Logo วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

จะเป็นลักษณะ “การสืบสันดาน” มาจากบุพการี หรือเพราะการไม่รู้สี่รู้แปดส่วนตัวก็ไม่ทราบได้ ทำให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง โดยมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมทุกพรรคร่วมยืนด้านหลังในการแถลงข่าว

โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อย่างแรกด้วยความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม ตนเองขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่งขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจจะทำเพื่อประเทศตลอดมา ไม่ว่าบทสนทนานั้นที่เป็นคลิปเสียงออกไป ตนเองไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตัวเองเลย อยากบอกพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ตนเองยึดมั่นเสมอคือชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน ตนเองตั้งใจจริงๆ ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ คลิปนี้ก็เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ขอยืนยันเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ตั้งใจจะสื่อสารจริงๆ


แปลง่ายๆ ว่า ยอมรับคำวินิจฉัย แต่ไม่ยอมรับผิด?

1) องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยชัดเจนละเอียด ในสองประเด็นคือ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ กับละเมิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ประเด็นว่าผู้ถูกร้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) หรือไม่นั้น ศาลอ่านว่า

“...เมื่อผู้ถูกร้องมีโอกาสใช้ช่องทางการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ผู้ถูกร้องจึงเจรจากับสมเด็จฮุนเซนพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกร้องตอบรับข้อเสนอหรือความต้องการใดของสมเด็จฮุนเซน อีกทั้งการเจรจาดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดผลเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์ดำรงตำแหน่งของแม่ทัพภาคที่ 2 รวมทั้งไม่มีผลต่อการเปิดหรือปิดด่านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อันแสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกร้องมิได้ยินยอมตามข้อเสนออันเป็นการรักษาดุลแห่งผลประโยชน์แห่งชาติการจะถือว่าเป็นการไม่ซื่อสัตย์สุจริต จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

...ดังนั้น เมื่อผู้ถูกร้องยังคงมีเจตนายึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง เพื่อปกป้องเพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงหรือเกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อเอกราชอธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยและความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มิได้ยอมรับข้อเสนออันเป็นการบ่อนทำลายผลประโยชน์ประเทศชาติการเจรจาของผู้ร้องดังกล่าว เป็นการแสดงออกถึงความไม่นิ่งเฉยถึงปัญหา และเป็นการพยายามดำเนินการเพื่อช่วยธำรงรักษาผลประโยชน์ของชาติและมีเจตนาที่จะรักษาความสงบสุขของประชาชนในประเทศซึ่งเป็นหน้าที่ประการหนึ่งของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ การกระทำของผู้ถูกร้องยังไม่มีลักษณะเป็นผู้ไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์...”

2) ส่วนประเด็นว่า มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) หรือไม่นั้น

ศาลกำหนดบทบาท หน้าที่ ความสำนึก และความมีสติของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีไว้อย่างชัดเจนว่า

“...ผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารมีฐานะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ผู้ถูกร้องจึงเปรียบเสมือนบุคคลที่มี 2 สถานะอยู่ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง สถานะหนึ่ง ในสถานะประชาชนที่มีเสรีภาพในการกระทำภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ส่วนอีกสถานะหนึ่ง ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องถูกจำกัดเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคงของประเทศ

...รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารมีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศเหนือประโยชน์ส่วนตน การบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การบริหารราชการส่วนตัว ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและตัวแทนของประเทศไทยในการติดต่อกับนานาประเทศ มีหน้าที่และอำนาจกำหนดนโยบายการบริหารประเทศ และมีหน้าที่ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ อธิปไตยเหนือดินแดนรวมทั้งปกป้องศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจและบริหารงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน”

3) ศาลพิเคราะห์กรณีกล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝ่ายตรงข้าม และพูดเอาเท่ว่า “...พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ามีการแบ่งข้างเชิงความคิดด้านความมั่นคงของประเทศที่เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเกิดความไม่เป็นเอกภาพระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ถ้อยคำที่ผู้ถูกร้องกล่าววิญญูชนย่อมเข้าใจได้ว่าเป็นลักษณะการแสดงถึงความอ่อนแอทางการเมืองภายในประเทศให้กัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศคู่ขัดแย้งทราบและหากถูกเผยแพร่ออกไปถึงกัมพูชาจะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายกัมพูชานำข้อมูลดังกล่าวมาใช้แทรกแซงกิจการภายในประเทศได้...”

4) กรณีคุยกับฮุนเซน เพราะประสงค์จะใช้ช่องทางการเจรจาทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ควบคู่กันไป ศาลพิเคราะห์ว่า “...สำหรับการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการนั้น เห็นว่า ไม่ว่ากระทรวงการต่างประเทศจะกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีการเจรจาไว้หรือไม่ และไม่ว่าผู้ถูกร้องจะใช้เทคนิคการเจรจาแบบใดก็ตาม แต่เมื่อพูดถูกร้องสนทนากับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ของกรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่บัญญัติว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมาตรา 164 วรรคหนึ่ง (1) ที่บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจด้วยความรอบคอบ และระมัดระวังในการดำเนินการกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม

นอกจากนั้น ยังต้องคำนึงถึงกรอบแห่งจริยธรรมด้วย “...หาใช่ว่าผู้ถูกร้องจะสามารถเจรจาได้อย่างอิสระเป็นไปตามอำเภอใจแต่อย่างใด...ทั้งกรณีผู้ถูกร้องเป็นการในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ ซึ่งผู้ถูกร้องทราบดีว่า สามารถเจรจาโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ร่วมบันทึกข้อมูลและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยร่วมด้วย แต่เมื่อผู้ถูกร้องเลือกใช้รูปแบบการเจรจาเช่นนี้ รวมทั้งเลือกเจรจาปัญหาส่วนรวมของประเทศกับสมเด็จฮุนเซน ซึ่งผู้ถูกร้องรู้จักกันมาก่อนเป็นการส่วนตัว ผู้ถูกร้องจึงยิ่งต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง และต้องใช้ความรอบคอบและระมัดระวังในการเจรจาเพื่อรักษารักษาไว้ซึ่งของชาติมากยิ่งขึ้น”

5) ศาลชี้ถึงบทสนทนาระหว่างแพทองธารกับฮุนเซนอีกว่า “...การที่ผู้ถูกร้องใช้ถ้อยคำว่า “ให้ท่านฮุนเซน เห็นใจหลานหน่อยเพราะว่าตอนนี้คนในประเทศไทยเขาไล่เราไปเป็นนายกฯเขมรหมดแล้ว จริงๆ แล้วถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้จะโพสต์หรืออย่างไรก็ได้ให้ท่านฮุนเซน แนะนำก็ได้ เหมือนกับว่าเป็นการตกลงร่วมกันเพราะตอนนี้อิ๊งค์ กำลังโดนหนักมากเลย พร้อมค่ะ คือเราเปิดให้อยู่แล้ว พี่ฮวด แต่ต้องเป็นการบอกกล่าว บอกว่าเราตกลงร่วมกันเปิด เพราะไม่อย่างนั้นถ้าอิ๊งค์ยอมหมด อิ๊งค์ก็จะโดนเพราะว่าตอนนี้มันเลยเรื่องด่านแล้ว และถ้าฮุนเซน อยากได้อะไรก็ขอให้บอกจะได้คุยกันได้ตกลงกันได้ เพราะบางทีที่ท่านโพสต์เฟซบุ๊กออกมา ตอนนี้รัฐบาลสั่นคลอนที่สุดแล้วค่ะ ตั้งแต่อิ๊งค์ค์เป็นนายกมาก็เรื่องกัมพูชานี่แหละ ซึ่งอิ๊งค์ไม่ออกมาตอบโต้อะไรทั้งสิ้น เพราะอิ๊งค์ก็รักและเคารพท่าน เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วถ้าจะเอาอะไรจริงๆ ก็บอกอิ๊งค์ได้เลย ยกหูบอกก็ได้ อันไหนไม่เป็นข่าวก็ไม่เป็นข่าว จะไปคุยกับกลาโหมดูแล้วขอคอนเฟิร์มกลับมาเพราะเดี๋ยวจะคุยกับกองทัพก่อน แต่เดี๋ยวเราก็จะสั่งเลย แต่ว่าอิ๊งค์รอให้มัน ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่อยแจ้งกลับมาดีกว่า เพราะไม่อยากจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วบอกท่านก่อน แต่ว่าจริงๆ ก็จัดการได้ค่ะ”

...เห็นว่า ถ้อยคำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการขอให้สมเด็จฮุนเซน เห็นใจช่วยเหลือผู้ถูกร้องในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย -กัมพูชา เนื่องจากผู้ถูกร้องกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์การจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างหนักจากประชาชนในประเทศจนทำให้เสถียรภาพรัฐบาลของผู้ถูกร้องมีความสั่นคลอน”

และ... “นอกจากนี้ผู้ถูกร้องยังแสดงท่าทียอมตนหรือยอมจำนนล่วงหน้าให้สมเด็จฮุนเซน เสนอความต้องการของตนเองให้ผู้ถูกร้องทราบ และผู้ถูกร้องยินดีจะดำเนินการให้อย่างไม่มีเงื่อนไขหรือกำหนดขอบเขตการเจรจาต่อรองโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือรักษาจุดยืนเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอาจจะนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศ แต่กลับเปิดช่องให้ฝ่ายกัมพูชาสามารถหยิบยื่นข้อเรียกร้องใดๆ ต่อฝ่ายไทยได้ตามความต้องการ”

6) ศาลยังชี้ว่า แพทองธารทราบดีว่า การเข้าร่วมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 ที่ประชุมมีมติให้กองทัพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาใช้อำนาจตามกฎหมายในการควบคุมจุดผ่านแดนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวนโยบายของรัฐบาล โดยพิจารณาจากความเบาไปหาหนักและเท่าที่จำเป็น ซึ่งต่อมาฝ่ายกองทัพได้มีคำสั่งควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา และการประชุมครั้งต่อมาก็ยังไม่มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อเปลี่ยนแปลงมติดังกล่าวแต่อย่างใด วันที่สนทนากับสมเด็จฮุนเซน นั้น ก็ยังไม่มีทีท่าจะลดระดับความรุนแรงลง ทั้งต่อมายังทราบผ่านการรายงานกองบัญชาการกองทัพไทย มีหนังสือด่วนที่สุด เสนอสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปราม เช่น การตัดกระแสไฟการระงับสัญญาณอินเตอร์เนตที่ส่งเข้าไปในพื้นที่ป้องกันและปราบปรามที่เป็นบ่อนการพนัน หรือสแกมเมอร์ และการควบคุมสินค้า ยุทโธปกรณ์ที่อาจนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมข้ามชาติอื่น อีกทั้งมีเหตุการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่า การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ครั้งที่ 6 มิได้มีการหารือในประเด็นกัมพูชา นำพื้นที่ 4 สุด เข้าพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ และมิได้มีการหารือประเด็นแผนที่ตามที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างแต่อย่างใด ทั้งแพทองธารยังเบิกความเองว่า การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยกว่ากัมพูชามาก เนื่องจากกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ต้องพึ่งพาไทย

7) ศาลจึงวินิจฉัยว่า “...การกระทำของผู้ถูกร้องที่มีวัตถุประสงค์เจรจาให้มีการเปิดด่านพร้อมกันกับกัมพูชาจึงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ และความประสงค์ของสมเด็จฮุนเซน มากกว่าประโยชน์ของความมั่นคงของชาติ” และ “...เพื่อการลดการวิพากษ์วิจารณ์การจัดการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ของผู้ถูกร้อง โดยผู้ถูกร้องมุ่งหวังถึงแต่เพียงการจะทำให้คะแนนนิยมในประเทศของผู้ถูกร้องดีขึ้น อันจะนำไปสู่การมีศักยภาพรัฐบาล ซึ่งเป็นประโยชน์ทางการเมืองของตนโดยไม่ได้คำนึงถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในขณะนั้น อันเป็น
ผลประโยชน์ของชาติอันเป็นที่ตั้งแต่อย่างใด”

“...พฤติการณ์การถูกร้องของผู้ถูกร้องดังกล่าว เริ่มทำให้วิญญูชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยได้ว่า ผู้ถูกร้องจะยินยอมกระทำการตามฝ่ายกัมพูชา โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ เพราะเหตุที่ผู้ถูกร้องรู้จักกับสมเด็จฮุนเซน เป็นการส่วนตัว และจะดำเนินการในทางที่เอื้อประโยชน์กับฝ่ายกัมพูชา แม้ข้อเท็จจริงรับฟังตามการไต่สวนได้ว่า หลังจากวันที่ผู้ถูกร้องสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุนเซน แล้ว ในวันที่ 16 มิ.ย. 2568 ผู้ถูกร้องได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงชุดเล็ก ที่บ้านพิษณุโลก แจ้งการหารือกับสมเด็จฮุนเซน ให้กับผู้เข้าร่วมประชุมทราบ แต่ก็ไม่ได้แจ้งรายละเอียดการสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ว่าได้พูดอะไรที่เป็นข้อพิพาทในคดีด้วย อาจเป็นการปกปิดเพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบเจตนาที่แท้จริงผู้ถูกร้องที่จะทำให้ผู้ถูกร้องได้รับความเสียหาย

... ดังนั้นการกระทำของผู้ถูกร้องที่ขอความเห็นใจจากสมเด็จฮุนเซน จึงไม่ใช่เทคนิคการเจรจา ตามที่ผู้ถูกร้องกล่าวอ้าง แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยขาดความรอบคอบ และระมัดระวัง ซึ่งตามวิสัยพฤติการณ์ของผู้ถูกร้อง ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควรจะต้องมีวิจารณญาณในการเลือกกระทำการ โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

...โดยเมื่อผู้ถูกร้องมีประโยชน์ส่วนตัว คือ คะแนนนิยมและศักยภาพของรัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ผู้ถูกร้องกลับไม่คำนึงถึง หรือยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง การกระทำดังกล่าวเป็นการลดทอน หรือทำให้เสียหายซึ่งเกียรติภูมิ หรือเกียรติของนายกรัฐมนตรี และประเทศไทย เพราะความนิยม ซึ่งหมายความว่า เกียรติที่ได้รับการยกย่องจากสังคมหรือนานาชาติ หรือการน่าเชื่อถือของประเทศชาติ อันเป็นสิ่งที่ประชาชนควรภาคภูมิใจ ขาดความภาคภูมิใจ และความไว้วางใจในนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำของประเทศอันมีลักษณะเป็นการไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติ และถือเอาประโยชน์ส่วนตัวเหนือกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม...”

ดังนั้น การกระทำของผู้ถูกร้อง จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง รัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

แต่แพทองธารก็ยังคงหลบเลี่ยงการยอมรับ และยังคงยืนยันสิ่งที่พูดกับศาลไปแล้ว ว่า ผิด

ชาตินี้ บุพการี ประชาชน สมาชิกพรรค หรือใคร จะสอนให้เธอ “สำนึกผิด” ได้บ้าง?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:51 น. โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
21:50 น. เงินเข้าวันนี้ 20,000 บาท แบงก์กรุงเทพจ่ายพิเศษช่วยค่าครองชีพพนักงาน
21:31 น. คาเฟ่ดังสไตล์ทุ่งนา เมืองกาญจน์ ประกาศปิดถาวร 5 พ.ค.นี้
21:22 น. เลขาฯยูเอ็น ส่งสัญญาณอันตราย วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ บีบคั้นเศรษฐกิจโลก
21:16 น. สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป
ดูทั้งหมด
จ้างปีละเกือบล้าน ฟาร์มแกะมองโกเลียเปิดรับสมัครงาน กินอยู่ฟรี แต่ไม่รับคนโสด
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 26 เมษายน - 2 พฤษภาคม พ.ศ.2569
เพจดังประกาศปิดคอมเมนต์ ปู กนกวรรณ โผล่ตอบปมบทสัมภาษณ์ในอดีต
อุตุฯประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน...เช็กเลยจังหวัดไหนโดนบ้าง?
สีหศักดิ์ เปิดใจสื่อนอก พ้อสหรัฐฯ เมินช่วยไทยจากฤทธิ์สงคราม จ่อทบทวนสัมพันธ์ใหม่
ดูทั้งหมด
ทรัมป์กลายเป็นตัวตลกในสายตาชาวโลก
‘อุดมการณ์ของพรรคส้มคืออะไร’
‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ผู้อื้อฉาว
โครงการแลนด์บริดจ์….เจ้าปัญหา
ไอ้โม่ง?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เงินเข้าวันนี้ 20,000 บาท แบงก์กรุงเทพจ่ายพิเศษช่วยค่าครองชีพพนักงาน

คาเฟ่ดังสไตล์ทุ่งนา เมืองกาญจน์ ประกาศปิดถาวร 5 พ.ค.นี้

เลขาฯยูเอ็น ส่งสัญญาณอันตราย วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ บีบคั้นเศรษฐกิจโลก

สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป

โลกสยอง ศิลปินชาวมะกัน โชว์ผลงานล้ำ หุ่นยนต์สุนัขหัวมหาเศรษฐี ตีแผ่อนาคตมนุษย์

สสจ.โคราช ประกาศเตือนภัยผู้บริโภค พบเชื้อทำท้องร่วงปนเปื้อน ในน้ำดื่มตราอาโป

  • Breaking News
  • โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
  • เงินเข้าวันนี้ 20,000 บาท แบงก์กรุงเทพจ่ายพิเศษช่วยค่าครองชีพพนักงาน เงินเข้าวันนี้ 20,000 บาท แบงก์กรุงเทพจ่ายพิเศษช่วยค่าครองชีพพนักงาน
  • คาเฟ่ดังสไตล์ทุ่งนา เมืองกาญจน์ ประกาศปิดถาวร 5 พ.ค.นี้ คาเฟ่ดังสไตล์ทุ่งนา เมืองกาญจน์ ประกาศปิดถาวร 5 พ.ค.นี้
  • เลขาฯยูเอ็น ส่งสัญญาณอันตราย วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ บีบคั้นเศรษฐกิจโลก เลขาฯยูเอ็น ส่งสัญญาณอันตราย วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ บีบคั้นเศรษฐกิจโลก
  • สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ ขายทุเรียน

รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ ขายทุเรียน

29 เม.ย. 2569

ยกเลิก MOU44 แล้ว MOU43 ล่ะ?

ยกเลิก MOU44 แล้ว MOU43 ล่ะ?

26 เม.ย. 2569

Vat10% จะได้เห็นไหม...ไทยแลนด์

Vat10% จะได้เห็นไหม...ไทยแลนด์

22 เม.ย. 2569

เสรีโซลาร์ : หยุดยืนบังแดดประชาชน

เสรีโซลาร์ : หยุดยืนบังแดดประชาชน

19 เม.ย. 2569

คำถามถึง ‘มารยาท’ ของ ‘ศุภจี’ ?

คำถามถึง ‘มารยาท’ ของ ‘ศุภจี’ ?

15 เม.ย. 2569

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

12 เม.ย. 2569

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

8 เม.ย. 2569

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

5 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved