Logo วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ทวนกระแสข่าว
ทวนกระแสข่าว

ทวนกระแสข่าว

สุทิน วรรณบวร
วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ไส้ศึกถ่วงเวลาให้ทหารไทยทำสงคราม กับ กัมพูชาที่มีผู้นำบ้าอำนาจ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ไม่ใช่เฉพาะคนไทย ที่สับสนว่าความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเกิดจากความขัดแย้งของสองตระกูล หรือ เกิดจากความอ่อนแอไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลทั้งสองฝ่าย ทำให้ความขัดแย้งสองตระกูลบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ

รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ถึงได้ตำหนิว่า ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เกิดจากวุฒิภาวะของผู้นำ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง แม้แต่ที่สื่อต่างชาติอย่าง The Economist หลังจากฟังความทั้งสองฝ่ายแล้วก็ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ถึงสาเหตุแห่งสงคราม


สื่อระดับโลกรายนี้ จึงสรุปด้วยการพาดหัวว่า “Senseless war” “สงครามที่ไร้เหตุผล” หรือพูดอย่างตรงๆ ว่า “สงครามไร้สาระ”

ความขัดแย้งรุนแรง ที่เป็นเหตุให้มีคนตายหลายพันราย ถึงแม้ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรับความการสูญเสียของทหาร คนที่ติดตามสถานการณ์รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาลพรรคประชาชนกัมพูชามาแต่ต้น ย่อมรู้ถึงความไร้สาระของรัฐบาลทั้งสองประเทศดีกว่า The Economist

คนไทยหลายล้านคนรู้ตั้งแต่ต้นว่า มีสหายทั้งสองฝ่ายสมคบกันสร้างสถานการณ์ขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้อีกฝ่ายสร้างลูกชายให้ “บุรุษเหล็กผู้ยิ่งใหญ่แห่งกัมพูชา” นอกจากนั้นยังมีวาระแฝงเร้นเรื่องเขตแดนที่มีเป้าหมายลากเส้นจากสันปันน้ำบนเทือกเขาพนมดงรักไปถึงแหล่งน้ำมันในทะเลอ่าวไทย

ซึ่งสองสหายเชื่อว่าหากเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายยึดเขตแดนบางส่วนได้ ผลประโยชน์มโหฬารจากแหล่งน้ำมันในอ่าวไทย เงินมหาศาลก็ไหลเข้ากระเป๋าสหายทั้งสองฝ่าย แต่ทหารไทยผู้รักชาติและปกป้องอธิปไตย รู้ทันแผนการชั่วร้ายของผู้นำจิตวิญญาณรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และทรราชผู้ยิ่งใหญ่แห่งกัมพูชา ทหารไทยจึงไม่ยอมเสียดินแดนให้กับแผนการชั่วร้ายของสหายขายชาติ

ตอนที่ความขัดแย้งที่คุกรุ่นขึ้นมาใหม่ๆ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทยพยายามปรามทหารไทยว่า พื้นที่ขัดแย้งที่ช่องบกเป็น No Man’sland อะไรหยวนๆกันได้ก็ทำความเข้าใจกัน ทำให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นสนามเล่นตะกร้อร่วมกัน ส่วนนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรก็พูดว่า “กัมพูชาลากเส้นเขตแดนอ้อมเกาะกูดของไทย ส่วนพื้นที่ทับซ้อนถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ให้แบ่งทรัพยากรใต้ทะเล (น้ำมัน) กัน 50-50”

คำพูดของ น.ส.แพทองธารและบิดาเธอนั้น ดังไปถึงหูและอยู่ในสายตารัฐพันลึก (Deep State) และกองทัพไทย และเมื่อนายกรัฐมนตรีไทยไม่สามารถขัดขวางยุทธวิธีและมาตรการเข้มงวดชายแดนของกองทัพไทยได้ ฮุนเซน จึงฉุนเฉียวที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถสั่งให้กองทัพไทยหยุดตอบโต้การยั่วยุของเขมรได้

สองสหาย จึงพูดคุยปลอบใจกันทางโทรศัพท์ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อรู้ว่า การพูดกันทางโทรศัพท์ เป็นประโยชน์สำหรับทำโฆษณาชวนเชื่อในกัมพูชาเลยนำการพูดคุยทางโทรศัพท์ ไปโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว

นายกรัฐมนตรีแพทองธาร เลยโพสต์อินตราแกรมว่า“นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต” ไม่เป็นมืออาชีพที่นำการสนทนากันสองคนไปโพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ต่อสาธารณะอินสตราแกรมของน.ส.แพทองธารทำให้ฮุนเซน โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ที่ลูกสาวสหายในเมืองไทย ตำหนิลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ฮุนเซนกำลังสร้างภาพให้เป็นผู้นำยิ่งใหญ่

สงครามน้ำลายทั้งสองฝ่ายก็เริ่มขยายวงกว้างออกไปในเวลาเดียวกัน ทหารไทยก็เข้มงวดด่านชายแดนมากขึ้นทำให้รายได้หลักของกัมพูชาที่มาจากบ่อนการพนัน และฉ้อโกงหลอกลวงออนไลน์ตกวูบลงไปอย่างน่าใจหาย

วันที่ 15 มิถุนายน น.ส.แพทองธาร นายกรัฐมนตรีไทยโทรศัพท์ไปหาสมเด็จฮุนเซน บอกเป็นนัยว่า รัฐบาลไม่สามารถควบคุมทหารได้ตามที่ลุงฮุนเซนต้องการ วันที่ 18 มิถุนายน ฮุนเซน เลยปล่อยคลิปเสียงอัปยศออกมาเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าศาลพิจารณาคดีเสร็จ

ความขัดแย้งในจุดนี้ เห็นด้วยกับรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ว่า เกิดจากวุฒิภาวะของผู้นำทั้งสองฝ่ายและเห็นด้วยกับ The Economist ว่า เป็นสงครามน้ำลายไร้สาระ

แต่ทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์และ The Economist ตื้นเขินเกินไปที่มองไม่เห็นความเลวร้ายของผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย และทรราชกัมพูชา ที่สมคบกันสร้างความขัดแย้งเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์และอธิปไตยของชาติให้กันและกัน สิงคโปร์ และ The Economist ไม่เข้าใจว่านี่คือสงครามยิ่งใหญ่ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติที่ Deep State และกองทัพไทยยอมเสียไม่ได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว

หากสิงคโปร์ และ The Economist ไม่มีอคติต่อประเทศไทย พวกเขาต้องเข้าใจว่า นี่คือสงครามอันยิ่งใหญ่ ที่กองทัพไทยทำให้กัมพูชาพ่ายแพ้ราบคาบทั้งในสมรภูมิรบและในเวทีโลก ในเวลาเดียวกันกองทัพไทยยังสามารถทำลายตระกูลขายชาติให้ล่มสลายลงได้ในเวลาไม่ช้าไม่นาน

สถานการณ์ชายแดนยังคงตึงเครียด เมื่อ ทหารร้อย.ร.111 เหยียบกับระเบิด ขณะลาดตระเวนเส้นทางเพื่อวางลวดหนามป้องกันพื้นที่ รอยต่อ โดนเอาว์-กฤษณา บริเวณภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 สิงหาคม โดยมี จ.ส.อ.ธานี พาหา เป็นหัวหน้าชุด และกำลังพล 2 นาย ระหว่างตรวจสอบเส้นทางได้เหยียบกับระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย

กับระเบิดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่ทำข้อตกลงหยุดยิงในขณะที่กองทัพกัมพูชากำลังจะล่มสลาย และตกลง 13 ข้อที่กัมพูชามีแต่ได้ประเทศไทยเสียเปรียบทุกข้อ

กัมพูชาไม่ยอมรับข้อเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเก็บทุ่นระเบิดในพื้นที่ขัดแย้ง และไม่ยอมรับข้อเสนอร่วมมือกันปราบไซเบอร์สแกม ซึ่งทั้งสองข้อนี้มีดาษดื่นในกัมพูชา หากยอมรับข้อเสนอเก็บกู้ระเบิดก็เท่ายอมรับว่า กัมพูชาละเมิดอนุสัญญาฮอตตาวา ว่าด้วย การวางระเบิด สะสมระเบิด และส่งต่อระเบิดสังหารบุคคล

นอกจากไม่ยอมรับข้อเสนอเก็บทุ่นระเบิดที่กัมพูขาวางไว้ ทรราช ฮุนเซน ยังปรับท่าทีโฆษณาชวนเชื่อใหม่เปลี่ยนจากการท้าทำสงคราม เป็นเรียกร้องสันติภาพฮุนเซน ขอให้สหรัฐ จีน และอาเซียน ห้ามไม่ให้กองทัพอากาศไทย ใช้เครื่องบิน F-16 และ กริพเพน ข้อเรียกร้องของฝ่ายกัมพูชาจึงเข้าข่ายไร้สาระของ The Economist ที่เรียกร้องให้กองทัพไทยชดใช้ค่าเสียหายที่ทำให้ทหารเขมรตาย

ทางฝ่ายรัฐบาลเพื่อไทยก็ถ่วงเวลาให้ประเทศเสียหายมากกว่านี้ โดยทำทีเป็นฟ้องฮุนเซน ที่สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินพลเรือน ทำลายโรงพยาบาลปั้มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และบ้านเรือนประชาชน ตลอดถึงทำให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตาย ทั้งๆ ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยตระหนักดีว่าไม่มีผลในทางปฏิบัติตามกฎหมาย

จึงมีคำถามว่า ทำไมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ให้เอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติ ร้องเรียนสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ UNSC ให้ฟ้องฮุนเซน และกองทัพกัมพูชาเป็นอาชญากรสงคราม คำร้องของประเทศไทยอาจไปไม่ถึงศาลอาญาระหว่างประเทศ อย่างน้อยเวทีโลกก็ได้ตราหน้าว่า ฮุนเซน เป็นอาชญากรสงคราม

นอกจากนั้น รัฐบาลพรรคเพื่อไทย แถลงหน้าชื่นตาบานว่าการประชุม เจบีซี ในประเทศมาเลเซียได้ข้อสรุปตามความคาดหมาย รัฐบาลเพื่อไทยแสดงธาตุแท้ออกมา ตั้งแต่ประชุมหยุดยิงแล้วว่า รัฐบาลเพื่อไทยจงใจถ่วงเวลาให้ประเทศชาติเสียหายมากกว่านี้

การถ่วงเวลาให้ประเทศไทยเสียหาย สิ่งแรกคือ รัฐบาลปล่อยให้ตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมว่าง ในห้วงเวลาที่กองทัพไทยปะทะกับอริราชศัตรูโดยไม่มีผู้บังคับบัญชาตามกฎหมาย

ถ่วงเวลาประเทศไทย อันดับสอง คือ นายกรัฐมนตรีที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้ถูกร้องใช้ช่องว่างกฎหมายขอเลื่อนเวลาส่งคำชี้แจงต่อศาลฯถึงสองครั้ง ซึ่งยืดเวลาอายุรัฐบาลเป็ดง่อยไปได้ไม่น้อยกว่า 30 วัน

ในห้วงเวลาที่ประเทศมีวิกฤตรอบด้านการยื้อเวลาเพื่อประโยชน์ตนเพียงหนึ่งสัปดาห์อาจทำให้ประเทศชาติเสียหายยากจะฟื้นฟูได้

หากนายกรัฐมนตรี มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติเหลืออยู่บ้าง และมั่นใจว่าเธอทำความดีเพื่อชาติ น.ส.แพทองธารต้องรีบให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีให้เร็วที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้ทำความผิดตามข้อกล่าวหา แต่การถ่วงเวลาให้ศาลพิจารณาคดีล่าช้า จึงพูดได้ว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยถ่วงเวลาให้ประเทศเสียหายมากกว่านี้

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่คนไทยจำนวนมากสงสัยว่า เป็นไส้ศึกหรือไม่?นายภูมิธรรมปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง สทร. หรือไม่? นายภูมิธรรมต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เขาได้ละทิ้งเป้าหมายทำลายประเทศไทย ตั้งแต่ออกจากป่ามารับใช้นักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์แล้ว

จึงกล่าวได้ว่า กับระเบิดที่ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บสามนาย เพียงสองวัน หลังจากประชุมกรรมการทั่วไปไทย-กัมพูชา เป็นสัญญาณอันตราย ที่ทำให้รัฐบาลพรรคประชาชนกัมพูชาและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนสองประเทศอีกต่อไป

นอกเหนือจากนั้นยังเป็นสัญญาณว่าตระกูลฮุน กับ ตระกูลชินจะล่มสลายทางการเมืองในเร็ววัน

สุทิน วรรณบวร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:02 น. สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน
22:01 น. คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท
21:55 น. ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น รวม 12 ราย
21:44 น. ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ
21:42 น. ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์
ดูทั้งหมด
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.69
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 4 เมษายน พ.ศ. 2569
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 30 มี.ค.-5 เม.ย.69
จะได้หายสงสัย! ดร.อานนท์ ร่ายยาว ปมใบปริญญา ศุภจี จาก Northrop University
ดีเจแมน เปิดใจสาเหตุหย่า ใบเตย ครั้งแรก เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น
ดูทั้งหมด
การด่าไม่ได้ขับเคลื่อนโลก
ความในใจของชาวบ้านลาว
ทรัมป์ถอย?
แม้สงครามยุติ ผลกระทบก็ยังไม่หายทันที
บุคคลแนวหน้า : 2 เมษายน 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน

คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท

ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์

ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ

เท้ง ย้ำ PM2.5 เรื่องใหญ่ กระทบเศรษฐกิจ สาธารณสุข ต้องแก้ทั้งระบบ

ด่วน! ทรัมป์ โพสต์อวดโลก อิหร่านเพิ่งขอให้หยุดยิง สหรัฐฯเดินหน้ายื่นเงื่อนไข

  • Breaking News
  • สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน
  • คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท
  • ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น รวม 12 ราย ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น รวม 12 ราย
  • ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ
  • ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์ ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยอาจต้องกลับไปใช้พลังงานถ่านหิน

ประเทศไทยอาจต้องกลับไปใช้พลังงานถ่านหิน

31 มี.ค. 2569

เศรษฐีอิสราเอลเดินเท้าไปซื้ออาหารแทนการนั่งรถกลัวเข้าที่หลบภัยไม่ทัน

เศรษฐีอิสราเอลเดินเท้าไปซื้ออาหารแทนการนั่งรถกลัวเข้าที่หลบภัยไม่ทัน

28 มี.ค. 2569

จีน-รัสเซียชนะสงครามที่สหรัฐนำความหายนะมาสู่โลกโดยไม่ต้องใช้กำลัง

จีน-รัสเซียชนะสงครามที่สหรัฐนำความหายนะมาสู่โลกโดยไม่ต้องใช้กำลัง

27 มี.ค. 2569

เตรียมรับมือการขาดแคลนพลังงานจากสถานการณ์สงคราม

เตรียมรับมือการขาดแคลนพลังงานจากสถานการณ์สงคราม

24 มี.ค. 2569

ความอัจฉริยะกองทัพไทย ทำให้กัมพูชาพ่ายในสนามรบและเวทีสากล

ความอัจฉริยะกองทัพไทย ทำให้กัมพูชาพ่ายในสนามรบและเวทีสากล

22 มี.ค. 2569

อิหร่านยื้อสงสงครามยาวนาน ดับฝันอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

อิหร่านยื้อสงสงครามยาวนาน ดับฝันอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

21 มี.ค. 2569

คำเตือนที่สั่นสะเทือนกลุ่มความร่วมมือชาติอ่าวอาหรับ

คำเตือนที่สั่นสะเทือนกลุ่มความร่วมมือชาติอ่าวอาหรับ

17 มี.ค. 2569

IRGC ยิงเรืออินเดียติดธงชาติไทย  แก้แค้นลูกเรืออิหร่านตายใกล้ศรีลังกา

IRGC ยิงเรืออินเดียติดธงชาติไทย แก้แค้นลูกเรืออิหร่านตายใกล้ศรีลังกา

14 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved