568

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

22 ธ.ค. 2568

ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ

ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ

15 ธ.ค. 2568

เงินดิจิทัล หายนะทางสังคม

เงินดิจิทัล หายนะทางสังคม

8 ธ.ค. 2568

คุณและโทษของน้ำ มนุษย์จะจัดการอย่างไร

คุณและโทษของน้ำ มนุษย์จะจัดการอย่างไร

1 ธ.ค. 2568

ความสัมพันธ์ไทย-จีน‘เราเป็นครอบครัวเดียวกัน’

ความสัมพันธ์ไทย-จีน‘เราเป็นครอบครัวเดียวกัน’

24 พ.ย. 2568

เขมร ยังจะต้องไว้ใจกันอีกหรือ

เขมร ยังจะต้องไว้ใจกันอีกหรือ

17 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved