Logo วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

จะเป็นลักษณะ “การสืบสันดาน” มาจากบุพการี หรือเพราะการไม่รู้สี่รู้แปดส่วนตัวก็ไม่ทราบได้ ทำให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง โดยมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมทุกพรรคร่วมยืนด้านหลังในการแถลงข่าว

โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อย่างแรกด้วยความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม ตนเองขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่งขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจจะทำเพื่อประเทศตลอดมา ไม่ว่าบทสนทนานั้นที่เป็นคลิปเสียงออกไป ตนเองไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตัวเองเลย อยากบอกพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ตนเองยึดมั่นเสมอคือชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน ตนเองตั้งใจจริงๆ ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ คลิปนี้ก็เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ขอยืนยันเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ตั้งใจจะสื่อสารจริงๆ


แปลง่ายๆ ว่า ยอมรับคำวินิจฉัย แต่ไม่ยอมรับผิด?

1) องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยชัดเจนละเอียด ในสองประเด็นคือ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ กับละเมิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ประเด็นว่าผู้ถูกร้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) หรือไม่นั้น ศาลอ่านว่า

“...เมื่อผู้ถูกร้องมีโอกาสใช้ช่องทางการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ผู้ถูกร้องจึงเจรจากับสมเด็จฮุนเซนพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกร้องตอบรับข้อเสนอหรือความต้องการใดของสมเด็จฮุนเซน อีกทั้งการเจรจาดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดผลเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์ดำรงตำแหน่งของแม่ทัพภาคที่ 2 รวมทั้งไม่มีผลต่อการเปิดหรือปิดด่านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อันแสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกร้องมิได้ยินยอมตามข้อเสนออันเป็นการรักษาดุลแห่งผลประโยชน์แห่งชาติการจะถือว่าเป็นการไม่ซื่อสัตย์สุจริต จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

...ดังนั้น เมื่อผู้ถูกร้องยังคงมีเจตนายึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง เพื่อปกป้องเพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงหรือเกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อเอกราชอธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยและความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มิได้ยอมรับข้อเสนออันเป็นการบ่อนทำลายผลประโยชน์ประเทศชาติการเจรจาของผู้ร้องดังกล่าว เป็นการแสดงออกถึงความไม่นิ่งเฉยถึงปัญหา และเป็นการพยายามดำเนินการเพื่อช่วยธำรงรักษาผลประโยชน์ของชาติและมีเจตนาที่จะรักษาความสงบสุขของประชาชนในประเทศซึ่งเป็นหน้าที่ประการหนึ่งของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ การกระทำของผู้ถูกร้องยังไม่มีลักษณะเป็นผู้ไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์...”

2) ส่วนประเด็นว่า มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) หรือไม่นั้น

ศาลกำหนดบทบาท หน้าที่ ความสำนึก และความมีสติของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีไว้อย่างชัดเจนว่า

“...ผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารมีฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผู้ถูกร้องจึงเปรียบเสมือนบุคคลที่มี 2 สถานะอยู่ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง สถานะหนึ่ง ในสถานะประชาชนที่มีเสรีภาพในการกระทำภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ส่วนอีกสถานะหนึ่ง ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องถูกจำกัดเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคงของประเทศ

...รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารมีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศเหนือประโยชน์ส่วนตน การบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การบริหารราชการส่วนตัว ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและตัวแทนของประเทศไทยในการติดต่อกับนานาประเทศ มีหน้าที่และอำนาจกำหนดนโยบายการบริหารประเทศ และมีหน้าที่ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ อธิปไตยเหนือดินแดนรวมทั้งปกป้องศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจและบริหารงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน”

3) ศาลพิเคราะห์กรณีกล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝ่ายตรงข้าม และพูดเอาเท่ว่า “...พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ามีการแบ่งข้างเชิงความคิดด้านความมั่นคงของประเทศที่เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเกิดความไม่เป็นเอกภาพระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ถ้อยคำที่ผู้ถูกร้องกล่าววิญญูชนย่อมเข้าใจได้ว่าเป็นลักษณะการแสดงถึงความอ่อนแอทางการเมืองภายในประเทศให้กัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศคู่ขัดแย้งทราบและหากถูกเผยแพร่ออกไปถึงกัมพูชาจะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายกัมพูชานำข้อมูลดังกล่าวมาใช้แทรกแซงกิจการภายในประเทศได้...”

4) กรณีคุยกับฮุนเซน เพราะประสงค์จะใช้ช่องทางการเจรจาทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ควบคู่กันไป ศาลพิเคราะห์ว่า “...สำหรับการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการนั้น เห็นว่า ไม่ว่ากระทรวงการต่างประเทศจะกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีการเจรจาไว้หรือไม่ และไม่ว่าผู้ถูกร้องจะใช้เทคนิคการเจรจาแบบใดก็ตาม แต่เมื่อพูดถูกร้องสนทนากับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ของกรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่บัญญัติว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมาตรา 164 วรรคหนึ่ง (1) ที่บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความรอบคอบ และระมัดระวังในการดำเนินการกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม

นอกจากนั้น ยังต้องคำนึงถึงกรอบแห่งจริยธรรมด้วย “...หาใช่ว่าผู้ถูกร้องจะสามารถเจรจาได้อย่างอิสระเป็นไปตามอำเภอใจแต่อย่างใด...ทั้งกรณีผู้ถูกร้องเป็นการในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ ซึ่งผู้ถูกร้องทราบดีว่า สามารถเจรจาโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ร่วมบันทึกข้อมูลและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยร่วมด้วย แต่เมื่อผู้ถูกร้องเลือกใช้รูปแบบการเจรจาเช่นนี้ รวมทั้งเลือกเจรจาปัญหาส่วนรวมของประเทศกับสมเด็จฮุนเซน ซึ่งผู้ถูกร้องรู้จักกันมาก่อนเป็นการส่วนตัว ผู้ถูกร้องจึงยิ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง และต้องใช้ความรอบคอบและระมัดระวังในการเจรจาเพื่อรักษารักษาไว้ซึ่งของชาติมากยิ่งขึ้น”

5) ศาลชี้ถึงบทสนทนาระหว่างแพทองธารกับฮุนเซนอีกว่า “...การที่ผู้ถูกร้องใช้ถ้อยคำว่า “ให้ท่านฮุนเซน เห็นใจหลานหน่อยเพราะว่าตอนนี้คนในประเทศไทยเขาไล่เราไปเป็นนายกฯเขมรหมดแล้ว จริงๆ แล้วถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้จะโพสต์หรืออย่างไรก็ได้ให้ท่านฮุนเซน แนะนำก็ได้ เหมือนกับว่าเป็นการตกลงร่วมกันเพราะตอนนี้อิ๊งค์ กำลังโดนหนักมากเลย พร้อมค่ะ คือเราเปิดให้อยู่แล้ว พี่ฮวด แต่ต้องเป็นการบอกกล่าว บอกว่าเราตกลงร่วมกันเปิด เพราะไม่อย่างนั้นถ้าอิ๊งค์ยอมหมด อิ๊งค์ก็จะโดนเพราะว่าตอนนี้มันเลยเรื่องด่านแล้ว และถ้าฮุนเซน อยากได้อะไรก็ขอให้บอกจะได้คุยกันได้ตกลงกันได้ เพราะบางทีที่ท่านโพสต์เฟซบุ๊กออกมา ตอนนี้รัฐบาลสั่นคลอนที่สุดแล้วค่ะ ตั้งแต่อิ๊งค์ค์เป็นนายกมาก็เรื่องกัมพูชานี่แหละ ซึ่งอิ๊งค์ไม่ออกมาตอบโต้อะไรทั้งสิ้น เพราะอิ๊งค์ก็รักและเคารพท่าน เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วถ้าจะเอาอะไรจริงๆ ก็บอกอิ๊งค์ได้เลย ยกหูบอกก็ได้ อันไหนไม่เป็นข่าวก็ไม่เป็นข่าว จะไปคุยกับกลาโหมดูแล้วขอคอนเฟิร์มกลับมาเพราะเดี๋ยวจะคุยกับกองทัพก่อน แต่เดี๋ยวเราก็จะสั่งเลย แต่ว่าอิ๊งค์รอให้มัน ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่อยแจ้งกลับมาดีกว่า เพราะไม่อยากจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วบอกท่านก่อน แต่ว่าจริงๆ ก็จัดการได้ค่ะ”

...เห็นว่า ถ้อยคำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการขอให้สมเด็จฮุนเซน เห็นใจช่วยเหลือผู้ถูกร้องในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย -กัมพูชา เนื่องจากผู้ถูกร้องกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์การจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างหนักจากประชาชนในประเทศจนทำให้เสถียรภาพรัฐบาลของผู้ถูกร้องมีความสั่นคลอน”

และ... “นอกจากนี้ผู้ถูกร้องยังแสดงท่าทียอมตนหรือยอมจำนนล่วงหน้าให้สมเด็จฮุนเซน เสนอความต้องการของตนเองให้ผู้ถูกร้องทราบ และผู้ถูกร้องยินดีจะดำเนินการให้อย่างไม่มีเงื่อนไขหรือกำหนดขอบเขตการเจรจาต่อรองโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือรักษาจุดยืนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอาจจะนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ แต่กลับเปิดช่องให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถหยิบยื่นข้อเรียกร้องใดๆ ต่อฝ่ายไทยได้ตามความต้องการ”

6) ศาลยังชี้ว่า แพทองธารทราบดีว่า การเข้าร่วมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 ที่ประชุมมีมติให้กองทัพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาใช้อำนาจตามกฎหมายในการควบคุมจุดผ่านแดนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวนโยบายของรัฐบาล โดยพิจารณาจากความเบาไปหาหนักและเท่าที่จำเป็น ซึ่งต่อมาฝ่ายกองทัพได้มีคำสั่งควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา และการประชุมครั้งต่อมาก็ยังไม่มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อเปลี่ยนแปลงมติดังกล่าวแต่อย่างใด วันที่สนทนากับสมเด็จฮุนเซน นั้น ก็ยังไม่มีทีท่าจะลดระดับความรุนแรงลง ทั้งต่อมายังทราบผ่านการรายงานกองบัญชาการกองทัพไทย มีหนังสือด่วนที่สุด เสนอสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปราม เช่น การตัดกระแสไฟการระงับสัญญาณอินเตอร์เนตที่ส่งเข้าไปในพื้นที่ป้องกันและปราบปรามที่เป็นบ่อนการพนัน หรือสแกมเมอร์ และการควบคุมสินค้า ยุทโธปกรณ์ที่อาจนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติอื่น อีกทั้งมีเหตุการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่า การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ครั้งที่ 6 มิได้มีการหารือในประเด็นกัมพูชา นำพื้นที่ 4 สุด เข้าพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ และมิได้มีการหารือประเด็นแผนที่ตามที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างแต่อย่างใด ทั้งแพทองธารยังเบิกความเองว่า การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่ากัมพูชามาก เนื่องจากกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ต้องพึ่งพาไทย

7) ศาลจึงวินิจฉัยว่า “...การกระทำของผู้ถูกร้องที่มีวัตถุประสงค์เจรจาให้มีการเปิดด่านพร้อมกันกับกัมพูชาจึงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ และความประสงค์ของสมเด็จฮุนเซน มากกว่าประโยชน์ของความมั่นคงของชาติ” และ “...เพื่อการลดการวิพากษ์วิจารณ์การจัดการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ของผู้ถูกร้อง โดยผู้ถูกร้องมุ่งหวังถึงแต่เพียงการจะทำให้คะแนนนิยมในประเทศของผู้ถูกร้องดีขึ้น อันจะนำไปสู่การมีศักยภาพรัฐบาล ซึ่งเป็นประโยชน์ทางการเมืองของตนโดยไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในขณะนั้น อันเป็น
ผลประโยชน์ของชาติอันเป็นที่ตั้งแต่อย่างใด”

“...พฤติการณ์การถูกร้องของผู้ถูกร้องดังกล่าว เริ่มทำให้วิญญูชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยได้ว่า ผู้ถูกร้องจะยินยอมกระทำการตามฝ่ายกัมพูชา โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ เพราะเหตุที่ผู้ถูกร้องรู้จักกับสมเด็จฮุนเซน เป็นการส่วนตัว และจะดำเนินการในทางที่เอื้อประโยชน์กับฝ่ายกัมพูชา แม้ข้อเท็จจริงรับฟังตามการไต่สวนได้ว่า หลังจากวันที่ผู้ถูกร้องสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุนเซน แล้ว ในวันที่ 16 มิ.ย. 2568 ผู้ถูกร้องได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงชุดเล็ก ที่บ้านพิษณุโลก แจ้งการหารือกับสมเด็จฮุนเซน ให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทราบ แต่ก็ไม่ได้แจ้งรายละเอียดการสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ว่าได้พูดอะไรที่เป็นข้อพิพาทในคดีด้วย อาจเป็นการปกปิดเพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบเจตนาที่แท้จริงผู้ถูกร้องที่จะทำให้ผู้ถูกร้องได้รับความเสียหาย

... ดังนั้นการกระทำของผู้ถูกร้องที่ขอความเห็นใจจากสมเด็จฮุนเซน จึงไม่ใช่เทคนิคการเจรจา ตามที่ผู้ถูกร้องกล่าวอ้าง แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยขาดความรอบคอบ และระมัดระวัง ซึ่งตามวิสัยพฤติการณ์ของผู้ถูกร้อง ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรจะต้องมีวิจารณญาณในการเลือกกระทำการ โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

...โดยเมื่อผู้ถูกร้องมีประโยชน์ส่วนตัว คือ คะแนนนิยมและศักยภาพของรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ผู้ถูกร้องกลับไม่คำนึงถึง หรือยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง การกระทำดังกล่าวเป็นการลดทอน หรือทำให้เสียหายซึ่งเกียรติภูมิ หรือเกียรติของนายกรัฐมนตรี และประเทศไทย เพราะความนิยม ซึ่งหมายความว่า เกียรติที่ได้รับการยกย่องจากสังคมหรือนานาชาติ หรือการน่าเชื่อถือของประเทศชาติ อันเป็นสิ่งที่ประชาชนควรภาคภูมิใจ ขาดความภาคภูมิใจ และความไว้วางใจในนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำของประเทศอันมีลักษณะเป็นการไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติ และถือเอาประโยชน์ส่วนตัวเหนือกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม...”

ดังนั้น การกระทำของผู้ถูกร้อง จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง รัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

แต่แพทองธารก็ยังคงหลบเลี่ยงการยอมรับ และยังคงยืนยันสิ่งที่พูดกับศาลไปแล้ว ว่า ผิด

ชาตินี้ บุพการี ประชาชน สมาชิกพรรค หรือใคร จะสอนให้เธอ “สำนึกผิด” ได้บ้าง?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:53 น. สถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ แจ้งเตือนคนไทย เฝ้าระวังสูงสุด หลังแนวโน้มรุนแรงเพิ่ม
21:45 น. ข้าวแช่-ปลาแห้งแตงโม เมนูคลายร้อนรับสงกรานต์ ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ
21:41 น. มาร์โค รูบิโอ ส่งสารอวยพรวันสงกรานต์ ย้ำมิตรภาพสหรัฐ-ไทยแน่นปึ้ก
21:27 น. ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี
21:16 น. บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย
ดูทั้งหมด
'พระสุพรรณกัลยา'ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์
ส่องโมเมนต์น่ารัก 'เบิร์ด ธงไชย' เช็คอินคาเฟ่ดัง บรรยากาศสุดอบอุ่น
เช้านี้ติดหนึบ เขาช่องตะโกอ่วม รถแน่นขนัดรับสงกรานต์
เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน อนุทิน มาเอง คอมเมนต์โพสต์ ดร.อานนท์
เปิดปูม อาร์ท วีระพงษ์ ประภา จับตา ข้ามห้วยจากปชป. นั่งที่ปรึกษา ศุภจี
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 14 เมษายน 2569
ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ
สงครามอิหร่าน‘พลัส’
ยุทธศาสตร์การจดบันทึกและการรังสรรค์วรรณกรรมแห่งชีวิต (3)
นิทานหมาป่า(2)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ข้าวแช่-ปลาแห้งแตงโม เมนูคลายร้อนรับสงกรานต์ ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ

มาร์โค รูบิโอ ส่งสารอวยพรวันสงกรานต์ ย้ำมิตรภาพสหรัฐ-ไทยแน่นปึ้ก

ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี

รัก8ปีสุกงอม มิกซ์ ลูกชาย หม่ำ จ๊กมก คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน ครอบครัววงษ์คำเหลาพร้อมหน้ายินดี

นายกฯเยอรมนีฟาดเละ ไม่แปลกใจเจรจาสันติภาพล่ม ชี้เศรษฐกิจโลกพังต่ออีกนาน

หาดใหญ่ยังเหงา ไม่คึกคักเหมือนเคย ลิซ่า แท็กทีม สส. เยี่ยมเยือนชาวใต้ ส่วน วีระยุทธ-ไอซ์ ลุยอีสาน

  • Breaking News
  • สถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ แจ้งเตือนคนไทย เฝ้าระวังสูงสุด หลังแนวโน้มรุนแรงเพิ่ม สถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ แจ้งเตือนคนไทย เฝ้าระวังสูงสุด หลังแนวโน้มรุนแรงเพิ่ม
  • ข้าวแช่-ปลาแห้งแตงโม เมนูคลายร้อนรับสงกรานต์ ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ ข้าวแช่-ปลาแห้งแตงโม เมนูคลายร้อนรับสงกรานต์ ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ
  • มาร์โค รูบิโอ ส่งสารอวยพรวันสงกรานต์ ย้ำมิตรภาพสหรัฐ-ไทยแน่นปึ้ก มาร์โค รูบิโอ ส่งสารอวยพรวันสงกรานต์ ย้ำมิตรภาพสหรัฐ-ไทยแน่นปึ้ก
  • ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี
  • บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

12 เม.ย. 2569

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

8 เม.ย. 2569

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

5 เม.ย. 2569

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

1 เม.ย. 2569

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

29 มี.ค. 2569

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

24 มี.ค. 2569

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

22 มี.ค. 2569

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

18 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved