วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์วานนี้ มีภาพ 3 เหตุการณ์ให้เห็นเป็นข่าว คือที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก, ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ และที่ศูนย์ปฏิบัติการระบบไฟฟ้า สำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เขตจตุจักร กทม.
ภาพแรกเมื่อเวลา 08.30 น. อดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นจำเลยคดีหมายเลขดำ อ.1860/256 ฐานดูหมิ่นเบื้องสูงตามความผิดมาตรา 112 ได้เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลอาญา หลังจากศาลอาญาอนุญาตให้ออกนอกราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมประชุมกับ“อันวาร์ อิบราฮิม”นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน
ทั้งนี้ ศาลอาญาได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 อนุญาตให้อดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อร่วมประชุมกับ“อันวาร์ อิมราฮิม”ที่สวมหมวกประธานอาเซียนอีกใบหนึ่ง ตามที่ได้ยื่นคำร้องไว้..โดยวางหลักทรัพย์ประกันจำนวน 5 ล้านบาท และศาลให้มารายงานตัวภายใน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ นับแต่วันที่ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทย
สรุปก็คือ “ทักษิณ ชินวัตร”ไปแล้วไม่ไปลับ..หลังจากไปพบปะหารือกับ“อันวาร์ อิบราฮิม” โดยก่อนหน้านี้มีคนไทยจำนวนไม่น้อยยังคิดว่าทักษิณอาจจะหนีไปเลย และอันที่จริงแล้ว ก็ไม่เห็นว่าทักษิณจะต้องรีบร้อนหนี เพราะคดีมาตรา 112 ที่เป็นโซ่มัดคอทักษิณอยู่ในเวลานี้ กว่าคดีจะถึงที่สุด ยังต้องใช้เวลาอีกเป็นปีสองปี อยู่ในประเทศนี้ก็สบายดีอยู่แล้ว
อีกทั้งเวลานี้“ทักษิณ ชินวัตร”ก็ใหญ่คับฟ้าเมืองไทย ลูกสาวก็เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยก็เป็นแกนนำรัฐบาล บริษัทบริวารในคอกก็มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี คุมทั้งทหารและตำรวจ ถามว่าแล้วจะมีใครใหญ่กว่าอดีตนักโทษโกงบ้านกินเมืองผู้นี้อีก
จากนี้ไปก็หาเรื่องขออนุญาตศาลเดินทางออกนอกประเทศ โดยมี“มาริษ เสงี่ยมพงษ์”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งเป็น“เด็กในคาถา” คอยเอาหัวค้ำประกันต่อศาล พร้อมใช้เศษเงินแค่หลักล้านวางเป็นหลักทรัพย์ ด้วยข้ออ้างเดิมว่าเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน พอหลายๆ ครั้งเข้า ก็จะกลายเป็นภาพคุ้นชิน กระทั่งได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจว่าไม่เป็น“เสือเผ่น”แน่..เมื่อถึงตาจนก็จะหนีได้อย่างสบาย และยังสามารถนำเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปได้ด้วย ไม่ต้องมุดหนีทางช่อง“สุนัขลอด”ตรงชายแดนไทย-เขมร
“ทักษิณ ชินวัตร”ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที หลังจากเข้าไปเซ็นชื่อรายงานตัวที่ศาลอาญา ก็เดินทางกลับทันที พร้อมกับรับหลักทรัพย์เงินสด 5 ล้านบาทที่วางประกันไว้คืน
ภาพที่สอง-“มาดามแพทองโพย”ยกคณะออกเดินทางไปประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. “มาดามแพทองโพย” พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีคนใต้ และลูกสาวลูกชายอีก 2 คน คือ เด็กหญิงธิธาร สุขสวัสดิ์ และเด็กชายพฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ได้มาถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง ซึ่ง“มาดามแพทองโพย”ในชุดหลวมโพรก นุ่งกางเกงขาบานกรอมเท้า และสวมเสื้อสูทแบบโอเวอร์ไซส์ ในอ้อมอกอุ้มลูกชายไว้ด้วย
เห็นภาพแล้ว คนที่รู้สึกอิหลักอิเหลื่อก็น่าจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สวมสูทอย่างเป็นทางการร่วมคณะไปด้วย เพราะตอนยกมือไหว้กล่าวทักทาย“มาดามแพทองโพย” ก็เท่ากับยกมือไหว้ลูกชายของเธอที่อยู่ในอ้อมอกไปด้วย
โดยก่อนขึ้นเครื่องบิน นายปิฎก สุขสวัสดิ์ ผู้เป็นสามีคนใต้ พร้อด้วยลูกสาวลูกชาย ได้เดินไปส่ง“มาดามแพทองโพย” ถึงประตูทางออก บน.6 และ“มาดามแพทองโพย” ได้ทำมือเป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจ และมินิฮาร์ท ส่งมาให้ครอบครัว เป็นภาพสุดท้าย
อย่างไรก็ดี น่าเป็นห่วงว่าการเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนของ“มาดามแพทองโพย”ครั้งนี้ จะไปทำอะไรให้ประเทศไทยขายขี้หน้าอีกหรือไม่ เพราะครั้งนี้เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ (Official Visit) และต้องพบปะหารือกับประธานาธิบดี“สี จิ้นผิง” ในสองโอกาส คือ เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ และความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งการค้าการลงทุน เศรษฐกิจ และสังคมของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้ถือว่า“เป็นปีทอง”แห่งมิตรภาพไทย - จีน ครบรอบ 50 ปี..จากที่ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครั้งแรกในปี 2518 สมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี
และการเดินทางครั้งนี้ “มาดามแพทองโพย” ได้ขนรัฐมนตรีร่วมคณะไปถึง 8 คน นอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูร แล้ว อีก 7 คน ก็มี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ส่วนอีกหนึ่งโอกาส ในการเดินทางเยือนจีนของ“มาดามแพทองโพย”ครั้งนี้ ก็เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ฤดูหนาว หรือ“ฮาร์บิน 2025” ครั้งที่ 9 อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ณ นครฮาร์บิน มณฑลเฮย์หลงเจียง โดยการแข่งขันจะมีไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568
สำหรับภาพสุดท้าย เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์วานนี้ นับว่าสำคัญยิ่ง เนื่องจากจะช่วยเสริมให้ภาพที่สองคือการเดินทางไปเยือนจีนของ“มาดามแพทองโพย”พร้อมรัฐมนตรีอีก 8 คน ดูดีขึ้นมาในสายตาของประธานาธิบดี“สี จิ้นผิง” นั่นก็คือพิธีกรรม“สับสวิตซ์”งดจำหน่ายไฟฟ้าไปยังฝั่งเมียนมา 5 จุด ที่เพิ่งจะสะเด็ดน้ำจากการประชุมสภาความมั่งคงแห่งชาติเมื่อเย็นวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับดูแล กฟภ. เป็นประธานในการสับสวิตซ์ เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ศูนย์ปฏิบัติการระบบไฟฟ้า สำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เขตจตุจักร กทม.
แต่ถึงกระนั้นในทางเป็นจริง แม้ทางการไทยจะดราม่ากันเป็นทอด ๆ จากการโยนกันไปโยนกันมา ว่าจะตัดหรือไม่ตัด หรือจะตัดชั่วโมงไหน ทั้ง“ไฟฟ้า-อินเตอร์เน็ต-น้ำมัน” กระทั่งมีมติจากการประชุมคณะกรรมการสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อเย็นวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า“ให้สั่งตัด” ปรากฏว่า ช่วงที่โยนกันไปกันมานั้น เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทางฝั่งเมียนมา ได้มีเวลาเตรียมการรับมือ..ดังนั้น ถึงจะมีพิธีกรรม“สับสวิตซ์”ก็หาได้มีผลในทางปฏิบัติแต่อย่างใดไม่
นั่นก็เพราะ ทางด้านเมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน ติดกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 2 จุดก็สามารถซื้อกระแสไฟฟ้าจากลาวได้..ส่วนทางเมืองพญาตองซู รัฐมอญ ตรงข้ามด่านพระเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี 1 จุด..และเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง 2 จุด ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก..ก็ได้มีการตุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เรียบร้อยแล้ว ขณะที่อินเตอร์เน็ตก็ไม่มีปัญหา ยังสามารถใช้บริการจาก 2 บริษัทค่ายยักษ์ใหญ่ของไทย คือ AIS และ TRUE
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ภาพทั้งสามภาพนี้ก็คือ หนึ่งในฉากดราม่าการเมืองไทยที่มี“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นนายโรง..โดยมี“แพทองโพย”เป็นนักแสดงนำ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

6 ตัวแทนเฝ้าหีบ แถลงโต้ กกต. ปมกล่าวหาปลอมเอกสารใบขีดคะแนน ชลบุรี เขต 1
ACSC เตือนภัย เช็กก่อนรับ! ระวังมิจฉาชีพตีเนียนส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง
ภราดร สวนหมัด จูรี ปมทวงเงินน้ำท่วม ยันพร้อมจ่าย รอ กกต.ไฟเขียว
หวานไม่แผ่ว นาเดีย ควงสามีดินเนอร์หวานก่อนวาเลนไทน์
ล้างบางแก๊งสแกมเมอร์! ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน ตกเป็นของแผ่นดิน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี