วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
สงครามการค้าสหรัฐ-จีน เมื่อ USA อยากกลับไปเป็นเจ้าโลก

ดูทั้งหมด

  •  

สหรัฐกำลังหน้ามืดด้วยความโลภโมโทสัน หลังเป็นฝ่ายเปิดฉากสงครามการค้าขึ้นมาก่อน

ทรัมป์คุยโวโอ้อวด ว่านโยบายนี้ ทำรายได้จากภาษีศุลกากรวันละเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์ และมีกว่า 70 ประเทศที่ต้องการเจรจากับอเมริกา “มาจูบก้น”


1. ปธน.ทรัมป์เปิดฉากถล่มจีนก่อนประเทศอื่นใด โดยเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มมา 20%

จากนั้น เมื่อประกาศเก็บภาษีตอบโต้จากทั่วโลก เขาก็สั่งเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าจีนอีก 34%

เท่ากับว่า เก็บจากสินค้าจีนเพิ่ม 54%

จีนสู้ โดยประกาศตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าสหรัฐฯ 34% บ้าง

ทรัมป์เกทับบลัฟแหลก สั่งเก็บภาษีจากสินค้าจีนเพิ่มอีก 50%

รวมของเดิมแล้ว เท่ากับว่า สินค้าจีนถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า 104%

จีนจึงประกาศ เก็บภาษีตอบโต้อีก 50% รวมเป็น 84%

จากนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์จึงเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าจีนอีกครั้งเป็น 125%

พร้อมกันนี้ ปธน.ทรัมป์ใช้วิธีประกาศชะลอมาตรการภาษีตอบโต้สำหรับประเทศที่ไม่ได้โต้ตอบตนเองออกไป 90 วัน โดยระหว่างนี้ให้ใช้อัตราขั้นต่ำ 10%

2. จากนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีความเคารพและชอบพอกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพราะเป็นเพื่อนกัน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่าจีนปฏิบัติต่อสหรัฐไม่ถูกต้อง และเอาเปรียบด้านการค้ากับสหรัฐ แต่ถึงกระนั้นก็ตามเขาก็กำลังพิจารณาที่พบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีสี

ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ในที่สุดแล้ว เขาก็คงต้องพูดคุยและบรรลุข้อตกลงกับทุกประเทศรวมทั้งจีน และเชื่อว่าผู้นำของจีนเองก็ต้องการที่จะเปิดเจรจากับสหรัฐ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร

เมื่อนักข่าวถามว่าทรัมป์คิดจะเก็บภาษีจีนเพิ่มขึ้นจาก 125% หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่าเก็บสูงไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐไม่ได้ยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ แต่เขาเพียงชะลอการเก็บชั่วคราว 3 เดือนเพื่อการเจรจาต่อรองเท่านั้น และจะยังคงกำแพงภาษีพื้นฐาน
10% ที่ทุกชาติจะต้องจ่ายให้สหรัฐซึ่งส่วนนี้ไม่มีการชะลอ

3. WTO ไร้น้ำยา?

โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนประกาศว่า ภายใต้กลไกแก้ไขข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก จีนยื่นฟ้องสหรัฐฯเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มรอบล่าสุด มาตรการ “ภาษีเท่าเทียม” ตามที่สหรัฐระบุนั้นเป็นการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลกอย่างร้ายแรง การเก็บภาษีเพิ่มอีก 50% เป็นการเพิ่มความผิดบนความผิด สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติการกลั่นแกล้งโดยลำพังฝ่ายเดียวของมาตรการสหรัฐ

จีนจะพิทักษ์สิทธิประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของตนอย่างถึงที่สุด รักษาระบบการค้าพหุภาคีและระเบียบเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศอย่างถึงที่สุด

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการภาษีศุลกากรของคณะรัฐมนตรีจีนก็ออกประกาศ ปรับอัตราการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มตามที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะกรรมการภาษีศุลกากรแห่งคณะรัฐมนตรีจีนเกี่ยวกับการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มต่อสินค้านำเข้าที่มีแหล่งผลิตจากสหรัฐ (ประกาศ คกก. ภาษีศุลกากร ฉบับที่ 4 ปี 2025) อัตราการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มต่อสินค้านำเข้าที่มีแหล่งผลิตจากสหรัฐทั้งหมด จะปรับขึ้นจาก 34% เป็น 84%

น่าสงสัยว่า WTO มีน้ำยาทำอะไรสหรัฐได้หรือไม่?

4. ทางการจีนยังได้เผยแพร่สมุดปกขาว ว่าด้วยจุดยืนของจีนต่อบางประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ

เนื้อหาบางส่วน ระบุว่า “ภาษีศุลกากรตอบโต้” ของสหรัฐฯ จะสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และผู้อื่น

การจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ถือเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ระบบการค้าพหุภาคี ลิดรอนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมตามกฎหมายของฝ่ายต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงการค้าระดับสูงด้วยเป้าหมายต่างๆ เช่น “การปกป้องอุตสาหกรรม” และ “ความมั่นคงของชาติ” ซึ่งนอกจากไม่ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศของสหรัฐฯ แต่จะส่งผลเสียย้อนกลับและทำให้สหรัฐฯ ตกเป็นเหยื่อการกระทำผิดของตนเองในท้ายที่สุด

 

ภาษีศุลกากรตอบโต้จะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐฯ กัดเซาะฐานอุตสาหกรรม ทวีความตื่นตระหนกในตลาดการเงิน และเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย รวมถึงจะสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่การค้าและการลงทุนทั่วโลก อาจจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก

“ประวัติศาสตร์ได้สอนบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าการกีดกันทางการค้าจะไม่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในประเทศของประเทศใดประเทศหนึ่ง” สมุดปกขาวระบุ พร้อมเสริมว่าภาษีศุลกากรตอบโตจะส่งผลพวงอันมิอาจหลีกเลี่ยงต่อสหรัฐฯ เองและ
ผู้อื่นด้วย – (แปลโดยสำนักข่าวซินหัว)

5. ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

รศ.วิภา อุตมฉันท์ ได้เผยแพร่บทความ เรื่อง “Tit for Tat…ตาต่อตาฟันต่อฟัน”

วิเคราะห์สถานการณ์สงครามการค้าที่ดุเดือดครั้งนี้ บางตอนระบุว่า

“...เดิมที อเมริกาก็เก็บภาษีสินค้านำเข้ากับทุกประเทศ 10% เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ทันทีที่ชนะการเลือกตั้งก็ผนวกภาษีเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจกับทุกประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับอเมริกาเข้าไปด้วย ไล่ตั้งแต่ 20% ไปจนถึง 46-54%

จีนซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของทรัมป์โดนเข้าไปถึง 34% รวมกับภาษีที่ถูกเก็บอยู่ก่อน ก็ขึ้นไปอยู่ที่ 54%

รองลงมาคือ เวียดนาม 46% ไทยก็อยู่ในบัญชีกับเขาด้วยโดนเข้าไป 36%

การขึ้นภาษีแบบบ้าระห่ำของทรัมป์ ไม่ต่างจากวิธีการของพ่อค้าหน้าเลือดที่เอาแต่ได้

เขาชูแผ่นป้ายแผ่นใหญ่ ประกาศรายชื่อประเทศที่ตกเป็นเหยื่อต่อหน้ากล้องนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อข่มขู่ประเทศที่อยู่ในบัญชีดำของเขาให้ตื่นตระหนก ยอมหมอบราบคาบแก้วเดินทาง
ไปเจรจากับนายทรัมป์ให้ลดภาษีให้ แลกกับผลประโยชน์อะไรก็ตามที่นายทรัมป์ต้องการ

แต่สำหรับประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดยักษ์ใหญ่ มีประเทศคู่ค้าทั่วโลก ขณะเดียวกันจีนยังเป็นแหล่งผลิตที่มีสายโซ่อุปทานครบครัน ย่อมรับไม่ได้กับการข่มขู่ของนายทรัมป์

จีนจึงโต้กลับการขึ้นภาษีของทรัมป์แบบตาต่อตา ฟันต่อฟันในเวลาอันรวดเร็ว

เริ่มต้นด้วยการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าทุกชนิดจากอเมริกา 34% ฟ้องร้องต่อองค์การการค้าโลกหรือ WTO ทำการตรวจสอบมาตรฐานสินค้านำเข้าจากอเมริกา ควบคุมวิสาหกิจอเมริกาในจีน 16 แห่ง ขึ้นบัญชีดำ 11 บริษัทที่ขายอาวุธให้ไต้หวัน หยุดการนำเข้าชั่วคราวกับสินค้าจำพวกสัตว์ปีกจากอเมริกา 3 แห่ง และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีจากอเมริกา 1 แห่ง

การตอบโต้อย่างทันควันของจีนครั้งนี้ ไม่เพียงเพราะไม่หวาดหวั่นต่อความบ้าคลั่งของนายทรัมป์เท่านั้น ที่สำคัญเพราะจีนในวันนี้ต่างกับจีนในยุคทรัมป์ 0.1 อย่างสิ้นเชิง

จีนกำลังเจริญเติบโตเข้มแข็งขึ้นทุกวัน เศรษฐกิจจีนอยู่ในช่วงยกระดับขึ้นสู่คุณภาพ

สี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มไร้ความกังวลใดๆ ว่า “พายุสามารถถล่มทลายบ่อน้ำเล็กๆ ได้ แต่ไม่สามารถทำอะไรกับมหาสมุทรได้”

ตรงข้ามกับอเมริกาที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ

ขณะที่นโยบายขึ้นภาษีอย่างไร้เหตุผลของทรัมป์ สร้างปฏิกิริยาที่ไม่พอใจให้กับประเทศต่างๆ และในไม่ช้าอเมริกาก็จะเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบ ถูกคัดค้านทั้งจาก
ชาวโลกและชาวอเมริกันเอง ที่ได้รับความเดือดร้อนเพราะถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องบริโภคสินค้าทุกชนิดในราคาแพง...”

6. จีนจะเจ็บแค่ไหน ใครจะเจ็บกว่ากัน?

โจทย์น่าสงสัย คือ “หากถูกตัดขาดจากสหรัฐ #คนจีนตกงาน เศรษฐกิจจีล่มจมหรือไม่?”

รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น วิเคราะห์น่าสนใจ ชี้ชัดว่า จีนไม่มีวันล่มจม

ในระยะสั้น การส่งออกของจีนย่อมจะถูกกระทบจากมาตรการภาษีสูงลิ่วของทรัมป์อย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้

อย่างไรก็ดี จีนได้พยายามอย่างมาก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ (เดิมเคยมีสัดส่วนสูงมากกว่า 20% ของการส่งออกจีน) ด้วยการเร่งกระจาย diversify ตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศในอาเซียน ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา

หากทรัมป์กีดกันการค้าจีนอย่างหนัก จนทำให้จีนไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐได้อีกต่อไป ย่อมจะกระทบการจ้างงานในจีน โดยเฉพาะในมณฑลที่เป็นฐานผลิตเพื่อการส่งออกของจีน และกระทบรายได้ของคนงานจีน อย่างไรก็ดี ผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละอุตสาหกรรมและแต่ละมณฑล

ในการแก้ปัญหาและเยียวยาแรงงานเหล่านี้ รัฐบาลจีนจำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการ“รักษาเสถียรภาพ” เพื่อไม่ให้ลุกลามกลายเป็นปัญหาความไม่สงบทางสังคม

“..หากพิจารณาจากมุมภูมิรัฐศาสตร์ ในยุคทรัมป์ป่วนโลก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบจีนเพียงประเทศเดียว เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศ#วันปลดปล่อยอเมริกา ด้วยการขึ้นภาษีกับ 180 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะการขึ้นภาษีสูงลิ่วกับประเทศในอาเซียน จึงเปรียบเสมือนเป็น #วันผลักเพื่อนออกจากอเมริกา ให้ต้องมองหาที่พึ่งใหม่ เนื่องจากหลายประเทศที่เป็นพันธมิตร/เคยพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ต้องถูกกระทบจากภาษีทรัมป์อย่างหนักหน่วง หลายฝ่ายมองว่า นี่คือการโดดเดี่ยวตัวเองของอเมริกา

การเดินเกมพลาดของทรัมป์ที่หมกมุ่นกับการทำเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ แบบไม่สนเพื่อน ไม่แคร์ใคร จึงอาจจะเป็น #โอกาสของจีน ในการใช้จังหวะเวลานี้ เพื่อแสดงบทบาทนำในการสร้างเครือข่าย/รวมพลังประเทศในอาเซียนและเอเชียที่ถูกกระทบจากภาษีทรัมป์หันมาค้าขายกันเองให้มากขึ้น

..บทวิเคราะห์ของนิตยสาร The Economist ในประเด็น “อเมริกาจะทำให้จีนกลับมายิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง”และขึ้นรูปหน้าปก (ฉบับวันที่ 5-11 เมษายน 2025) ด้วยภาพหมวกที่เขียนว่า MAKE CHINA GREAT AGAIN พร้อมวิเคราะห์ว่า “How America could end up making China great again : A big beautiful opportunity” เพื่ออธิบายว่า “ทรัมป์ได้สร้างโอกาสอันยิ่งใหญ่และสวยงามให้กับจีนได้อย่างไร”

The Economist วิเคราะห์อย่างน่าสนใจว่า “ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากร และรัฐบาลของทรัมป์คุยโอ่ถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางทหารในเอเชีย แต่ในความเป็นจริง MAGA ของทรัมป์ที่พยายามกดดันผู้นำจีน กลับกลายเป็นการสร้างโอกาสให้จีนได้วาดแผนที่ภูมิรัฐศาสตร์ของเอเชียขึ้นมาใหม่ เพื่อ
เอื้อประโยชน์กับจีน”

สารส้ม

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:07 น. เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง
22:02 น. สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ
21:59 น. สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี
21:48 น. สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
21:00 น. ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 2 มกราคม 2569
สื่อเขมร อ้าง ‘ไทยโกหก’ โจมตีทางอากาศเพราะประเทศมีอาชญากรรมทางไซเบอร์
ฮุนเซน เล่นใหญ่ โพสต์เฉลิมฉลองวันหยุด วันสันติภาพกัมพูชา
บุญฤทธิ์ พร้อมพวก คอตกเข้าคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว ชี้โทษสูง หวั่นหลบหนี
กองกำลังบูรพารื้อบ้านกำนันลี ผู้มีอิทธิพลกัมพูชา หลังยึดคืนบ้านหนองจาน ปกป้องอธิปไตยไทย
ดูทั้งหมด
ทันโลกทันเหตุการณ์ กับแพทยสภา : 8 ลักษณะของคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ (Emotional Maturity)
รู้ทันนักการเมืองโกง
จากปีเก่าสู่ปีใหม่ : เรื่องเดิมๆ แต่คิดใหม่ทำใหมได้
ปีม้าขาเดี้ยง?
บุคคลแนวหน้า : 3 มกราคม 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง

สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 2 มกราคม 2569

สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา

ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ

ลูกสาวของทอมมี่ ลี โจนส์ ถูกพบเป็นศพที่โรงแรมในซานฟรานซิสโก

  • Breaking News
  • เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง
  • สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ
  • สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี
  • สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
  • ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘พรรคส้ม’อุ้มผู้กระทำผิด ข่มขู่อาฆาตมาดร้ายในหลวง ขึ้นบัญชี สส.ปาร์ตี้ลิสต์

‘พรรคส้ม’อุ้มผู้กระทำผิด ข่มขู่อาฆาตมาดร้ายในหลวง ขึ้นบัญชี สส.ปาร์ตี้ลิสต์

31 ธ.ค. 2568

กัมพูชาถูกหวยรัฐบาลไทย ห.ว.ย. = หายนะ วอดวาย ย่อยยับ

กัมพูชาถูกหวยรัฐบาลไทย ห.ว.ย. = หายนะ วอดวาย ย่อยยับ

30 ธ.ค. 2568

หยุดยิงชั่วคราว  สะท้อน ‘ไทยรบทุกมิติ’

หยุดยิงชั่วคราว สะท้อน ‘ไทยรบทุกมิติ’

29 ธ.ค. 2568

เทส้ม เพราะพฤติกรรมของส้มเอง

เทส้ม เพราะพฤติกรรมของส้มเอง

26 ธ.ค. 2568

รัฐมนตรีดีๆ ก็มีได้

รัฐมนตรีดีๆ ก็มีได้

25 ธ.ค. 2568

เขมร – เจ้าพ่อข่าวปลอม  ส้ม – ศาสดาวาทกรรมน้ำเน่า

เขมร – เจ้าพ่อข่าวปลอม ส้ม – ศาสดาวาทกรรมน้ำเน่า

24 ธ.ค. 2568

ยังไม่หยุดยิง  ไทยเร่งยึดกุมความได้เปรียบทุกมิติ

ยังไม่หยุดยิง ไทยเร่งยึดกุมความได้เปรียบทุกมิติ

23 ธ.ค. 2568

ทหารไทยชนะศึก  พิชิตใจคนไทยทั้งแผ่นดิน

ทหารไทยชนะศึก พิชิตใจคนไทยทั้งแผ่นดิน

22 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved