วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569
บทความที่แล้วผมปูพื้นเรื่องจำนวนแพทย์ที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งโดยเฉลี่ยมีแพทย์ 1 คนต่อประชากร 1,023 คน (มีแพทย์อายุ 24-60 ปี 64,495 คน คิดจากประชาชน 66 ล้านคน) ซึ่งประมาณ 47% อยู่ใน กทม. 53% อยู่ในต่างจังหวัด แต่น้อยมากที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุข
ผมอยากให้แต่ละสมาคม ราชวิทยาลัยแพทย์ต่างๆ รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข อุดมศึกษา ผู้บริหารประเทศ ดูแลจำนวนแพทย์ในทุกสาขา อนุสาขา ว่ามีความเหมาะสม เพียงพอหรือไม่ อย่างใด จากประสบการณ์ของผมที่ไปเยี่ยมมาเกือบทุก รพ.จังหวัด จำนวนแพทย์ พยาบาลยังไม่พอ เช่น จักษุแพทย์ มีเพียง 2,000 กว่าคนทั้งประเทศ (ข้อมูลจากแพทยสภา 30/12/68) หรือเฉลี่ยจังหวัดละ 26 คนเท่านั้น และคงน้อยกว่านั้นมากที่อยู่ในระบบสาธารณสุข แต่ถ้าคิดว่า 52% เท่านั้นที่อยู่ในต่างจังหวัด ก็จะเป็น 1,040 จักษุแพทย์ที่อยู่ต่างจังหวัด หรือถ้าเฉลี่ยก็คือ จังหวัดละ 13 คน แต่กี่คนเล่าที่รับราชการ!?
สิ่งที่ผมอยากเห็น คือ อยากให้สมาคมแพทย์สาขาต่างๆ ราชวิทยาลัยแพทย์สาขาต่างๆ ภายใต้แพทยสภา หาข้อมูลทั่วโลก พิจารณาความเหมาะสมว่า ประเทศไทยควรจะมีแพทย์สาขาต่างๆ กี่คนต่อประชากร รวมทั้งอนุสาขาต่างๆ พิจารณาแบบพอสมควร ที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เพ้อฝัน แล้วไปคุยกับรัฐบาลตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุข อุดมศึกษา กพ. งบประมาณ สภาพัฒน์ ฯลฯ จะได้มีมติของชาติว่า เราควรมีแพทย์สาขาใหญ่ๆ เช่น สูติ ศัลย์ เด็ก อายุรแพทย์ กี่คนต่อประชากร และอนุสาขาต่างๆ เท่าไหร่ ผมพูดเสมอว่าสหราชอาณาจักร (United Kingdom) มีแพทย์ที่ขึ้นทะเบียน 3.9 แสนคนต่อประชากร 69.5 ล้านคน และเขายังบอกว่าเขายังขาดแพทย์!? ทั้งๆ ที่ประเทศเขามีแพทย์ 1 คนต่อ 178 ประชากรเท่านั้น
ผมไม่คิดว่าเราต้องมีแพทย์ถึง 1 คนต่อประชากร 178 คน แต่เราควรเอาผู้ผลิต (คณะแพทย์ สมาคม ราชวิทยาลัย แพทยสภา) และรัฐบาล (ผู้ใช้-ผู้ให้งบ ให้ตำแหน่ง เช่น ก.พ. งบประมาณ กระทรวงสาธารณสุข อุดมศึกษา) มาคุยกัน มีมติร่วมกันว่าเราควรมีแพทย์ 1 คนต่อประชากรเท่าไหร่ ฯลฯ ภายในอีกกี่ปีข้างหน้า ทั้งนี้เราต้องระวังด้วยว่าเราจะไม่ผลิตล้นเกินไปและเวลาผลิตแล้วต้องมีตำแหน่งรองรับให้ด้วย การมีแพทย์สาขาละ 1-2 คนในแต่ละ รพ.(ที่ควรจะมีแพทย์สาขานั้นๆ) จะไม่เหมาะสมเลย งานหนัก และถ้า 1 คนลาออก เพราะงานหนัก เงินน้อย ไปอยู่เอกชนได้เงินมากกว่ามาก ยิ่งทำยิ่งได้ แต่อยู่กับราชการยิ่งทำยิ่งเหนื่อย ฯลฯ ถ้าลาออก 1 คน เหลือ 1 คน ยิ่งจะแย่มากขึ้น ราชการควรพิจารณาค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับทุกอาชีพที่รับใช้ราชการ และข้าราชการทุกๆ คนต้องรู้จักพอด้วย และต้องพยายามพัฒนาตนเองตลอด
ปัจจุบันนี้มีการตั้งคณะแพทยศาสตร์กันมากมาย ซึ่งต้องผ่านการเห็นชอบของแพทยสภา แต่แพทยสภามีกฎเกณฑ์เพียงต้องมีหลักสูตรและมีตึก บุคลากร พอสมควร ซึ่งสำหรับบุคลากรของคณะแพทย์ที่ตั้งใหม่ผมว่ายังขาดอีกมาก เท่าที่เห็น เช่น มีคณาจารย์เอง 30 คนหรือน้อยกว่า 3 ปีแรกฝากเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่น 3 ปีหลังฝากเรียนที่ รพ.อื่นๆ ตัวเองแทบไม่มีอะไรเลย!? ไม่มี รพ.ของตนเอง ฯลฯ
ส่วนตัวผมคิดว่าต้นเรื่องน่าจะมาจากสมาคมแพทย์สาขานั้นๆ เช่น สมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นอนุสาขาหนึ่งที่อยู่ภายใต้ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ควรหาข้อมูล แล้วเสนอความคิดเห็นให้ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของแพทยสภา จากนั้นแพทยสภาอาจนำเสนอกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง อาทิ งบประมาณ ก.พ. ฯลฯ เพราะมีวัตถุประสงค์ของแพทยสภาตามมาตรา 7 ข้อหนึ่งว่า “ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศ”
อาจเริ่มต้นแบบนี้จากสมาคมแพทย์นั้นๆ หรืออาจเริ่มที่แพทยสภาขอมาให้สมาคมแพทย์ ราชวิทยาลัยแพทย์นั้นๆ และทุกราชวิทยาลัย สมาคมแพทย์ทุกสาขา เสนอความคิดเห็นเรื่องกำลังคนมาให้แพทยสภาทราบ หรืออาจจะเริ่มต้นจากรัฐบาลโดยขอมาให้แพทยสภาดำเนินการเรื่องนี้ ฯลฯ
แต่โดยสรุป ผมอยากให้ฝ่ายรัฐบาลประชุมกับผู้ผลิตแพทย์ ผู้ใช้แพทย์ ว่าประเทศไทยควรจะมีแพทย์ 1 คน ต่อประชากรเท่าไหร่ การมีแพทย์สาขาต่างๆ อนุสาขาต่างๆ เท่าไหร่ และรวมทั้งวิธีการผลิต กระจายแพทย์เหล่านี้ให้ไปอยู่ได้ทั่วประเทศด้วยความสมัครใจ และเต็มใจ และอยู่ในระบบของกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างสมศักดิ์ศรี และมีความสุขกาย สบายใจ ฯลฯ
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
DSI ร่วมถก 10 หน่วยงาน วางกรอบป้องกัน ‘นอมินีอำพราง’ กดราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ
เจาะชีวิต มอส-มายด์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์สุดปัง ความพยายามเปลี่ยนชีวิต ค่าตัวพุ่งหลักแสน มีวันนี้เพราะคำว่าไม่มีเงิน
แห่อนุโมทนาบุญ แจ็ค แฟนฉัน กราบขอขมาลาไปปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 ฝึกจิตใจให้สงบ
ยิ่งรบยิ่งโดดเดี่ยว! อดีตบิ๊ก ศรภ. มองเกมสหรัฐฯ เดินตามอิสราเอลจนเสียมิตร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี