วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
‘Caregiver’ขาดแคลน ‘สูงวัย’ยอดพุ่งใครดูแล?

ดูทั้งหมด

  •  

“ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง เอาเป็นปี 2568 จากสถิติมีอยู่ประมาณ 360,000 กว่าคน แล้วก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ในอีก 15 ปีข้างหน้า หรือปี 2583 จะเพิ่มขึ้นเกือบล้าน คือ 8.8 แสนคน หรือประมาณ 2 เท่าครึ่งของ ณ ปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ถามว่าคนที่มาดูแลผู้สูงอายุ ณ ปัจจุบันมีกี่คน? คนที่ได้รับการรับรองให้ทำงานในเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ ปัจจุบันมีอยู่แค่ 14,349 คน”

อรนันท์ อุดมภาพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบทเทอร์เฮลท์แคร์ โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวในการบรรยาย (ออนไลน์) หัวข้อ “การสร้างเส้นทางสู่การเพิ่ม ผู้ดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย โดยคำนึงถึงแรงงานต่างชาติ เป็น ผู้ดูแล ความท้าทายในการฝึกอบรม การรับรองอาชีพ ความต้องการ ใบอนุญาตทำงาน ประเภทกึ่งทักษะ semi-skilled” จัดโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ยกข้อมูลจาก กรมอนามัย และ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ฉายภาพจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่จำนวน “ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver)” ที่ได้รับรองตามกฎหมายยังมีอยู่น้อยมาก


 ที่มาที่ไปของการขาดแคลนแรงงานดูแลผู้สูงอายุ 1.การฝึกอบรม หากเป็นการจัดทำโดยภาครัฐน่าจะยังไม่เพียงพอ ในขณะที่การฝึกอบรมโดยภาคเอกชนซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่าย ก็คาดหวังว่าอยากทำงานในโรงพยาบาลเพราะมองว่ามีรายได้ดีกว่าและเส้นทางการเติบโตในอาชีพที่ชัดเจนกว่า 2.การอยู่ในงานไม่ได้นาน หลายคนทำอยู่สักพักก็เปลี่ยนไปทำงานอื่น ซึ่งเข้าใจได้เพราะงานดูแลผู้สูงอายุเป็นงานเหนื่อยยากลำบาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพของผู้ดูแลด้วย เช่น การต้องคอยยกผู้สูงอายุ ต้องอดหลับอดนอน เป็นต้น

3.รายได้ครัวเรือนไม่พอจ่ายค่าคอบแทนผู้ดูแลได้อย่างที่ควรจะเป็น กระทรวงแรงงานกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของวิชาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุไว้ที่ 500 บาทต่อการทำงาน 8 ชั่วโมง หรือหากไปอยู่ตามบ้าน ดูแลทั้งวันตลอด 24 ชั่วโมง คือ 1,500 บาท คิดเป็นรายเดือนคือ 45,000 บาท ในขณะที่รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนไทยไม่ถึง 3 หมื่นบาทต่อเดือน ทำให้มีครัวเรือนไม่มากนักที่สามารถจ่ายได้ ดังนั้นภาครัฐน่าจะเข้ามาอุดหนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน

ขณะที่แนวคิดเรื่องการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานดูแลผู้สูงอายุ เท่าที่มีข้อมูลคือมีชาวต่างชาติหลายคนเคยทำงานดูแลผู้สูงอายุมาก่อน หรือเคยเป็นพยาบาลเสียด้วยซ้ำ แต่ไม่สามารถทำงานในไทยได้เพราะไม่มีวุฒิการศึกษาของไทย จึงอยากให้มี “ระบบเทียบโอนคุณวุฒิ” เทียบหลักสูตรที่จบมาจากประเทศต้นทางว่าเท่ากับที่เรียนในไทยได้หรือไม่ เช่น หากพยาบาลไทยไปทำงานในสหรัฐอเมริกา ก็จะมีการเทียบคุณวุฒิระหว่างมหาวิทยาลัยในไทยที่จบมากับมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ หากเทียบกันได้ก็ไม่ต้องไปเรียนหลักสูตรพยาบาลใหม่อีกครั้ง

หรือแม้เป็นหลักสูตรที่เรียนมายังไม่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ก็น่าจะมีระบบการทดสอบโดยข้อสอบกลาง จะโดยกรมฯ ออกข้อสอบเอง หรือจากหน่วยงานอื่น เช่น สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือกระทรวงแรงงาน หากผู้ใดผ่านการทดสอบก็สามารถทำงานดูแลผู้สูงอายุได้ และหากเป็นกรณีของชาวต่างชาติ ควรมีการทดสอบทักษะภาษาไทยในส่วนที่ต้องใช้ในงานดูแลผู้สูงอายุด้วย อย่างไรก็ตาม ในงานดูแลผู้สูงอายุคงต้องมีการอบรมเพิ่มเติมกับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาทำงาน เพราะมีในเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ 

ด้าน รัชนี บุญเรืองศรี รองผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย กล่าวว่า หากเป็นการฝึกอบรมที่ภาครัฐลงทุน คนที่เข้ารับการอมรมก็จะมีโควตาตามที่ภาครัฐกำหนด ซึ่งมีข้อสังเกตว่าแม้ตอนอบรมจะมากับครบตามโควตา แต่เมื่อออกไปทำงานจริงจะมีประเด็นทั้งครอบครัวของผู้สูงอายุ ชุมชน หรือแม้แต่คนที่เป็นจิตอาสาก็จะมีประเด็นค่าตอบแทนด้วย โดยในส่วนของภาครัฐจะเรียกว่าค่าสนับสนุนการปฏิบัติงาน ก็มีปัญหาเหลื่อมล้ำอยู่

“สมมติถ้าไปดูในลักษณะของต่ำกว่า 4 คน เขาจะได้ 600 บาทต่อเดือน เขามาอบรม 1 อาทิตย์ แต่เขาไปปฏิบัติงานได้ 600 บาท 4 คน แต่ถ้าสมมติว่า 4 คนนี้ถูกมอบหมายให้ไปดูแลกลุ่มที่เป็นพึ่งพิงทั้งหมดเลย ติดบ้านทั้งหมด ADL (Activities of Daily Living - ตัวชี้วัดกิจกรรมพื้นฐานในการช่วยเหลือตนเอง) น้อยกว่า 4 แน่นอนมันก็เกิดประเด็นคือภาระงานที่หนักขึ้น ดังนั้นโอกาสที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของการดูแลผู้สูงอายุก็จะลดลง” รัชนี กล่าว

ส่วนแนวคิดเรื่องการเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานด้านนี้ รัชนี มองว่า ก็คงไม่ช่วยให้เกิดความยั่งยืนเช่นกัน เพราะยิ่งเป็นผู้ว่าจ้างที่มีกำลังจ่ายสูง ภาระงานที่มอบหมายให้ก็ย่อมมากตามไปด้วย ซึ่งอาจรวมถึงหน้าที่อื่นๆ เช่น การเป็นแม่บ้าน ตลอดจนการต้องปรับตัวเข้ากับนายจ้างหรือญาติผู้สูงอายุ คำถามคือสภาพการจ้างงานจะยังคงอยู่หรือไม่ “เพราะการทำงานกับคนไม่เหมือนกับเครื่องจักร” จึงมีปัจจัยมากมายที่ท้าทายความยั่งยืนของการทำงาน

อนึ่ง มีตัวอย่างการลงพื้นที่ใน จ.กระบี่ มีเสียงสะท้อนด้วยว่า “เทคโนโลยีมีผลต่อการปฏิบัติงานของผู้ดูแลผู้สูงอายุ” กล่าวคือ ผู้ดูแลเองก็ชอบใช้สื่อสังคมออนไลน์ขณะทำงานไปด้วย พอถูกญาติผู้สูงอายุจับได้ก็ให้พ้นจากการจ้างงานไป ข้อค้นพบเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องนำมาคิดหากในอนาคตจะวางกรอบการเปิดรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานดูแลผู้สูงอายุ หรือกรณี จ.ลำปาง มีหลักสูตรอบรม Caregiver ในครอบครัว ก็ไปพบปัญหาสุขภาพของผู้ดูแล ดังนั้นสิ่งที่พูดถึงกันภายในกระทรวงสาธารณสุข คือจะคุ้มครองสุขภาพของ Caregiver ได้อย่างไรบ้าง

“อีกประเด็นที่เราต้องดูก็คือเรื่องของการเตรียมความพร้อมอย่างไรให้เกิดการที่จะดูแลในเรื่องของความต่างวัฒนธรรม เพราะแต่ละประเทศเข้ามาแล้วเราก็มีวัฒนธรรมอีกแบบหนึ่ง ที่มันจะทำให้ไม่เกิดความเครียดสำหรับผู้ดูแล ฉะนั้นเราต้องมีการประเมินเรื่องสุขภาพจิตด้วย เพราะทำไประยะหนึ่งเขาอาจเขาอาจเครียด แล้วอาจส่งผลต่อเรื่องภาวะการดูแลหรือการกระทำรุนแรงระหว่างผู้ดูแลกับผู้สูงอายุด้วย ทำอย่างไรจะมีการตรวจสอบสมรรถนะตรงนี้ด้วย” รัชนี กล่าว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน
21:52 น. กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ
21:33 น. ‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย
21:24 น. ‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส
20:40 น. พลิกนากุ้งร้าง! ปลูก'มะขามแดง'แปรรูปขาย สร้างรายได้
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 11-17 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
เปิดภาพล่าสุด นางเอกละครยุคบุกเบิก แดง เยาวเรศ ยิ้มสดใสเข้าเยี่ยม ไพรัช สังวริบุตร
'สมเด็จพระราชินี'เสด็จฯไปทรงรวมเดินและพระราชทานถ้วยรางวัล การแข่งขันวิ่งโครงการ 'รัน ฟอร์ วีลส์#5
เกาหลีใต้ทลายแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา อ้างเป็นจนท.รัฐหลอกเงิน-คุกคามเหยื่อ
ดูทั้งหมด
รมต.เขมรเตือนอย่าเลือกอนุทินบ่งชี้ความสัมพันธ์กับเพื่อไทยมีเยื่อใยล้ำลึก
‘ศึกรัฐธรรมนูญ’
‘มีส้ม-มีเทา’เน่าทั้งพรรค
เลือกตั้งแบบไทย สส. เขต และ บัญชีรายชื่อ ใช่หรือ ?
พลิกลิ้น
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ

'ทรงศัก'ไม่ทน! จี้รัฐเร่งทำตามข้อเสนอความปลอดภัย-เยียวยาเหยื่อเครนมรณะ

ทำไปเพื่อ? 'เสรีพิศุทธ์'สงสัย ถาม'อยากเห็นหน้าคนทำกันไหม?'

'รัชต์พงศ์'แง้มปาก บอกคนจีนชวนลงทุนทำเว็บพนันปี 65 แต่ขายไปช่วงสมัครสส.ปี 66

‘อนุทิน’หาเสียงบางกะปิคึกคัก ชาวบ้านดีใจขอถ่ายรูป บอกเป็นนายกฯ แล้วอย่ากินเค้กส้ม

นายอำเภอบางใหญ่ บุกทลายบ่อนไก่ชน รวบนักพนัน 41 ราย

  • Breaking News
  • รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน รวบแก๊งลวงสาวโสดวัยเกษียณลงทุน คุยจนเหยื่อมีใจ ก่อนหลอกโอน10ล้าน
  • กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ กระทิงป่าคลั่ง! ขวิดชาย56ดับกลางป่าวังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ
  • ‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย ‘ธรรมนัส’ประกาศสู้กลุ่มทุน ทวงที่ดินคืนให้เกษตรกร แม้เป็นเผือกร้อนก็ไม่ถอย
  • ‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส ‘เต้น’ปลุกชาวปากน้ำ เลือก‘เพื่อไทย’ยกจังหวัด หลังเคยกาตามกระแส
  • พลิกนากุ้งร้าง! ปลูก\'มะขามแดง\'แปรรูปขาย สร้างรายได้ พลิกนากุ้งร้าง! ปลูก'มะขามแดง'แปรรูปขาย สร้างรายได้
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

10 ม.ค. 2569

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

3 ม.ค. 2569

PSMD เปิดรับปริญญาโท  เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’  เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

PSMD เปิดรับปริญญาโท เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

26 ธ.ค. 2568

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’  ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

19 ธ.ค. 2568

อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน  ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ

อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ

12 ธ.ค. 2568

​สปสช. จับมือ ไปรษณีย์-ธ.กรุงไทย ส่งเวชภัณฑ์ ‘ฟอกไต’ ช่วยผู้ป่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

​สปสช. จับมือ ไปรษณีย์-ธ.กรุงไทย ส่งเวชภัณฑ์ ‘ฟอกไต’ ช่วยผู้ป่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

6 ธ.ค. 2568

ดันเสน่ห์อาหารไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ มอบตรา ‘Thai SELECT’ 202 ร้านค้าทั่วประเทศ

ดันเสน่ห์อาหารไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ มอบตรา ‘Thai SELECT’ 202 ร้านค้าทั่วประเทศ

29 พ.ย. 2568

วว.โชว์ ‘ตาลเดี่ยวโมเดล’ ขับเคลื่อนเมืองสระบุรีคาร์บอนต่ำ

วว.โชว์ ‘ตาลเดี่ยวโมเดล’ ขับเคลื่อนเมืองสระบุรีคาร์บอนต่ำ

22 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved