วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ต่อต้านคอร์รัปชัน
ต่อต้านคอร์รัปชัน

ต่อต้านคอร์รัปชัน

ต่อตระกูล-ต่อภัสสร์
วันพุธ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
รู้ทันคอร์รัปชันด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่ศีลธรรม

ดูทั้งหมด

  •  

สังคมไทยพูดเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันมานานหลายทศวรรษ เรามีการปลูกฝังคุณธรรมในหลักสูตรการเรียน การอบรมข้าราชการก่อนเข้ารับตำแหน่ง และการจัดกิจกรรมรณรงค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คำถามคือ เหตุใด “ความดี” เหล่านี้จึงยังไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งการโกงในระบบราชการ การเมือง และเศรษฐกิจของประเทศได้จริง

นี่คือคำถามที่ได้รับการตอบจากมุมมองแบบ “วิทยาศาสตร์” อย่างน่าทึ่งในการบรรยายหัวข้อ “TheScience of Corruption and Anti-Corruption” โดย Professor Robert Gillanders ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก Dublin City University และผู้อำนวยการร่วมของ DCU Anti-Corruption Research Centre ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยความร่วมมือระหว่าง ศูนย์วิทยาการอาชญากรรม และ ศูนย์ความรู้เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน (KRAC)


Gillanders ไม่พูดถึงศีลธรรมในฐานะคำสอน แต่พูดถึง พฤติกรรมมนุษย์ ในฐานะสิ่งที่สามารถเข้าใจและเปลี่ยนแปลงได้ ผ่านการเก็บข้อมูล การตั้งสมมุติฐาน การทดสอบ และการวัดผล เหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์

เขาเสนอว่า เราต้องเลิกคิดว่าคนโกงเพราะ “ไม่มีจริยธรรม” และเริ่มคิดว่า คนโกงเพราะ “ระบบเปิดช่องให้โกงได้ง่าย และคุ้มค่าที่จะเสี่ยง” ตัวอย่างจากอินโดนีเซียแสดงให้เห็นว่า เพียงแค่เพิ่มความถี่ของการสุ่มตรวจโครงการก่อสร้างในระดับท้องถิ่น การทุจริตสามารถลดลงได้ถึง 8% โดยไม่ต้องออกกฎหมายใหม่หรืออบรมจริยธรรมเพิ่ม เช่นเดียวกับในโรมาเนีย ที่การติดตั้งกล้องในห้องสอบสามารถลดการโกงได้ในระดับประเทศ

ในทางเศรษฐศาสตร์ การคอร์รัปชันถูกวิเคราะห์ผ่านโมเดลที่เรียบง่ายที่จับต้องได้จริง นั่นคือ มนุษย์เป็นผู้มีเหตุผล ที่ตัดสินใจบนพื้นฐานของ “ผลได้” กับ “ความเสี่ยงที่จะถูกจับได้” ดังนั้นหากเราต้องการลดการทุจริต ไม่ใช่เพียงต้องบอกว่า “อย่าทำ”แต่ต้อง “ทำให้ไม่คุ้มที่จะทำ” ด้วยการออกแบบระบบที่ลดผลประโยชน์จากการโกง และเพิ่มโอกาสในการถูกลงโทษ

ในประเทศไทย เรามักกล่าวโทษ “จริยธรรมของคน”ทุกครั้งที่เกิดคดีคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ หรือผู้บริหารที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน การตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านี้มักวนกลับไปที่การจัด “อบรมจริยธรรม” ให้บุคลากรในองค์กร แต่สิ่งที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงคือ เราไม่มีระบบที่ติดตามผลหลังการอบรมเหล่านี้อย่างเป็นระบบ ไม่รู้ว่าผู้เข้าร่วมอบรมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือทัศนคติหรือไม่ และไม่มีการออกแบบตัวชี้วัดเชิงพฤติกรรมที่สามารถสะท้อนผลกระทบได้จริง

ในหลายหน่วยงาน การอบรมกลายเป็นเพียง “พิธีกรรมเชิงระบบ” ที่ทำซ้ำปีแล้วปีเล่า เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การประเมินภายใน โดยไม่ได้ตั้งคำถามว่า เนื้อหาและวิธีการที่ใช้สอดคล้องกับบริบทหรือแรงจูงใจของผู้เข้าอบรมหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ไม่มีการเก็บข้อมูลก่อน-หลัง หรือวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (control group) ตามหลักวิธีวิทยาของการประเมินผลสมัยใหม่ (impact evaluation) ที่นานาชาติใช้กันอย่างแพร่หลาย

ตรงกันข้ามกับวิธีการแบบเดิม ข้อมูลเชิงประจักษ์กำลังกลายเป็นหัวใจของการต่อต้านคอร์รัปชันยุคใหม่ไม่ใช่แค่ในประเทศตะวันตก แต่รวมถึงในประเทศไทยด้วย ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ โครงการ “ACT Ai” ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐหลายสิบล้านรายการ เพื่อตรวจจับรูปแบบที่ผิดปกติและนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะให้สามารถตรวจสอบกันเองได้ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่า “นี่คือสิ่งไม่ดี” เพราะข้อมูลมันพูดได้ด้วยตัวเอง

ข้อมูลที่ ACT Ai สร้างขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยภาคประชาชนและสื่อมวลชนใช้ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนว่า หน่วยงานใดมีความเสี่ยงเชิงระบบและควรได้รับการสนับสนุนในเชิงนโยบายอย่างไร เช่น อาจต้องปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบภายใน หรือออกแบบคู่มือจัดซื้อจัดจ้างที่ลดช่องโหว่ลง

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์เช่นนี้ ยังอาจนำไปประยุกต์ใช้กับเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อีก เช่น นำไปใช้ประเมินผลนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันที่มีอยู่ หากหน่วยงานใดจัดอบรมจริยธรรมปีละ 3 ครั้ง แต่ยังคงพบ “ความเสี่ยงเชิงพฤติกรรม” แบบเดิมปรากฏอย่างต่อเนื่องในข้อมูลจัดซื้อ ก็อาจต้องตั้งคำถามว่า กิจกรรมที่ทำอยู่ส่งผลจริงหรือไม่ หรือควรปรับเปลี่ยนแนวทางให้ตอบโจทย์พฤติกรรมมนุษย์มากขึ้น เช่น การใช้การเรียนรู้แบบ peer-based หรือการสื่อสารแบบ behavioural nudging แทนการบรรยายทางเดียว

Gillanders ยังชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานทางสังคม (social norms) คืออีกหนึ่งกุญแจสำคัญ การศึกษาที่โด่งดังชิ้นหนึ่งพบว่า นักการทูตจากประเทศที่มีระดับคอร์รัปชันสูงมีแนวโน้มจะฝ่าฝืนกฎจราจรในนิวยอร์กสูงกว่าประเทศอื่นอย่างมาก ทั้งที่ไม่มีบทลงโทษใดๆ พฤติกรรมนี้ไม่ได้สะท้อนนิสัยเฉพาะบุคคล แต่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่คนเหล่านั้นเติบโตมา หากสังคมรอบตัวทำผิดแล้วไม่ถูกลงโทษ การทำผิดก็กลายเป็น“เรื่องธรรมดา” นี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า “กับดักความชอบธรรม” (legitimacy trap) ซึ่งเมื่อความไว้เนื้อเชื่อใจต่อรัฐลดลง ประชาชนก็ยิ่งไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่รัฐก็ยิ่งไร้อำนาจ และคอร์รัปชันก็ยิ่งลุกลาม

ท้ายที่สุด Gillanders ฝากข้อคิดไว้ว่า หากเขาได้บริหารงานต่อต้านคอร์รัปชันในไอร์แลนด์เพียงหนึ่งวันสิ่งที่เขาจะทำคือเพิ่มงบสำหรับการสอบสวนคดีทุจริตลงทุนในระบบการฝึกอบรม และเปิดสอนวิชาความซื่อสัตย์ตั้งแต่ในโรงเรียนประถม นี่ไม่ใช่ความเพ้อฝัน แต่คือสิ่งที่มี “หลักฐานเชิงประจักษ์” รองรับแล้วจากหลากหลายประเทศ

ประเทศไทยจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไร? เราคงต้องเริ่มจากการยอมรับว่า “ความดี” เพียงอย่างเดียวไม่พอเราต้องออกแบบระบบที่ทำให้ “ความดี” นั้นมีแรงจูงใจมีการเสริมพฤติกรรมในทางที่ถูกต้อง และมีข้อมูลชัดเจนรองรับ ไม่ต่างจากการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องทดลอง วัดผล และแก้ไขซ้ำจนกว่าจะได้ผล

หากเราเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ในการรักษาโรคระบาดหรือสร้างนวัตกรรมอื่นๆ ได้ การหยิบ “วิทยาศาสตร์”มาใช้กับปัญหาคอร์รัปชันก็ควรได้รับโอกาสเดียวกัน

รศ.ดร.ต่อตระกูล - รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
16:17 น. อนุทิน อารมณ์ดี ตอบชาวโซเชียล ทวงเงิน 2,400 บอก เดี๋ยวกลับมา
16:05 น. มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร แจกทุนช่วยการศึกษาแก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์
16:00 น. นักเขียนซีไรท์ ชำแหละ พรรคคุณหนู แสดงธาตุแท้เผด็จการ!
15:57 น. ทะลุชิงทอง! ทัพหวดหญิงทุบปินส์ขาดลิ่วดวลอิเหนา
15:53 น. ‘อนุทิน’คุย‘ผบ.เหล่าทัพ’ เตรียมข้อมูลชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนหารือ‘ทรัมป์’คืนนี้
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 7-13 ธ.ค.68
เปิดภาพ! พระราชินี ทรงพระดำเนินร่วมกับพาเหรดทัพไทยเข้าสู่สนามพิธีเปิดซีเกมส์ครั้งที่ 33
ปรากฏการณ์ใหม่! ‘ประชาธิปัตย์ กทม.’ผู้สนใจเสนอตัวกว่า 150 คน 33 เขต เตรียมเปิดโชว์วิสัยทัศน์
(คลิป) สีหศักดิ์ย้ำ! กัมพูชา มีทางเลือกแค่ 2 ทาง
‘ในหลวง-ราชินี’เสด็จพิธีเปิดซีเกมส์2025
ดูทั้งหมด
ก.ม.แรงงานใหม่ คุ้มครองการคลอดบุตร
สุดด้านฟันไม่เข้า?
เมื่อกัมพูชาทำให้โบราณสถาน-กาสิโน เป็นฐานทหาร
บุคคลแนวหน้า : 12 ธันวาคม 2568
Fake Law ในระบบกฎหมายไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน อารมณ์ดี ตอบชาวโซเชียล ทวงเงิน 2,400 บอก เดี๋ยวกลับมา

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร แจกทุนช่วยการศึกษาแก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์

นักเขียนซีไรท์ ชำแหละ พรรคคุณหนู แสดงธาตุแท้เผด็จการ!

ทะลุชิงทอง! ทัพหวดหญิงทุบปินส์ขาดลิ่วดวลอิเหนา

จับโป๊ะสื่อเขมรใช้ AI ปั่น Fake News ทหารไทยเสียชีวิตเกือบพัน

‘อนุทิน’คุย‘ผบ.เหล่าทัพ’ เตรียมข้อมูลชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนหารือ‘ทรัมป์’คืนนี้

  • Breaking News
  • อนุทิน อารมณ์ดี ตอบชาวโซเชียล ทวงเงิน 2,400 บอก เดี๋ยวกลับมา อนุทิน อารมณ์ดี ตอบชาวโซเชียล ทวงเงิน 2,400 บอก เดี๋ยวกลับมา
  • มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร แจกทุนช่วยการศึกษาแก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์ มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร แจกทุนช่วยการศึกษาแก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์
  • นักเขียนซีไรท์ ชำแหละ พรรคคุณหนู แสดงธาตุแท้เผด็จการ! นักเขียนซีไรท์ ชำแหละ พรรคคุณหนู แสดงธาตุแท้เผด็จการ!
  • ทะลุชิงทอง! ทัพหวดหญิงทุบปินส์ขาดลิ่วดวลอิเหนา ทะลุชิงทอง! ทัพหวดหญิงทุบปินส์ขาดลิ่วดวลอิเหนา
  • ‘อนุทิน’คุย‘ผบ.เหล่าทัพ’ เตรียมข้อมูลชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนหารือ‘ทรัมป์’คืนนี้ ‘อนุทิน’คุย‘ผบ.เหล่าทัพ’ เตรียมข้อมูลชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนหารือ‘ทรัมป์’คืนนี้
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันทั้งภูมิภาคมาร่วมวงคุยกันจริงจัง

เมื่อองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันทั้งภูมิภาคมาร่วมวงคุยกันจริงจัง

3 ธ.ค. 2568

หยุดโกงใน 100 วัน (ตอนที่ 2) ถ้ามี ‘คู่มือรัฐบาลที่อยากโปร่งใสจริง’ มันจะดีไหม?

หยุดโกงใน 100 วัน (ตอนที่ 2) ถ้ามี ‘คู่มือรัฐบาลที่อยากโปร่งใสจริง’ มันจะดีไหม?

12 พ.ย. 2568

หยุดโกงใน 100 วัน : จากข้อเสนอ ACT สู่แผนปฏิบัติการจริง

หยุดโกงใน 100 วัน : จากข้อเสนอ ACT สู่แผนปฏิบัติการจริง

1 ต.ค. 2568

ความร่วมมือข้ามพรมแดน: กุญแจสำคัญสู่การต่อต้านคอร์รัปชันในอาเซียน

ความร่วมมือข้ามพรมแดน: กุญแจสำคัญสู่การต่อต้านคอร์รัปชันในอาเซียน

3 ก.ย. 2568

น่ากังวล งบปราบโกงปี’69 ยังวนอยู่กับกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์มากกว่าแก้ระบบ

น่ากังวล งบปราบโกงปี’69 ยังวนอยู่กับกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์มากกว่าแก้ระบบ

20 ส.ค. 2568

รู้ทันคอร์รัปชันด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่ศีลธรรม

รู้ทันคอร์รัปชันด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่ศีลธรรม

2 ก.ค. 2568

เมื่อ‘งบก่อสร้าง’ไม่ได้สร้างแค่ถนน แต่สร้างรายได้พิเศษให้บางคนด้วย

เมื่อ‘งบก่อสร้าง’ไม่ได้สร้างแค่ถนน แต่สร้างรายได้พิเศษให้บางคนด้วย

4 มิ.ย. 2568

ตึกถล่ม…ระบบถลำ: เมื่อคอร์รัปชันในวงการก่อสร้างไทยยังไม่หายไปไหน

ตึกถล่ม…ระบบถลำ: เมื่อคอร์รัปชันในวงการก่อสร้างไทยยังไม่หายไปไหน

7 พ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved