วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569
ประชาชนจำนวนมากคงทราบแล้วว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรค Non Communicable Diseases, NCDS เป็นโรคที่ทำให้พี่น้องประชาชนชาวไทย (และชาวโลก) เสียชีวิตประมาณ 3 ใน 4 หรือ 75% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในโลกนี้
โรค NCDs เกิดจากการมีพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม กล่าวคือ การไม่ออกกำลังกาย หรือออกไม่พอ การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เนื้อแดง (เนื้อวัว หมู แพะ แกะ) เนื้อแปรรูป (กุนเชียง เบคอน แฮม ไส้กรอก ฯลฯ) ทั้งหวาน มัน เค็ม การกินพืช ผัก ผลไม้น้อยไป การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ จากพฤติกรรมของตัวเราเองเช่นนี้จะทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงทางด้านการเผาผลาญ ทำให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันสะสมในร่างกายโดยเฉพาะในช่องท้อง ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เกิดโรคอ้วน และทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น จนในที่สุดร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอกับความต้องการ จนทำให้เกิดโรคเบาหวาน ฯลฯ
จากพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ในที่สุดเกิดโรคต่างๆ ที่เป็นกลุ่มโรค NCDS คือ 1) โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง และหลอดเลือดทั่วๆ ไป หรือ cardiovascular diseases, CVDs 2) โรคมะเร็งต่างๆ - อ้วนอย่างเดียวมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง 13 ชนิด (WHO) 3) โรคปอดเรื้อรัง หรือ chronic obstructive pulmonary disease (COPD) และ 4) โรคเบาหวาน-Diabetes Melilite 4 กลุ่มโรคนี้มีจำนวนถึง 80% ของโรค NCDS ทั้งหมด
โรคอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่ม NCDS คือ โรคอ้วนและเมตาบอลิก โรคไตเรื้อรัง โรคระบบประสาทและสมอง (Alzheimer’s, Parkinson’s, ภาวะสมองเสื่อม), โรคจิตเวช, โรคกล้ามเนื้อกระดูกและข้อ เช่น ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน ปวดหลังเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง เช่น ตับแข็ง ไขมันพอกตับ ฯลฯ
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ต่อ NCDS คือ การนอนน้อยหรือไม่มีคุณภาพ ความเครียดสะสม ฯลฯ
รวมทั้งการมีอุบัติเหตุบนถนน ซึ่งอัตราการเสียชีวิตบนถนนของพี่น้องชาวไทยเคยสูงถึงอันดับ 2 ของโลก แต่ปัจจุบันนี้ถึงแม้ยังสูงอยู่แต่ปริมาณการเสียชีวิตลดลงแล้ว
ผลของการเป็นโรค NCDS ทำให้มีการสูญเสียทรัพยากรของชาติเป็นอย่างมาก ทำให้ประชาชนชาวไทยเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คือ ก่อนอายุ 70 ปี ทำให้ขาดแรงงาน ทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดี ขาดวันเวลาทำงาน และทำงานไม่ได้ดีเท่าที่ควร รวมทั้งเสียทรัพยากรของประเทศ ของตนเอง หรือของครอบครัว ในการตรวจวินิจฉัยรักษาโรคต่างๆ เหล่านี้ ที่ถ้าป้องกันก็จะไม่จำเป็นต้องเป็น ต้องเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้เหล่านี้
ดีที่สุด คือ พี่น้องประชาชนชาวไทยต้องมีความรู้ที่ถูกต้องที่ทันสมัย และมีวินัยที่จะนำไปปฏิบัติสำหรับตนอง แนะนำญาติพี่น้อง ครอบครัว เพื่อนฝูง ชุมชน ให้มีความรู้และปฏิบัติตาม อย่ารอจนเป็นโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตันแล้วจึงรักษา หรือรอจนเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต แล้วจึงรักษา ซึ่งอาจโชคไม่ดี เสียชีวิตไปเลย หรือมีความพิการทางร่างกายไปแล้วทุกๆ คนต้องเริ่มต้นดูแลตนเองตั้งแต่เยาว์วัย คือเริ่มจากคุณพ่อคุณแม่ ครูบาอาจารย์ แพทย์ แนะนำการปฏิบัติตนเองตอนเราเป็นเด็ก เช่น การกิน การนอน การเรียน การใช้เงินอย่างประหยัด การออกกำลังกาย การไม่เครียด การไม่ใช้สารเสพติด ตั้งแต่เยาว์วัย ฯลฯ
แม้แต่ Hippocrates เอง (บิดาทางการแพทย์ชาวกรีก) กล่าวไว้ประมาณ 2,500 กว่าปีมาแล้วว่า การดูแลสุขภาพที่ปลอดภัยที่สุด คือ การกินอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม พอเหมาะ
เมื่อเรารู้ว่าการกิน ออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ คือ ศัตรูของเรา หรือเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิด NCDS เราก็ต้องกินเป็น ออกกำลังกายเป็นหลีกเลี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติดทั้งปวง และเมื่อเรารู้ว่าทั้ง 4 ปัจจัยเสี่ยงนี้จะนำไปสู่การที่มีน้ำหนักเพิ่มหรือโรคอ้วน ไขมันในเลือด (และไขมันในร่างกายโดยเฉพาะในช่องท้อง) สูง ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง เราก็ควรดูแล ควบคุมไม่ให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ผิดปกติ ด้วยการชั่งน้ำหนักตัวเป็นระยะๆ เช่น ทุกเช้า วัดรอบเอว โดยในผู้ใหญ่ชายไม่ให้เกิน 90 ซม. หญิงไม่เกิน 80 ซม. ดัชนีมวลกายผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิงไม่เกิน 23 (ไม่ใช่ 25 ซึ่งเป็นขนาดของชาวฝรั่ง) การวัด BMI คือ เอาน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรกำลังสอง เช่น สูง 1.78 เมตร หนัก 80 กก. ก็เอา 80 หารด้วย 1.782 ที่บ้านสมัยนี้ควรมีเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิทัลแล้ว เครื่องละไม่เกิน 2,000 บาท ควรนั่งพัก 10 นาทีก่อนวัด วัด 2-3 ครั้งห่างกัน 1 นาที ขอให้ถือว่าความดันโลหิตระดับบนที่เรียกว่า systolic ไม่ควรเกิน 120 ระดับล่างที่เรียกว่า diastolic ไม่ควรเกิน 80 หรือเขียนแบบนี้ 120/80 ถ้าเกินแต่ยังไม่เกิน 130/90 อาจยังไม่ต้องทำอะไร แต่ควรปรึกษาแพทย์และถ้ายังไม่ค่อยออกกำลังกาย หรือถ้าน้ำหนักตัวมากเกินไปควรออกกำลังกายและลดน้ำหนัก
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

ญี่ปุ่นเอาจริง สั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน มีผลบังคับใช้แล้วฝ่าฝืนเจอคุก-ปรับอ่วม
โปรดเกล้าฯ รับโอน 'น.อ. ธนพงศ์' สังกัดหน่วยรักษาพระองค์ พระราชทานยศ พลอากาศตรี
เนย โชติกา ควงสามีเปิดชีวิตครอบครัวสุดอบอุ่น แถมเผยเคล็ดลับมัดใจ รักแรกและรักเดียวตลอด 17 ปี
ศุภมาส คุมเข้ม ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ หลังพบ กับดักสัญญา กำหนดเงื่อนไขซับซ้อน
มองเห็นจากอวกาศ! เปิดภาพน้ำมันรั่วไหลทั่วอ่าวเปอร์เซีย เสี่ยงกระทบมนุษย์-สัตว์ทะเล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี