วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 00.27 น.
การให้หรือทาน ต้องกระทำด้วยใจที่บริสุทธิ์

ดูทั้งหมด

  •  

หากเทียบการศึกสงครามที่เกิดขึ้นในสมัยโบราณกับสงครามสมัยใหม่แล้ว ต้องบอกว่าการศึกสงครามในสมัยโบราณนั้นมีความยิ่งใหญ่กว่าอย่างมาก เพราะเป็นการต่อสู้ในรูปแบบตัวต่อตัวของนักรบผู้กล้าหาญ และการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือสงครามยุทธหัตถี

สงครามยุทธหัตถีคือการต่อสู้กันบนหลังช้างระหว่างองค์พระมหากษัตริย์ พระมหาอุปราชา หรือแม่ทัพใหญ่ และครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยคือยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระมหาอุปราชามังกะยอชวา พระราชโอรสของพระเจ้านันทบุเรง ผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าบุเรงนองผู้ชนะสิบทิศแห่งอาณาจักรหงสาวดี


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๑๓๕ ซึ่งในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงทรงเห็นว่าอาณาจักรอยุธยากำลังจะกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงยกทัพใหญ่มีกำลังพล ๒๔๐,๐๐๐ คน ให้พระมหาอุปราชามังกะยอชวาเป็นแม่ทัพยกมาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกทัพออกไปตั้งรับ โดยทัพของพระองค์ได้ยกไปถึงตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากช้างพระที่นั่งคือเจ้าพระยาไชยานุภาพ เป็นช้างชนะงาที่กำลังตกมัน ได้อาละวาดวิ่งฝ่าเข้าไปในกองทัพของพม่า เมื่อสามารถบังคับช้างได้นั้น พบว่าช้างของพระองค์ทรงตกอยู่หว่างกลางทัพพม่าและมีโอกาสที่จะเสียทีพ่ายแพ้ในการศึก

ด้วยพระปฏิญาณไหวพริบของพระองค์ เมื่อเห็นว่ามหาอุปราชมังกะยอชวา ประทับอยู่บนหลังช้างทรงพลายพัทธกอใต้ร่มไม้ที่ไม่ไกลมากนัก พระองค์จึงตรัสเชิญให้
มังกะยอชวาออกมาทำยุทธหัตถีเพื่อเป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินอันเป็นเรื่องที่มังกะยอชวายากที่จะปฏิเสธ จึงไสช้างพระที่นั่งเข้าชนช้างของสมเด็จพระนเรศวรที่ตัวเล็กกว่าจนเสียที มังกะยอชวาใช้พระแสงของ้าวฟันสมเด็จพระนเรศวร แต่พระองค์ทรงเบี่ยงตัวหลบได้ แต่ถึงกระนั้นพระมาลาที่พระองค์ทรงสวมใส่อยู่ก็ถูกฟันแหว่งไป ต่อมาช้างทรงเจ้าพระยาไชยานุภาพก็สามารถใช้พละกำลังดันช้างทรงของมังกะยอชวาจนได้ล่าง เป็นโอกาสให้สมเด็จพระนเรศวรใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชมังกะยอชวาบริเวณไหล่ขวาจนขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนม์บนคอช้าง เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรและทำให้พม่าต้องยกทัพกลับ

ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถ พระอนุชาก็ทรงทำยุทธหัตถี และทรงมีชัยชนะต่อแม่ทัพพม่าเช่นเดียวกัน

การศึกสงครามในสมัยโบราณนั้นจะมีการสูญเสียกำลังพลเป็นจำนวนมาก เมื่อสมเด็จพระเอกาทศรถได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระนเรศวร ได้ทรงพิจารณาเห็นว่าควรจะได้มีการปูนบำเหน็จให้กับนักรบผู้กล้าหาญ ทั้งผู้ที่รอดชีวิตและผู้ที่ต้องเสียชีวิตในการรบที่ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนด้วย จึงได้มีการเรียกประชุมเหล่าเสนาบดีเพื่อพิจารณาการปูนบำเหน็จ ตามที่มีบันทึกไว้ดังนี้

“ศุภมัศดุศักราช ๙๕๕ พยัฆวสังวัจฉระ มาฆมาศกาลปักษย  เอกาทศมีดฤษถีครุวารกาลบรเฉทกำหนด พระบาทสมเดจ์เอกาทธรฐ อิศวรบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว เสดจ์ออก ณ พระธินั่งมงกุฏพิมาน สถานภิมุขไพชนมหาปราสาท มีพระราชโองการมา ณ พระบันทูลสุรสีหนาทดำรัสสั่งแก่พระยาศรีธรรมาว่า พระหลวงเมืองขุนหมื่นเข้าทูลอองทุลีพระบาทฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน เกนเข้ากระบวนทับ ได้รบพุ่งด้วยสมเดจ์บรมบราบาทบงกชลักษณอัคบุริโสดบรมหน่อนรา เจ้าฟ้านเรศเชษฐาธิบดี มีไชยชำนะแก่มหาอุปราชาหน่อพระเจ้าไชยทศทิศเมืองหงษาวดีนั้น ฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน ล้มตายในการณรงค์สงครามเปนอันมาก แลรอดชีวิตเข้ามาได้เปนอันมากนั้น ทรงพระกรุณาพระราชทานปูนบำเหนจ์ แลซึ่งขุนหมื่นนายอากอน นายพาศรี แลนายหมวดข้าส่วยขึ้นณะพระคลังหลวงแลส่วยสาอากรติดค้างนั้น เข้ารณรงค์รบพุ่งล้มตายในที่รบเป็นอันมาก จึงทรงพระกรุณาตรัสประกาศว่ามันทำการณรงค์สงครามมีบำเหนจ์ความชอบอยู่นั้น ถ้าแลหนี้สินส่วยสาอากอนขึ้นแกพระคลังหลวง ติดค้างอยู่มากน้อยเท่าใดให้ยกไว้ มีลูกหลานให้รับราชการแทนเลี้ยงไว้สืบไป ถ้าแลขุนหมื่นนายอากอน นายพาศรี ซึ่งขึ้นพระคลังติดค้างอยู่ ก็ให้ยกเป็นบำเหนจ์ผู้ตาย ในการณรงค์ผู้เป็นเจ้าแล้ว อย่าให้บุตรภรรยาใช้หนี้เลย ถ้าแลมีพี่น้องลูกหลานให้เลี้ยงเปนข้าเฝ้า แลเลี้ยงไว้ในที่ทหารใช้ราชการสืบไป”

ข้อความทั้งหมดนี้คือเรื่องที่แสดงให้เห็นพระเมตตาและมหากรุณาธิคุณที่มีแก่ประชาราษฎร์ผู้ทำคุณประโยชน์  ยอมพลีแม้แต่ชีวิตเพื่อชาติบ้านเมืองจึงทรงรับสั่งให้มีการปูนบำเหน็จในหลายรูปแบบ รวมไปถึงครอบครัวของนักรบผู้กล้าที่เสียชีวิตลงในสนามรบด้วย ถือว่าเป็นทานอันเป็นลักษณะอามิสทานที่พระองค์ ทรงมีแก่อาณาประชาราษฎร์

การให้ทานตามบทบัญญัติของธรรมะนั้น หมายถึงการให้ การสละ หรือการเผื่อแผ่ แบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทองข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด และไม่ว่าจะให้แก่ใครก็ถือเป็นบุญทั้งสิ้น เพราะการให้ทานเป็นการลดความเห็นแก่ตัว ความตระหนี่ถี่เหนียว และความคับแคบในจิตใจให้น้อยลง ทำให้เราไม่ยึดติดในวัตถุสิ่งของ อีกทั้งสิ่งที่เราบริจาคหรือให้ทานแก่บุคคลอื่นจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นประโยชน์ต่อผู้รับและสังคมโดยส่วนรวม

อานิสงส์ของการให้ทานสรุปได้ ๕ ประการคือ ผู้ให้ทานย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของชนเป็นอันมาก ทำให้สัปบุรุษผู้สงบย่อมคบหาผู้ให้ทาน กิตติศักดิ์ อันงามของผู้ให้ทานย่อมขจรไปทั่ว ผู้ให้ทานย่อมไม่เหินห่างจากธรรมะของคฤหัสถ์ และประการสุดท้ายผู้ให้ทานเมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลก

ส่วนการให้ทานจะได้ผลบุญมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ ๓ ประการ คือ ผู้รับจะต้องเป็นผู้มีคุณธรรมความดีมีศีล วัตถุสิ่งของที่ให้ต้องบริสุทธิ์หรือได้มาโดยสุจริต และประการสุดท้ายผู้ให้ต้องมีศีลมีธรรมและมีเจตนาที่เป็นบุญกุศลในการทำ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดอุทกภัยใหญ่ในหลายจังหวัดทางภาคใต้ และจังหวัดที่ได้รับความกระทบกระเทือนมากที่สุดน่าจะเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีน้ำท่วมสูงเกือบจะทุกอำเภอ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมากถึงแม้ว่าน้ำจะท่วมเป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆ ก็ตาม

รัฐบาลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชน ซึ่งก็เป็นหน้าที่ที่รัฐพึงต้องปฏิบัติอยู่แล้ว รวมทั้งมีการส่งรัฐมนตรีไปติดตามกำกับดูแลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด เสียงเรียกร้องของประชาชนก็คืออยากจะให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบให้มาก อย่าให้ซ้ำรอยกับการเกิดน้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดเชียงราย

ในที่สุดนายกฯพร้อมกับสามี ซึ่งไม่แน่ใจว่าจำเป็นจะต้องเดินทางไปด้วยหรือไม่ ก็ได้เดินทางลงไปยังพื้นที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ และภาพที่มักจะเห็นจนชินตาเมื่อนายกฯลงพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมเยียนปกติหรือในพื้นที่ที่ประชาชนเดือดร้อนก็คือภาพการเซลฟี่ของนายกฯผู้นี้กับประชาชนบางกลุ่มอยู่เสมอ

นายกฯได้ป่าวประกาศ ว่าให้ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลบ้านละ ๙,๐๐๐ บาท สร้างความฮือฮา ให้กับประชาชนทั้งที่เดือดร้อนและที่ติดตามข่าวนี้มากพอสมควร เพราะนายกฯได้บอกให้ประชาชนที่เดือดร้อนไปลงทะเบียนโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าในขณะที่น้ำยังท่วมบ้านเรือนอยู่นั้น ใครจะมีกะจิตกะใจที่จะฝ่ากระแสน้ำออกไปลงทะเบียนเพื่อรับเงิน ซึ่งเงินจำนวนนั้นก็น่าจะมาจากงบกลางของรัฐบาลที่ให้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องตั้งงบประมาณล่วงหน้า

การไปประกาศว่าจะแจกเงินให้ผู้เดือดร้อนครั้งนี้ ในความรู้สึกของผู้เดือดร้อนคงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย แต่เรื่องนี้ต้องไม่ถือว่าเป็นการให้แบบอามิสทาน เพราะไม่น่าจะเข้าหลักเกณฑ์ที่โยงไปถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นแล้ว เนื่องจากเงินที่นำไปแจกไม่ใช่เงินส่วนตัวของนายกฯ และเจตนาของการไปแจกก็น่าคิดว่าเป็นเจตนาบริสุทธิ์ที่ไม่มีเรื่องอันอาจจะเป็นผลประโยชน์แอบแฝงอยู่หรือไม่อย่างไร

การที่ประเทศไทยเกิดระบบที่เรียกว่าประชานิยมและถูกนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยในหลายรัฐบาลนั้น ถึงแม้จะสร้างคะแนนเสียงได้บางส่วน แต่ก็น่าจะเป็นผลเสียต่อพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไปที่จะแบมือรอรับอยู่เรื่อยๆ จนทำให้พรรคการเมืองหลายพรรคต้องหาเสียงก่อนเลือกตั้งโดยการสัญญาว่าจะให้อะไรต่อมิอะไร จึงจะได้รับคะแนนเสียง ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่าเมื่อได้มาเป็นรัฐบาลจึงห่วงแต่ฐานเสียงไม่อาจปรับโครงสร้างที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจได้ ทำให้บ้านเมืองไม่เจริญก้าวหน้า มีผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และประชาชนไม่อาจมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขโดยแท้จริง

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
07:00 น. เอกชนโอดสงคราม ผลักต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง70%
06:45 น. ‘ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์’แรง ยอดตั้งบริษัทใหม่พุ่ง-ทุน1.85หมื่นล้าน
06:30 น. BOIบุกจีนถก5ยักษ์ใหญ่ ดึงลงทุนดัน‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’
06:00 น. เปิดวาร์ป ‘มีมี่–เหมือนฝัน’นางเอกเกิร์ลเลิฟ น้องสาวดีไซเนอรดัง ดีกรีไม่ธรรมดา!
06:00 น. รำลึก 200 ปี วีรกรรม 'ท้าวสุรนารี' แห่งเมืองโคราช
ดูทั้งหมด
'ตั๊ก มยุรา–หนุ่ย ธาดา'40 ปีชีวิตคู่ไม่สมบูรณ์แบบเลือกอยู่เพราะความดี
รุ่นใหญ่หัวใจว้าวุ่น‘สุรชัย'ควงคู่‘ไดอาน่า’หวานฉ่ำริมระเบียง
บิ๊กโจ๊ก พาคนใต้กลับบ้าน จัด เที่ยวบิน-รถบัส ฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ชมคลิป
สถานทูตอิหร่าน ย้ำ มิตรภาพ จะไม่ลืมมิตรสหาย หลังช่วยเรือไทยล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างสงบสุข
อนุทิน แวะชิมก๋วยเตี๋ยวเนื้อจิตร์กมล วงเวียนใหญ่ จัด 3 ชามรวด การันตี ไม่มีที่ติ
ดูทั้งหมด
หีบลับจากซุส (2)
ประชาธิปไตยตีกลับที่ทวีปเอเชีย
แวดวงการเงิน : 28 มีนาคม 2569
หุ้นเด่น : 28 มีนาคม 2569
บุคคลแนวหน้า : 28 มีนาคม 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เรือกว่า 350 ลำ รออิหร่านอนุญาตแล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ

ทบ.โต้กัมพูชา บิดเบือนข้อมูลผู้อพยพ ย้ำชัดเป็นผู้บุกรุก รุกล้ำอธิปไตยไทย

นายกฯเผยทูลเกล้าฯรายชื่อ ครม.อนุทิน 2 30 มี.ค.นี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย

ญี่ปุ่นเอาจริง! รัฐบาลวางแผนรับมือนักท่องเที่ยวล้นเมือง

แฟนคลับช็อก! อีซังโบ นักแสดงเกาหลี เสียชีวิตในวัย 45 ปี

คุก 4 ปี 2 เดือน! ศาลอุทธรณ์ยืนโทษ อานนท์ ม็อบทะลุแก๊ส

  • Breaking News
  • เอกชนโอดสงคราม ผลักต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง70% เอกชนโอดสงคราม ผลักต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง70%
  • ‘ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์’แรง ยอดตั้งบริษัทใหม่พุ่ง-ทุน1.85หมื่นล้าน ‘ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์’แรง ยอดตั้งบริษัทใหม่พุ่ง-ทุน1.85หมื่นล้าน
  • BOIบุกจีนถก5ยักษ์ใหญ่ ดึงลงทุนดัน‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ BOIบุกจีนถก5ยักษ์ใหญ่ ดึงลงทุนดัน‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’
  • เปิดวาร์ป ‘มีมี่–เหมือนฝัน’นางเอกเกิร์ลเลิฟ น้องสาวดีไซเนอรดัง ดีกรีไม่ธรรมดา! เปิดวาร์ป ‘มีมี่–เหมือนฝัน’นางเอกเกิร์ลเลิฟ น้องสาวดีไซเนอรดัง ดีกรีไม่ธรรมดา!
  • รำลึก 200 ปี วีรกรรม \'ท้าวสุรนารี\' แห่งเมืองโคราช รำลึก 200 ปี วีรกรรม 'ท้าวสุรนารี' แห่งเมืองโคราช
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

23 มี.ค. 2569

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

16 มี.ค. 2569

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

9 มี.ค. 2569

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

2 มี.ค. 2569

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

23 ก.พ. 2569

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

16 ก.พ. 2569

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

9 ก.พ. 2569

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

2 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved