วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก

ดูทั้งหมด

  •  

จะเป็นลักษณะ “การสืบสันดาน” มาจากบุพการี หรือเพราะการไม่รู้สี่รู้แปดส่วนตัวก็ไม่ทราบได้ ทำให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง โดยมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมทุกพรรคร่วมยืนด้านหลังในการแถลงข่าว

โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อย่างแรกด้วยความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม ตนเองขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่งขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจจะทำเพื่อประเทศตลอดมา ไม่ว่าบทสนทนานั้นที่เป็นคลิปเสียงออกไป ตนเองไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตัวเองเลย อยากบอกพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ตนเองยึดมั่นเสมอคือชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน ตนเองตั้งใจจริงๆ ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ คลิปนี้ก็เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ขอยืนยันเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ตั้งใจจะสื่อสารจริงๆ


แปลง่ายๆ ว่า ยอมรับคำวินิจฉัย แต่ไม่ยอมรับผิด?

1) องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยชัดเจนละเอียด ในสองประเด็นคือ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ กับละเมิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ประเด็นว่าผู้ถูกร้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) หรือไม่นั้น ศาลอ่านว่า

“...เมื่อผู้ถูกร้องมีโอกาสใช้ช่องทางการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ผู้ถูกร้องจึงเจรจากับสมเด็จฮุนเซนพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกร้องตอบรับข้อเสนอหรือความต้องการใดของสมเด็จฮุนเซน อีกทั้งการเจรจาดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดผลเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์ดำรงตำแหน่งของแม่ทัพภาคที่ 2 รวมทั้งไม่มีผลต่อการเปิดหรือปิดด่านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อันแสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกร้องมิได้ยินยอมตามข้อเสนออันเป็นการรักษาดุลแห่งผลประโยชน์แห่งชาติการจะถือว่าเป็นการไม่ซื่อสัตย์สุจริต จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

...ดังนั้น เมื่อผู้ถูกร้องยังคงมีเจตนายึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง เพื่อปกป้องเพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงหรือเกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อเอกราชอธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยและความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มิได้ยอมรับข้อเสนออันเป็นการบ่อนทำลายผลประโยชน์ประเทศชาติการเจรจาของผู้ร้องดังกล่าว เป็นการแสดงออกถึงความไม่นิ่งเฉยถึงปัญหา และเป็นการพยายามดำเนินการเพื่อช่วยธำรงรักษาผลประโยชน์ของชาติและมีเจตนาที่จะรักษาความสงบสุขของประชาชนในประเทศซึ่งเป็นหน้าที่ประการหนึ่งของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ การกระทำของผู้ถูกร้องยังไม่มีลักษณะเป็นผู้ไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์...”

2) ส่วนประเด็นว่า มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) หรือไม่นั้น

ศาลกำหนดบทบาท หน้าที่ ความสำนึก และความมีสติของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีไว้อย่างชัดเจนว่า

“...ผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารมีฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผู้ถูกร้องจึงเปรียบเสมือนบุคคลที่มี 2 สถานะอยู่ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง สถานะหนึ่ง ในสถานะประชาชนที่มีเสรีภาพในการกระทำภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ส่วนอีกสถานะหนึ่ง ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องถูกจำกัดเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคงของประเทศ

...รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารมีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศเหนือประโยชน์ส่วนตน การบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การบริหารราชการส่วนตัว ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและตัวแทนของประเทศไทยในการติดต่อกับนานาประเทศ มีหน้าที่และอำนาจกำหนดนโยบายการบริหารประเทศ และมีหน้าที่ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ อธิปไตยเหนือดินแดนรวมทั้งปกป้องศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจและบริหารงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน”

3) ศาลพิเคราะห์กรณีกล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝ่ายตรงข้าม และพูดเอาเท่ว่า “...พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ามีการแบ่งข้างเชิงความคิดด้านความมั่นคงของประเทศที่เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเกิดความไม่เป็นเอกภาพระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ถ้อยคำที่ผู้ถูกร้องกล่าววิญญูชนย่อมเข้าใจได้ว่าเป็นลักษณะการแสดงถึงความอ่อนแอทางการเมืองภายในประเทศให้กัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศคู่ขัดแย้งทราบและหากถูกเผยแพร่ออกไปถึงกัมพูชาจะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายกัมพูชานำข้อมูลดังกล่าวมาใช้แทรกแซงกิจการภายในประเทศได้...”

4) กรณีคุยกับฮุนเซน เพราะประสงค์จะใช้ช่องทางการเจรจาทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ควบคู่กันไป ศาลพิเคราะห์ว่า “...สำหรับการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการนั้น เห็นว่า ไม่ว่ากระทรวงการต่างประเทศจะกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีการเจรจาไว้หรือไม่ และไม่ว่าผู้ถูกร้องจะใช้เทคนิคการเจรจาแบบใดก็ตาม แต่เมื่อพูดถูกร้องสนทนากับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ของกรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่บัญญัติว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมาตรา 164 วรรคหนึ่ง (1) ที่บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความรอบคอบ และระมัดระวังในการดำเนินการกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม

นอกจากนั้น ยังต้องคำนึงถึงกรอบแห่งจริยธรรมด้วย “...หาใช่ว่าผู้ถูกร้องจะสามารถเจรจาได้อย่างอิสระเป็นไปตามอำเภอใจแต่อย่างใด...ทั้งกรณีผู้ถูกร้องเป็นการในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ ซึ่งผู้ถูกร้องทราบดีว่า สามารถเจรจาโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ร่วมบันทึกข้อมูลและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยร่วมด้วย แต่เมื่อผู้ถูกร้องเลือกใช้รูปแบบการเจรจาเช่นนี้ รวมทั้งเลือกเจรจาปัญหาส่วนรวมของประเทศกับสมเด็จฮุนเซน ซึ่งผู้ถูกร้องรู้จักกันมาก่อนเป็นการส่วนตัว ผู้ถูกร้องจึงยิ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง และต้องใช้ความรอบคอบและระมัดระวังในการเจรจาเพื่อรักษารักษาไว้ซึ่งของชาติมากยิ่งขึ้น”

5) ศาลชี้ถึงบทสนทนาระหว่างแพทองธารกับฮุนเซนอีกว่า “...การที่ผู้ถูกร้องใช้ถ้อยคำว่า “ให้ท่านฮุนเซน เห็นใจหลานหน่อยเพราะว่าตอนนี้คนในประเทศไทยเขาไล่เราไปเป็นนายกฯเขมรหมดแล้ว จริงๆ แล้วถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้จะโพสต์หรืออย่างไรก็ได้ให้ท่านฮุนเซน แนะนำก็ได้ เหมือนกับว่าเป็นการตกลงร่วมกันเพราะตอนนี้อิ๊งค์ กำลังโดนหนักมากเลย พร้อมค่ะ คือเราเปิดให้อยู่แล้ว พี่ฮวด แต่ต้องเป็นการบอกกล่าว บอกว่าเราตกลงร่วมกันเปิด เพราะไม่อย่างนั้นถ้าอิ๊งค์ยอมหมด อิ๊งค์ก็จะโดนเพราะว่าตอนนี้มันเลยเรื่องด่านแล้ว และถ้าฮุนเซน อยากได้อะไรก็ขอให้บอกจะได้คุยกันได้ตกลงกันได้ เพราะบางทีที่ท่านโพสต์เฟซบุ๊กออกมา ตอนนี้รัฐบาลสั่นคลอนที่สุดแล้วค่ะ ตั้งแต่อิ๊งค์ค์เป็นนายกมาก็เรื่องกัมพูชานี่แหละ ซึ่งอิ๊งค์ไม่ออกมาตอบโต้อะไรทั้งสิ้น เพราะอิ๊งค์ก็รักและเคารพท่าน เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วถ้าจะเอาอะไรจริงๆ ก็บอกอิ๊งค์ได้เลย ยกหูบอกก็ได้ อันไหนไม่เป็นข่าวก็ไม่เป็นข่าว จะไปคุยกับกลาโหมดูแล้วขอคอนเฟิร์มกลับมาเพราะเดี๋ยวจะคุยกับกองทัพก่อน แต่เดี๋ยวเราก็จะสั่งเลย แต่ว่าอิ๊งค์รอให้มัน ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่อยแจ้งกลับมาดีกว่า เพราะไม่อยากจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วบอกท่านก่อน แต่ว่าจริงๆ ก็จัดการได้ค่ะ”

...เห็นว่า ถ้อยคำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการขอให้สมเด็จฮุนเซน เห็นใจช่วยเหลือผู้ถูกร้องในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย -กัมพูชา เนื่องจากผู้ถูกร้องกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์การจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างหนักจากประชาชนในประเทศจนทำให้เสถียรภาพรัฐบาลของผู้ถูกร้องมีความสั่นคลอน”

และ... “นอกจากนี้ผู้ถูกร้องยังแสดงท่าทียอมตนหรือยอมจำนนล่วงหน้าให้สมเด็จฮุนเซน เสนอความต้องการของตนเองให้ผู้ถูกร้องทราบ และผู้ถูกร้องยินดีจะดำเนินการให้อย่างไม่มีเงื่อนไขหรือกำหนดขอบเขตการเจรจาต่อรองโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือรักษาจุดยืนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอาจจะนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ แต่กลับเปิดช่องให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถหยิบยื่นข้อเรียกร้องใดๆ ต่อฝ่ายไทยได้ตามความต้องการ”

6) ศาลยังชี้ว่า แพทองธารทราบดีว่า การเข้าร่วมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 ที่ประชุมมีมติให้กองทัพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาใช้อำนาจตามกฎหมายในการควบคุมจุดผ่านแดนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวนโยบายของรัฐบาล โดยพิจารณาจากความเบาไปหาหนักและเท่าที่จำเป็น ซึ่งต่อมาฝ่ายกองทัพได้มีคำสั่งควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา และการประชุมครั้งต่อมาก็ยังไม่มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อเปลี่ยนแปลงมติดังกล่าวแต่อย่างใด วันที่สนทนากับสมเด็จฮุนเซน นั้น ก็ยังไม่มีทีท่าจะลดระดับความรุนแรงลง ทั้งต่อมายังทราบผ่านการรายงานกองบัญชาการกองทัพไทย มีหนังสือด่วนที่สุด เสนอสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปราม เช่น การตัดกระแสไฟการระงับสัญญาณอินเตอร์เนตที่ส่งเข้าไปในพื้นที่ป้องกันและปราบปรามที่เป็นบ่อนการพนัน หรือสแกมเมอร์ และการควบคุมสินค้า ยุทโธปกรณ์ที่อาจนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติอื่น อีกทั้งมีเหตุการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่า การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ครั้งที่ 6 มิได้มีการหารือในประเด็นกัมพูชา นำพื้นที่ 4 สุด เข้าพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ และมิได้มีการหารือประเด็นแผนที่ตามที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างแต่อย่างใด ทั้งแพทองธารยังเบิกความเองว่า การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่ากัมพูชามาก เนื่องจากกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ต้องพึ่งพาไทย

7) ศาลจึงวินิจฉัยว่า “...การกระทำของผู้ถูกร้องที่มีวัตถุประสงค์เจรจาให้มีการเปิดด่านพร้อมกันกับกัมพูชาจึงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ และความประสงค์ของสมเด็จฮุนเซน มากกว่าประโยชน์ของความมั่นคงของชาติ” และ “...เพื่อการลดการวิพากษ์วิจารณ์การจัดการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ของผู้ถูกร้อง โดยผู้ถูกร้องมุ่งหวังถึงแต่เพียงการจะทำให้คะแนนนิยมในประเทศของผู้ถูกร้องดีขึ้น อันจะนำไปสู่การมีศักยภาพรัฐบาล ซึ่งเป็นประโยชน์ทางการเมืองของตนโดยไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในขณะนั้น อันเป็น
ผลประโยชน์ของชาติอันเป็นที่ตั้งแต่อย่างใด”

“...พฤติการณ์การถูกร้องของผู้ถูกร้องดังกล่าว เริ่มทำให้วิญญูชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยได้ว่า ผู้ถูกร้องจะยินยอมกระทำการตามฝ่ายกัมพูชา โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ เพราะเหตุที่ผู้ถูกร้องรู้จักกับสมเด็จฮุนเซน เป็นการส่วนตัว และจะดำเนินการในทางที่เอื้อประโยชน์กับฝ่ายกัมพูชา แม้ข้อเท็จจริงรับฟังตามการไต่สวนได้ว่า หลังจากวันที่ผู้ถูกร้องสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุนเซน แล้ว ในวันที่ 16 มิ.ย. 2568 ผู้ถูกร้องได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงชุดเล็ก ที่บ้านพิษณุโลก แจ้งการหารือกับสมเด็จฮุนเซน ให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทราบ แต่ก็ไม่ได้แจ้งรายละเอียดการสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ว่าได้พูดอะไรที่เป็นข้อพิพาทในคดีด้วย อาจเป็นการปกปิดเพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบเจตนาที่แท้จริงผู้ถูกร้องที่จะทำให้ผู้ถูกร้องได้รับความเสียหาย

... ดังนั้นการกระทำของผู้ถูกร้องที่ขอความเห็นใจจากสมเด็จฮุนเซน จึงไม่ใช่เทคนิคการเจรจา ตามที่ผู้ถูกร้องกล่าวอ้าง แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยขาดความรอบคอบ และระมัดระวัง ซึ่งตามวิสัยพฤติการณ์ของผู้ถูกร้อง ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรจะต้องมีวิจารณญาณในการเลือกกระทำการ โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

...โดยเมื่อผู้ถูกร้องมีประโยชน์ส่วนตัว คือ คะแนนนิยมและศักยภาพของรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ผู้ถูกร้องกลับไม่คำนึงถึง หรือยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง การกระทำดังกล่าวเป็นการลดทอน หรือทำให้เสียหายซึ่งเกียรติภูมิ หรือเกียรติของนายกรัฐมนตรี และประเทศไทย เพราะความนิยม ซึ่งหมายความว่า เกียรติที่ได้รับการยกย่องจากสังคมหรือนานาชาติ หรือการน่าเชื่อถือของประเทศชาติ อันเป็นสิ่งที่ประชาชนควรภาคภูมิใจ ขาดความภาคภูมิใจ และความไว้วางใจในนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำของประเทศอันมีลักษณะเป็นการไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติ และถือเอาประโยชน์ส่วนตัวเหนือกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม...”

ดังนั้น การกระทำของผู้ถูกร้อง จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง รัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

แต่แพทองธารก็ยังคงหลบเลี่ยงการยอมรับ และยังคงยืนยันสิ่งที่พูดกับศาลไปแล้ว ว่า ผิด

ชาตินี้ บุพการี ประชาชน สมาชิกพรรค หรือใคร จะสอนให้เธอ “สำนึกผิด” ได้บ้าง?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
08:28 น. นิด้าโพลชี้ เลือกตั้งใหม่ประชาชนไม่เอา 'สส.-พรรคการเมืองเดิม'
08:08 น. ดัชนีการเมืองไทยต่ำสุดในรอบ20เดือน สะท้อนปชช.'เครียดการเมือง-เงินในกระเป๋า'
07:42 น. 'เพื่อไทย'ส่ง'สรวงศ์' คุยปชน.ขอเสียงโหวต ’ชัยเกษม‘ นั่งนายกฯ
07:37 น. พยากรณ์อากาศ! ทั่วไทยมีฝนตก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมอีสานตอนบน
07:30 น. รถเครนพระราม2 ล้มฟาดกระบะยับ คนขับปลอดภัย
ดูทั้งหมด
'ทหารพิการขอทาน'ทำ'ฮุน เซน'เดือด! สั่งกวาดล้าง หวั่นทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
(คลิป) เกิดมาทำไม? 'เสรีกบในกะลา'ติดใบปลิวแซะ'แม่ทัพภาค2'
เพจดังเปิดข้อมูล! 'สมปอง'ครอบครองที่ดินเพียบ หลังมีข่าวยืมเงินอลงกต 13 ล้าน
บริษัทผู้ผลิต'กริพเพน'รับออเดอร์จากไทยเรียบร้อย 'ISP'ยันไม่จำเป็นต้องตรวจสอบซื้อขาย
(คลิป) ละครฉากใหญ่! 'ตระกูลฮุน' เมียฮุนมาเนต ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน
ดูทั้งหมด
มีนายกรัฐมนตรีใหม่ ประเทศไทยจะดีขึ้นหรือไม่
บุคคลแนวหน้า : 31 สิงหาคม 2568
ชีวิต คือการบริหารความเสี่ยง
‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก
คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ หาได้ยากในนักการเมืองไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อาจารย์ มธ.เปิด 8 ข้อสังเกต! ทางนิติศาสตร์ ต่อคดีแพทองธาร

โปรดเกล้าฯ 'อุดมพร เอกเอี่ยม' เป็น 'ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ'

'วันนอร์'ขึ้นเวทีประชาชาติ ประเมินการเมืองอยู่ 6 เดือนก่อนยุบสภาฯ-เลือกตั้งใหม่ ฝันได้ รมต. 2 เก้าอี้

'ปราชญ์ สามสี' ชี้ 'อุ๊งอิ๊งค์' พ้นนายกฯ เพราะความดันทุรัง ของ'ทักษิณ'ที่ดันสุดซอย

วอนหยุดแชร์ข่าวปลอม! ลูกสาวยืนยัน'เด๋อ ดอกสะเดา'แข็งแรงดี รอหมอคอนเฟิร์มออกจากรพ.

'กรมประชาสัมพันธ์'เคลียร์ชัด! หลังเจอ'ข่าวปลอม'ว่อนโลกโซเชียล ยืนยันไม่มีเหตุตามที่ปรากฏ

  • Breaking News
  • นิด้าโพลชี้ เลือกตั้งใหม่ประชาชนไม่เอา \'สส.-พรรคการเมืองเดิม\' นิด้าโพลชี้ เลือกตั้งใหม่ประชาชนไม่เอา 'สส.-พรรคการเมืองเดิม'
  • ดัชนีการเมืองไทยต่ำสุดในรอบ20เดือน สะท้อนปชช.\'เครียดการเมือง-เงินในกระเป๋า\' ดัชนีการเมืองไทยต่ำสุดในรอบ20เดือน สะท้อนปชช.'เครียดการเมือง-เงินในกระเป๋า'
  • \'เพื่อไทย\'ส่ง\'สรวงศ์\' คุยปชน.ขอเสียงโหวต ’ชัยเกษม‘ นั่งนายกฯ 'เพื่อไทย'ส่ง'สรวงศ์' คุยปชน.ขอเสียงโหวต ’ชัยเกษม‘ นั่งนายกฯ
  • พยากรณ์อากาศ! ทั่วไทยมีฝนตก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมอีสานตอนบน พยากรณ์อากาศ! ทั่วไทยมีฝนตก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมอีสานตอนบน
  • รถเครนพระราม2 ล้มฟาดกระบะยับ คนขับปลอดภัย รถเครนพระราม2 ล้มฟาดกระบะยับ คนขับปลอดภัย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก

‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก

31 ส.ค. 2568

‘บ้านหนองจาน’ สมรภูมิรบใหม่ ไทย-กัมพูชา

‘บ้านหนองจาน’ สมรภูมิรบใหม่ ไทย-กัมพูชา

27 ส.ค. 2568

ความกำแหงของ ‘ฮุนเซน’

ความกำแหงของ ‘ฮุนเซน’

24 ส.ค. 2568

‘ไทย-กัมพูชา’ กับสติปัญญาของรัฐบาล

‘ไทย-กัมพูชา’ กับสติปัญญาของรัฐบาล

20 ส.ค. 2568

เมื่อมีหมานำราชสีห์ และมีหมาเห่ารบกวน วิธีลดช่องว่างระหว่างคนจน-คนรวย

เมื่อมีหมานำราชสีห์ และมีหมาเห่ารบกวน วิธีลดช่องว่างระหว่างคนจน-คนรวย

17 ส.ค. 2568

‘เขากระโดง’ ระเบิดที่พรรคเพื่อไทยกดปุ่ม

‘เขากระโดง’ ระเบิดที่พรรคเพื่อไทยกดปุ่ม

13 ส.ค. 2568

‘ปนัดดา-มาลี’ สิ่งที่ผู้นำไทยกำลัง ‘หลงทาง’

‘ปนัดดา-มาลี’ สิ่งที่ผู้นำไทยกำลัง ‘หลงทาง’

10 ส.ค. 2568

‘มนุษยธรรม’ ทะเล่อทะล่า

‘มนุษยธรรม’ ทะเล่อทะล่า

6 ส.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved