วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ผมอยากคุยเรื่องหมอๆ ในมุมมองของผมที่มีประสบการณ์แพทย์ที่อังกฤษ ไปประชุม ดูงานที่อเมริกา และ 54 ปี ในประเทศไทย ในฐานะตำแหน่งต่างๆ กันที่ไปเยี่ยมแพทย์
ใน รพ.มาแล้วเกือบทุกจังหวัด
สิ่งที่ผมคิด เขียน ไม่ใช่ว่าต้องถูก แต่เป็นการกระตุ้นต่อมความคิดของทุกๆ คน ทางด้านการแพทย์ และสาธารณสุข โดยเฉพาะท่านที่มีส่วนรับผิดชอบทุกท่าน ทุกระดับ ตั้งแต่คุณหมอทุกๆ คน หัวหน้าหน่วย หัวหน้าภาค ผอ.รพ. หรือคณบดี อธิบดีกรมต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รมต.สธ. รมต.การอุดมศึกษา นายกฯ รมต. รวมทั้งสมาคมแพทย์ราชวิทยาลัยแพทย์ต่างๆ แพทยสภา ฯลฯ
ก่อนอื่นขอดูข้อมูลจากแพทยสภา ณ วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2568 ว่าประเทศไทยมีแพทย์ที่ยังมีชีวิตที่ติดต่อได้กี่คน คำตอบ คือ 76,457 คน อยู่ใน กทม. 36,500 (47.73%) ต่างจังหวัด 39,957 คน (52.26%) แพทย์ที่มีอายุ 61-70 ปี มี 6,347 คน อายุ 70 ปีขึ้นไป 5,615 คน รวมแพทย์ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป 11,962 คน เหลือแพทย์ที่มีอายุ 24-60 ปีเพียง 64,495 คนต่อประชากร (ถ้าคิดจาก 66 ล้านคน) เท่ากับ แพทย์ 1 คนที่ยังไม่เกษียณต่อประชากร 1,023 คน
ถ้าคิดจากจำนวนแพทย์ต่อประชากรเท่านั้น ประเทศไทยเราดีขึ้นเรื่อยๆ จำได้ว่าตอนผมเป็นรองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตจุฬาฯ (2524-2528) ศรีสะเกษ มีแพทย์ 1 คนต่อประชากร 80,000 คน! แต่ประเด็นมีอยู่ว่า ปัจจุบันนี้มีแพทย์อยู่ในต่างจังหวัดเพียง 39,957 คน หรือ 52.26% แต่มีแพทย์ใน กทม. ถึง 36,500 คน หรือ 47.73% และแพทย์ที่อยู่ต่างจังหวัดมีไม่มากที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุข!?
ในปี พ.ศ.2543 ประเทศไทยผลิตแพทย์ได้ปีละ 1,250 คน ในปี พ.ศ. 2568 หรือ 25 ปีต่อมา ผลิตได้ 3,215 คน (รวมแล้วแพทย์ที่จบต่างประเทศ 77 คน) และในปี พ.ศ.2568 ผลิตแพทย์เฉพาะทางได้ 3,078 คน โดยจำนวนแพทย์ที่ได้รับหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร มี 71,587 ใบ จากแพทย์ 55,985 คน กล่าวคือ จำนวนแพทย์ที่ได้บอร์ดมากกว่า 1 มี 19,653 คน และแพทย์ที่ได้บอร์ดเดียวมี 36,332 คน
ประเทศไทยมีแพทย์สาขา อนุสาขาต่างๆ ถึง 106 สาขาและอนุสาขา (บางสาขา อนุสาขา อาจยกเลิกไปแล้ว เช่น เวชปฏิบัติทั่วไป) เฉพาะแพทย์ที่ยังมีชีวิต เวชศาสตร์ครอบครัว มี 8,321 คน/ศัลยศาสตร์ 3,899 คน (ไม่นับอนุสาขาย่อย)/ประสาทศัลยศาสตร์ 675 คน/ออร์โธปิดิกส์ 3,28/อายุรศาสตร์ 8,977/สูติ 3,942/กุมาร 5,454/วิสัญญี 2,529/โสต ศอ นาสิก 1,798/จักษุ 2,055/จิตเวช 1,09/รังสีวิทยาทั่วไป 658/ รังสีวินิจฉัย 1,867/พยาธิวิทยา/กายวิภาค 615/นิติเวช 296/เวชศาสตร์ฟื้นฟู 907/เวชศาสตร์ป้องกัน รวมทุกอนุสาขา 4,385/เวชศาสตร์ฉุกเฉิน 1,791 ฯลฯ ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ท่านที่เกี่ยวข้องทุกท่านต้องทราบ
สาขาวิชาใหญ่ๆ เช่น สูติ ศัล อายุรศาสตร์ กุมาร ยังมีอนุสาขาย่อยอีกมากมาย เช่น อายุรศาสตร์ยังมีสาขาย่อยอีกเกือบ 20 อนุสาขา เช่น หัวใจ ต่อมไร้ท่อ ไต เลือด ฯลฯ แต่อยากให้ข้อมูลเฉพาะสาขาใหญ่ๆ พอเป็นสังเขป สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว มีทั้งหมด 8,321 คน ทั่วประเทศ แต่เป็นแพทย์ที่ไม่ได้ทำทางนี้หลายพันคน เพราะเชี่ยวชาญสาขาอื่นเป็นหลัก สำหรับผม สาขานี้สำคัญมาก ประชาชนทุกๆ คนควร(ต้อง)ไปหาแพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวก่อน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย ควรใช้เป็นแพทย์ประจำตัว ประจำครอบครัว ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไร คล้ายๆ ระบบ family หรือ GP ของอังกฤษ ประชาชนทุกๆ คนต้องไปขึ้นทะเบียนว่า ถ้าไม่สบายจะไปหาแพทย์ทางนี้คนใดหรือกลุ่มใด GP นี่จะดูแลประชาชนคนนั้นในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโรคหรืออาการอะไร ปวดหัว ตัวร้อน ท้องผูก ท้องเสีย ปวดท้อง ตั้งครรภ์ ถ้ารักษาไม่ได้ หรือต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง GP จึงจะดำเนินการส่งต่อ (refer) ให้ เมื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจวินิจฉัย เมื่อรักษาเสร็จ หรือเริ่มต้นการรักษา ก็จะส่งผู้ป่วยกลับมาให้ GP ดูแลต่อ GP ก็จะดูแลผู้ป่วยคนนี้ตลอดชีวิต โดยอาจเป็นกลุ่ม GP ที่มีแพทย์ GP หลายๆ คนดูแล เวลา GP ประจำไม่อยู่ ถ้าเป็นอย่างนี้ GP คนนี้จะรู้จักประชาชนคนนี้ดีมากจะรู้ได้เร็วกว่าหมอคนใหม่ที่ผลัดกันมาดู เช่น ถ้าประชาชนชีพจรเต้น 50 ครั้งต่อนาที ถ้าวันดีคืนดี ชีพจรเต้น 74 ครั้งต่อนาที GP คนนี้จะรู้ทันทีว่าชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติ จะรีบดำเนินการจัดการทันที แต่ถ้าไปหาแพทย์คนใหม่หรือเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แพทย์เมื่อตรวจชีพจรได้เท่านี้ ก็อาจคิดว่าชีพจรอยู่ในช่วงที่ถือว่าปกติ คือ 50-100 ครั้งต่อนาที จึงอาจยังไม่ทำอะไร
สำหรับการที่มีแพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวที่มีคุณภาพ และเพียงพอ และกระจายไปทั่วประเทศถือว่าสำคัญมาก ต่อความเป็นอยู่ของประชากรทั้งประเทศ และประเทศไทยปัจจุบันนี้ก็มี พ.ร.บ.สาธารณสุขปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดให้มี รพ.สต. หรือ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมี รพ.สต. ประมาณ 9,500 แห่ง ใหญ่บ้างเล็กบ้าง เดิม รพ.สต. นี้เป็นสถานีอนามัย ฯลฯ คาดว่าในที่สุดจะมีการรวม รพ.สต.ให้มีขนาดประมาณเท่าๆ กัน 6,500 แห่ง โดย รพ.สต. 1 แห่งจะดูแลประชากร 10,000 คนโดยประมาณ หรือ 65 ล้านคน การที่ประชาชนจะไปหาผู้ให้บริการทางสาธารณสุข เช่น รพ.สต.นั้นสะดวกมาก เพราะจะมีอยู่ในทุกตำบล อาจเรียกได้ว่าใกล้บ้านใกล้ใจ แต่ทุก รพ.สต. ควรจะต้องมีแพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวประจำอยู่ที่นี่ทุกวัน หรืออย่างน้อยช่วงกลางวันและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ให้ครบเครื่อง และมีระบบฉุกเฉินรองรับ ซึ่งก็หมายความว่าต้องมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวอย่างน้อย 6,500 คน หรือถ้า รพ.สต.แห่งละ 2 คนก็ 13,000 คน ฯลฯ
เท่าที่ผมไปเยี่ยม รพ.สต.มาในฐานะอนุกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา และในฐานะส่วนตัวที่เวลาผมไปต่างจังหวัด ผมจะขออนุญาต รพ.สต.นั้นๆ ไปเยี่ยม หา รพ.สต.ที่มีแพทย์มาตรวจทุกวันไม่มีเลย บางแห่งโชคดีมีแพทย์มาตรวจสัปดาห์ละ 2 ครั้ง บางแห่งเดือนละไม่กี่ครั้ง ฯลฯ
วันนี้ขอแค่นี้เป็นการเริ่มต้น รองท้องไปก่อนนะครับ...
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

ทั่วโลกเริ่มป่วน สายการบินยักษ์ใหญ่แห่ยกเลิกเที่ยวบินตะวันออกกลาง ผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินเพียบ
‘โฆษก ภท.’ ยัน ไม่เคยให้ข้อมูลข่าวสารใดๆเกี่ยวกับ ‘พรรคเสรีรวมไทย’ ไร้ติดต่อแถลงร่วมกัน
เต้ มงคลกิตติ์ ลั่นสมัคร ส.ส แค่ทางผ่าน จริงๆ อยากเป็นนายก เผยเคยเจ้าชู้จนต้องหย่าภรรยา
รัสเซียเดือด ร่อนแถลงการณ์ซัด สหรัฐฯ-อิสราเอล วางแผนล่วงหน้าโจมตี อิหร่าน
ด่วน! เที่ยวบิน Etihad Airways ไปอาบูดาบี บินวนกลับภูเก็ต หลังตะวันออกกลางตึงเครียด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี