วันนี้ ช่วงเช้า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมพิจารณา ลงมติ คดีนายกฯอุ๊งอิ๊งค์ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ต้องพ้นตำแหน่ง
จากนั้น ช่วงบ่าย จะอ่านคำวินิจฉัยชี้ขาด
ได้รู้กันแน่นอนว่า นายกฯอุ๊งอิ๊งค์ จะอยู่ หรือไป?
1. แน่นอนว่า ผลของคดี จะมีผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าคดีออกมาในรูปใด
นายกฯ แพทองธาร จะได้ไปต่อ หรือพ้นเก้าอี้?
มีโอกาสเป็นไปได้ทั้งนั้น
แต่ผลลัพธ์ในอดีต ที่ประจักษ์ พบว่า นายกฯระบอบทักษิณมักแพ้ทางศาลรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ 4 คน ตกเก้าอี้ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน
เพียงแต่คนเพื่อไทย และฝ่ายนายกฯอุ๊งอิ๊งค์ ก็ต้องพยายามปลุกใจ แสดงความมั่นใจว่ารอดแน่
2. ทางแยก
หนทางที่หนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติชี้ขาด ว่าการกระทำของนายกฯ ไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
ยกคำร้อง “แพทองธาร” ก็เป็นนายกฯ บริหารประเทศต่อไป
เชื่อว่า หากเป็นเช่นนี้ รัฐบาลก็จะดำรงสภาพแบบนี้ต่อไป เสียงปริ่มน้ำ และเจอกับฝ่ายค้านเดินหน้าตรวจสอบ
ขณะที่คะแนนนิยมของรัฐบาลต่ำเตี้ยเรี่ยดินมา
อาจจะต้องปรับเปลี่ยน เพื่อกุมสภาพความนิยม ไม่ว่าจะปรับ ครม. หรือออกนโยบายที่ถูกใจสังคม ไม่งั้นมีเสียงปริ่มน้ำ จะลากไปได้แค่ไหน แล้วสุดท้ายก็ต้องยุบสภา
หนทางที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติชี้ขาดว่า “แพทองธาร” ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ้นจากตำแหน่ง
ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกฯใหม่
พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล จะต้องพยายามรวบรวมเสียง สส. เพื่อจัดตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่ และเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตามมาตรา 159
เพื่อไทยประกาศชู “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯ คนสุดท้ายในบัญชีพรรค
ฝ่ายค้าน พรรคภูมิใจไทย ก็มีความชอบธรรมที่จะหาเสียง สส. สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีกูล เป็นนายกฯ
โดยการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกนายกฯ จะต้องโหวตโดยเปิดเผย ด้วยการขานชื่อ และต้องมีคะแนนเสียงเกินกว่า 246 เสียง ซึ่งเป็นเสียงกึ่งหนึ่งของ สส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร 492 คน
เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน มี 11 พรรค จำนวน 253 เสียง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 140 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคกล้าธรรม 25 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคไทยก้าวหน้า 1 เสียง
แต่ในจำนวนเสียงของรัฐบาลจริงๆ มีอยู่ประมาณ 260 เสียง (รวมงูเห่า)
ขณะที่เสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มี 239 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 143 เสียง พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 20 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง พรรคเป็นธรรม 1 เสียง
พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน จะมีอำนาจต่อรองมากทันที
เพราะถ้าพรรคส้มจับมือหนุนภูมิใจไทย แล้วพรรค รทสช. พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พลิกขั้วไปหนุนนายอนุทิน ก็จะเปลี่ยนขั้วรัฐบาลทันที
เพราะฉะนั้น พรรคเพื่อไทยไม่ยอมเป็นฝ่ายค้านแน่นอนในสถานการณ์นี้
ก็จะต้องยอมประนีประนอมกับพรรคร่วม ยอมลดราวาศอก เพื่อประคองการร่วมรัฐบาล
เงื่อนไขและอำนาจต่อรอง จะอยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย
จะให้ใครเป็นนายกฯ?
นายชัยเกษมจะเหมาะสมหรือไม่ จะพารัฐบาลรอดจากเงื่อนไขปัญหาข้อจำกัดต่าง ในปัจจุบัน หรือไม่?
ต้องมีตัวเลือกอื่น ที่ดีกว่า หรือไม่?
ดูจากศักยภาพ บารมี ของตัวบุคคล
ดูจากนิด้าโพล ความนิยมที่มีต่อบุคคลในบัญชีรายชื่อนายกฯ
อันดับหนึ่ง คือ ลุงตู่
รองลงมา คือ นายอนุทิน
อันดับสาม คือ นายชัยเกษม
3. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ที่ศาลอาจจะหยิบมาวินิจฉัย อาทิ
ข้อ 6 ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ข้อ 7 ต้องถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน
นายสมชัยชี้ว่า นายกฯแพทองธาร รอดยาก ถ้าใช้มาตรฐานของการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีต หรือแม้แต่ศาลชุดนี้เองก็ตาม
น่าจะมีการลงมติที่ 9 : 0 ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม
ไม่มีเหตุผลอื่น
ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่น มุมมองอื่น แต่ยากมาก อาจจะลดลงมาเหลือ 7 : 2 แต่ต่ำสุดไม่ลงไปไกลกว่า 6 : 3
ถ้าฟังเทปโดยละเอียดเข้าข่ายผิดมาตรฐานจริยธรรมหลายข้อ โดยเฉพาะบทสนทนาระหว่างนายกฯแพทองธาร กับสมเด็จฮุนเซน น่าจะมีอยู่ในมือศาล
4. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์ว่า อุ๊งอิ๊งค์จะหลุดตำแหน่งนายกฯแน่นอน
แต่ถ้าอุ๊งอิ๊งค์รอด จะต้องเจอ 3 กับดัก
“ช่วงนี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับคดีคลิปเสียงหลุดของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และมีการนัดฟังคำวินิจฉัย ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้
มีการวิพากษ์วิจารณ์ มีการวิเคราะห์ค่อนข้างหนาหูว่า นางสาวแพทองธารจะรอดพ้นจากคดีคลิปเสียงหลุดไปได้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติยกคำร้อง
ซึ่งถ้าหากสมมุติว่า ผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีมติยกคำร้อง ทำให้นางสาวแพทองธาร สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ก็น่าจะมีปรากฏการณ์เกิดขึ้น 3 เรื่อง คือ
1.ถ้าหากว่ามีการดีลเกิดขึ้นจริง นางสาวแพทองธารผ่านไปต่อได้จริง โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อรอดจากคดีนี้ไปแล้ว จะต้องยุบสภาทันที ล้างไพ่ใหม่คืนอำนาจให้กับประชาชน และจะต้องยุบสภาก่อนวันที่ 9 กันยายน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีคำสั่งเกี่ยวกับคดีชั้น 14 ของนายทักษิณ ชินวัตร
2.ถ้าหากมติศาลรัฐธรรมนูญให้นางสาวแพทองธารไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลก็จะกดดัน ต่อรองถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคเคยตั้งเงื่อนไขการถอนตัว ตั้งแต่การปรับครม.อุ๊งอิ๊งค์ 2 แล้ว วันนี้ได้โอกาสเมื่อศาลรัฐธรรมนูญให้ไปต่อ ก็เป็นเงื่อนไขที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี เมื่อเป็นเช่นนี้ถ้าหากว่านางสาวแพทองธารไม่ยอม ก็ต้องยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน
3.ถ้านางสาวแพทองธารได้ไปต่อ พรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนจับมือกันเป็นรัฐบาลกันต่อไป จะมีมวลชน กลุ่มการเมืองภาคประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลชุดนี้ เคลื่อนไหว เพราะกระแสความนิยมของรัฐบาลชุดนี้ตกต่ำมาก จะมีม็อบชุมนุมเกิดขึ้นหลังจากมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธารได้ไปต่อ เชื่อว่าจะมีการชุมนุมขับไล่แน่นอน ที่เห็นอยู่มีกลุ่มมวลชนนัดประชุม เพื่อแสดงท่าทีหลังจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
แม้ว่านางสาวแพทองธารจะมั่นใจ แกนนำพรรคเพื่อไทย แกนนำระดับรัฐมนตรี แสดงท่าทีค่อนข้างมั่นใจว่าไปต่อได้ แต่การไปต่อ ก็ไม่สามารถราบรื่นตลอดรอดฝั่งไปได้ ต้องเจอกับดัก ในที่สุดก็ต้องยุบสภา
ส่วนตัวเชื่อว่านางสาวแพทองธารจะไม่รอด จากคดีคลิปเสียงหลุด
ไม่ว่านักวิเคราะห์นักวิจารณ์ จะเชื่อมั่นว่าอาจจะเกิดมีดีลทางการเมือง ดีลติด ดิวต่อ ต่อดิวกันได้ก็ตาม
ผมยังเชื่อมั่นว่า ดีลของนายทักษิณกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม ไม่สามารถต่อดีลหรือดีลต่อได้
ฟันธงว่า นางสาวแพทองธาร จะหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้อย่างแน่นอนครับ”
5. เอาเป็นว่า วันนี้ ชี้ขาดคดี และชี้ทิศทางประเทศชาติ
ว่าจะปลดล็อก เปิดทางจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีเสถียรภาพ
หรืออยู่กับผู้นำรัฐบาลคนเดิม? แล้วจะทำให้พรรคการเมืองและนักการเมืองเหลิงอำนาจ หลงอำนาจ ทำแบบนี้ก็ยังสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ ไม่ยำเกรงอะไรอีกต่อไป หรือไม่
ประชาชนที่ไม่ไหวแล้ว จะลุกฮือขึ้นต่อต้าน ชุมนุมขับไล่รัฐบาล หรือไม่?
วันนี้ รู้เรื่อง
สารส้ม
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี