วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
ในปี พ.ศ.2566 ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 66 ล้านคน โดยแบ่งออกเป็นวัยเด็ก (0-14 ปี) 10.3 ล้านคน หรือ 15.6% วัยแรงงาน (15-59 ปี) 42.5 ล้านคน หรือ 64.7% วัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 13.19 ล้านคน หรือ 19.2%
อัตราว่างงานอยู่ที่ 0.91% ของกำลังแรงงานในไตรมาส 2 ของปี 2568 หรือประมาณ 365,530 คน ซึ่ง(ผม) ถือว่าน้อยมาก เพราะเฉพาะผู้ที่จบ ป.ตรีในแต่ละปีก็มีประมาณ 150,000 คน ที่หางานไม่ได้ ค่าเฉลี่ยของการว่างงานของประเทศในกลุ่ม OECD (Organisation for economic cooperation development) อยู่ที่ประมาณ 4.9%, เวียดนาม 2%, สิงคโปร์ 1.9%, มาเลเซีย 3.2-3.5%, ฟิลิปปินส์ 5.2%, อินโดนีเซีย 5-5.2%
มีผู้ยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 11.52 ล้านคน แต่มีผู้เสียภาษีจริงเพียงประมาณ 4.02 ล้านคน ทั้งนี้การบริจาคเพื่อหักลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาสามารถหักได้สูงสุดไม่เกิน 10% ของรายได้สุทธิหลังหักลดหย่อนอื่นๆ นับวันจำนวนผู้เสียภาษีจะลดลงเนื่องจากจำนวนแรงงานจะลดลงเรื่อยๆ
นับวันประชากรที่สูงอายุจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ก็มีมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมดแล้ว เด็กเกิดก็น้อยลงเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้และประมาณ 4 ปีมาแล้วมีคนเสียชีวิตมากกว่าเด็กที่เกิด ทำให้ประชากรไทยมีปริมาณลดลงทุกปี คาดการณ์กันว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่กี่สิบปีประชากรชาวไทยจะเหลือเพียงครึ่งเดียวของขณะนี้
การที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ หนึ่ง กำลังแรงงานจะลดลงเพราะคนวัยทำงาน (15-59 ปี) จะลดลงต่อเนื่อง ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ “สัดส่วนผู้พึ่งพิง” สูงขึ้น ผลก็คือเศรษฐกิจผลิตได้น้อยลง เพราะแรงงานน้อยลง ภาคอุตสาหกรรมเกษตร และบริการขาดคนทำงาน GDP โตช้าลง สอง ภาระงบประมาณรัฐเพิ่มขึ้น เพราะรัฐบาลต้องใช้งบประมาณมากขึ้น เนื่องมาจากต้องจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นมากในวัยชรา กองทุนประกันสังคมและบำนาญราชการ รวมทั้งรายได้ภาษีลดลงเพราะคนทำงานลดลง ทำให้งบประมาณอาจไม่เพียงพอในอนาคต สาม ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มสูงมาก เพราะความต้องการโรงพยาบาล บ้านพักผู้สูงอายุ และบุคลากรดูแลสุขภาพจะเพิ่ม ภาคธุรกิจสุขภาพและเทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุจะเติบโต เศรษฐกิจเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่ “เศรษฐกิจผู้สูงวัย” หรือ silver economy สี่ การออมและการลงทุนเปลี่ยนไป ผู้สูงอายุจะถอนเงินออมมากขึ้น เพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณ การลงทุนระยะยาวลดลง ความเสี่ยงต่อ “เงินทุนในประเทศหดตัว” ส่งผลกระทบต่อตลาดทุนและเศรษฐกิจโดยรวม ห้า พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยน เนื่องจากความต้องการสินค้าและบริการเปลี่ยนจาก “สินค้าเพื่อคนหนุ่มสาว” เป็นสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ บ้านปลอดภัย ประกันสุขภาพ การท่องเที่ยวแบบสบายๆ ทำให้เกิด “ธุรกิจใหม่เพื่อผู้สูงอายุ” หรือ silver business และ หก ความเหลื่อมล้ำอาจเพิ่มขึ้น คือ ผู้สูงอายุที่ออมไว้มากจะอยู่ได้ดี แต่ผู้สูงอายุ (ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน) ที่ไม่มีเงินออม หรือลงทุน อาจยากจน ฉะนั้นจำเป็นต้องมีนโยบายรัฐเพื่อความเท่าเทียมด้านรายได้และสวัสดิการ
สรุปภาพรวมด้านแรงงาน ผลกระทบเชิงลบ คือ ขาดแรงงาน แต่โอกาสเชิงบวกคือ มีโอกาสพัฒนาเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ ทางด้านงบประมาณจะมีภาระรัฐเพิ่ม แต่เป็นโอกาสที่จะปรับระบบภาษี ออมเพิ่ม ทางด้านสุขภาพ ค่าใช้จ่ายสูง แต่เชิงบวก คือ ธุรกิจสุขภาพเติบโต ทางด้านการบริโภค ตลาดเดิมหดตัว แต่ตลาดผู้สูงอายุขยาย ทางด้านการเงิน เงินออมลด ต้องสร้างผลิตภัณฑ์การเงินใหม่
เราต้องเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสเนื่องมาจากการเป็นสังคมผู้สูงอายุ ด้วยการ หนึ่ง ใช้ “ศักยภาพผู้สูงอายุ” ให้เป็นพลัง เช่น ส่งเสริมผู้สูงวัยให้ทำงานต่อได้ (silver workforce) จนอายุ 65 ปี หรือ 70 ปี เช่น งานที่ใช้ประสบการณ์ งาน part time, mentor, online สนับสนุนเทคโนโลยีช่วยทำงาน เช่น AI ระบบอัตโนมัติ ปรับสภาพแวดล้อมให้ทำงานสะดวก เช่น work from home, co working สอง สร้างเศรษฐกิจผู้สูงอายุ (silver economy) ตลาดผู้สูงอายุจะใหญ่สุดในอนาคต สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพ อาหาร ท่องเที่ยว บ้าน เทคโนโลยีดูแลตัวเอง ไทยสามารถเป็นศูนย์กลางสุขภาพและบริการผู้สูงวัยของเอเชีย สาม พัฒนา “ทุนมนุษย์รุ่นใหม่” ด้วยการพัฒนาเด็กและวัยแรงงานให้มีทักษะสูง (high skill workforce) ใช้หุ่นยนต์และเทคโนโลยีช่วยแรงงาน ส่งเสริม lifelong learning and reskilling up skilling สี่ ปรับนโยบายครอบครัวและการเกิดด้วยการสนับสนุนค่าเลี้ยงดูบุตร สิทธิลาคลอดทำงาน ยืดหยุ่น สร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจให้คนรุ่นใหม่กล้ามีลูก ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสาธารณสุขเด็ก ห้า ดึงแรงงานต่างชาติคุณภาพมาช่วยชั่วคราว เปิดระบบรับแรงงานฝีมือมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการอบรมแรงงานไทยให้เก่งขึ้น หก สร้างเมืองและระบบรองรับผู้สูงอายุ เมืองสุขภาพดี (age friendly city) ระบบดูแลระยะยาว (long term care) เทคโนโลยี smart health/telemedicine ส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก ตั้งแต่วัยทำงาน
สรุปแนวคิดจากประชากรสูงวัยเป็นภาวะให้เป็นประชากรสูงวัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ประเทศไทยสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ ถ้าเราลงทุนกับคนทุกวัยอย่างต่อเนื่อง และปรับตัวเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เทคโนโลยีและสุขภาพดี
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

หมอช้าง เผยเคล็ดลับเสริมดวง 12 ราศี ปี 2569 ทำยังไงให้ชีวิตรุ่ง ปัง
ณัฐวุฒิ ลั่นไม่ต้องรอถูกหวย ไม่ต้องรอส้มหล่น หากเพื่อไทยอันดับ 1 ได้นายกฯ ชื่อ ยศชนัน
รวบ กู พ่อค้ายา ขายเฮโรอีนให้เด็กวัย 14 ปี ติดงอมแงม
โบกี้ไลอ้อน อวดหุ่นเป๊ะ จัดเต็มแฟชั่นชุดบิกินี่ขาว ดำ ตัวจิ๋ว
ผบ.ตร.แต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ นั่งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี