Logo วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
เสรีโซลาร์ : หยุดยืนบังแดดประชาชน

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ชูนโยบายที่น่าสนในนโยบายหนึ่ง นั่นคือนโยบาย “เสรีโซลาร์”

พรรครวมไทยสร้างชาติเคยเผยแพร่คลิปเสียงของนายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายนี้ว่า


“เพื่อปลดล็อกกฎหมายและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เปิดทางให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องขออนุญาตหลายระดับ ทั้งที่เป็นเพียงการใช้ชีวิตพื้นฐาน ซึ่งที่ผ่านมา คนไทยจำนวนมากต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

...พรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยัน จะนำกฎหมาย “โซลาร์เสรี” กลับมาผลักดันอีกครั้ง พร้อมต่อยอดการผลิตอุปกรณ์หลักของระบบโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มการเข้าถึง ควบคู่กับมาตรการสนับสนุนด้านการเงิน เพื่อให้ประชาชนลดต้นทุนการติดตั้งลงอย่างเป็นรูปธรรม

...ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะหลุดพ้นจากการพึ่งพานายทุนพลังงาน และก้าวสู่การเป็นเจ้าของพลังงานของตนเองอย่างแท้จริง”

1) เหตุที่ใช้คำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยัน จะนำกฎหมาย “โซลาร์เสรี” กลับมาผลักดันอีกครั้ง ก็เพราะกฎหมายฉบับนี้ เคยถูกกีดกันมาก่อน จนไม่อาจเดินหน้าได้

วันที่ 30 กันยายน 2568 ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้ยกร่างกฎหมายส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดเผยว่า หลังจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงานเพียงไม่กี่วันมีหนังสือจากเลขาธิการกฤษฎีกาถึงคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ก.ย.2568 ซึ่งมีสาระสำคัญ “ไม่เห็นชอบในการออกกฎหมายเสรีโซลาร์” โดยอ้างว่าหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถมีนโยบายออกเป็นประกาศได้อยู่แล้ว ไม่ต้องยกร่างเป็นพระราชบัญญัติ ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ผ่านอนุมัติหลักการจาก ครม.ชุดก่อนมาแล้ว และไม่เคยมีกฎหมายลักษณะส่งเสริมมาก่อน มีแต่กฎหมายให้อำนาจรัฐยืนบังแดดประชาชนเท่านั้น

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า ผมในฐานะผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้อ่านจดหมายของเลขาธิการกฤษฎีกาแล้ว “เสียดาย” กฤษฎีกาน่าจะทราบดีว่า การเปิดเสรีโซลาร์ได้ต้องตั้งเรื่องจากหลายหน่วยงานต่างสังกัดกันและมีกฎหมายเกี่ยวข้องกว่า 6 ฉบับ

1.พ.ร.บ.โรงงาน โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม

2.พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

3.พ.ร.บ.ผังเมือง โดย กรมโยธาธิการและผังเมือง

4.พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดย สำนักงานเขต/องค์การบริหารส่วนตำบล

5.พ.ร.บ.พัฒนาและส่งเสริมพลังงาน โดย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

6.ระเบียบของการไฟฟ้านครหลวง,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

“กฤษฎีกามีข้อเสนอแนะให้แต่ละหน่วยไปออกกฎหมายลูกปลดล็อกเปิดเสรีโซลาร์โดยที่ไม่ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ ผมถามจริงๆ ทำได้จริงเหรอ กี่ปีครับ หน่วยงานจะยอมหรือไม่ ประชาชนสามารถแปลงแสงอาทิตย์มาเป็นไฟฟ้าได้ฟรี รายได้และค่าธรรมเนียมต่างๆ ลดหายไป หน่วยงานต่างๆ จึงดึงเรื่องมาถึงวันนี้ เขาตั้งใจขวางทางครับ ถ้าเขาอยากทำ เขาทำได้ไปนานแล้ว

พ.ร.บ.เสรีโซลาร์ที่ผมร่างมีแค่ 32 มาตรา หากได้เข้าสภากฎหมายจะมีผลทันก่อนยุบสภา ส่วนอุปกรณ์โซลาร์ราคาประหยัดฝีมือคนไทยโดยกระทรวงพลังงานก็ผ่านการทดสอบด้านคุณภาพแล้วพร้อมผลิตได้ เสียดายมากถ้าไม่ได้ทำต่อ ผมอยากเห็นนายกฯอนุทินสานต่อนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยก็เคยหาเสียงไว้และให้ความสำคัญไว้เช่นกัน”

2) ถัดจากนั้นอีก 1 สัปดาห์ (8 ตุลาคม 2568) ดร.อรรถวิชช์ ก็ให้สัมภาษณ์สื่ออย่างละเอียด ว่า...

“ที่ผ่านมาร่างกฎหมายฉบับนี้โดนขัดขวางทุกรูปแบบ เพราะเป็นกฎหมายที่ขัดประโยชน์ของหลายกลุ่ม ซึ่งทำให้ภาคประชาชนเสียโอกาสที่จะได้เข้าถึงพลังงานไฟฟ้าราคาถูก และภาคอุตสาหกรรมเสียโอกาสที่จะได้พัฒนาธุรกิจจากการใช้พลังงานสะอาด”

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้ยกร่างกฎหมายมาหลายฉบับ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่โดนคณะกรรมการกฤษฎีกาตีตกกฎหมายทั้งฉบับ ด้วยข้อกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้องและตนสามารถชี้แจงโต้แย้งได้ทุกประเด็น โดยเฉพาะเรื่องความซ้ำซ้อนของกฎหมาย ซึ่งตนขอยืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ.โซลาร์เสรี ไม่มีความซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นๆ แต่อย่างใด เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นเพื่อ “ส่งเสริม” ให้มีการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ แต่กฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่คือการ “ควบคุม” หรือ ยืนบังแดดของประชาชน ทำให้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นไปด้วยความยุ่งยาก ซับซ้อน ทั้งยังต้องเสียค่าดำเนินการหลายหมื่นบาท ซึ่งกฎหมายลักษณะนี้มีถึง 6-7 ฉบับ พร้อมยืนยันว่า การแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่แต่ละฉบับไม่สามารถทำได้ จำเป็นต้องร่างกฎหมายใหม่ขึ้นมาเท่านั้น

ส่วนประเด็นเรื่องบทลงโทษนั้น ดร.อรรถวิชช์ชี้ว่าบทกำหนดโทษในร่าง พ.ร.บ.โซลาร์เสรี นั้น มีไว้สำหรับกรณีที่ผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ดำเนินการแก้ไขตามคำแนะนำเมื่อมีการตรวจสอบพบว่าการติดตั้งนั้นเป็นอันตรายหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นลักษณะธรรมดาของการตรากฎหมายทั่วไป

ดร.อรรถวิชช์กล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ.โซลาร์เสรีนี้ ยังเป็นกฎหมายที่จะเปลี่ยนวิธีคิดด้านการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย โดยประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้เอง ไม่ต้องรอความพร้อมของภาครัฐและเอกชนรายใหญ่

“ในอดีตความมั่นคงทางพลังงานจะมีฐานแนวคิด คือพลังงานต้องเหลือใช้ แม้ต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นก็ตาม อย่างเช่น ประเทศไทยเซ็นสัญญาผลิตและใช้ไฟฟ้า 50,000 เมกะวัตต์ แต่ในช่วงที่มีการใช้มากที่สุดก็ยังอยู่แค่ 30,000 เมกะวัตต์

แต่เทรนด์โลกในอนาคต ความมั่นคงทางพลังงานไม่เหมือนอดีตอีกต่อไป เพราะหลายประเทศมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดมาผลิตไฟฟ้า หากไม่ทำตามก็จะถูกกีดกันทางการค้า และต้องจ่ายภาษีนำเข้าแพงขึ้น

เพราะฉะนั้น แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan-PDP) จะต้องวางแผนในการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดภายในประเทศให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม และต้องทยอยเลิกการใช้พลังงานที่มาจากฟอสซิลและแหล่งต่างๆ เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้เป็นไปตามเทรนด์ของโลก ซึ่งหากดำเนินการตามนี้ และรอให้เอกชนเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดในการผลิตไฟฟ้า ก็จะเป็นการเสียโอกาสของประเทศและคนไทยไป

ดังนั้น พ.ร.บ.โซลาร์เสรี จึงจะเปิดกว้างในเรื่องนี้ให้กับทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเองได้ทันที โดยไม่ต้องรอผู้ผลิตไฟฟ้าจากภาคเอกชน ทั้งยังสามารถพัฒนาสู่ธุรกิจที่ตอบโจทย์ Green Energy 100% ได้ด้วย” ดร.อรรถวิชช์กล่าว

นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.โซลาร์เสรี ยังเป็นกฎหมายฉบับแรกที่พูดถึงเรื่องการทำลายแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ที่จะต้องมีการกำจัดอย่างถูกวิธี และยังเปิดทางให้กระทรวงพลังงานสามารถดำเนินการจัดหาอุปกรณ์สำหรับผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในราคาถูก เพื่อลดต้นทุนการติดตั้งให้กับประชาชนด้วย

ดร.อรรถวิชช์ ยังตั้งข้อสงสัยถึงจังหวะในการตีตกร่างกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งรัฐบาลชุดเก่าไม่มีอำนาจสั่งการใดได้แล้ว จึงต้องรอแนวทางของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อกับกฎหมายนี้ แต่ตนจะพยายามประสานให้มีการผลักดันกฎหมายเข้าสภาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ และย้ำว่าจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายนี้ต่อไปอย่างแน่นอน

3) หลังการเลือกตั้ง พรรครวมไทยสร้างชาติ มี สส.จากระบบบัญชีรายชื่อเพียง 2 คน คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับนายชัชวาลล์ คงอุดม

ต่อมานายพีระพันธุ์ ประกาศลาออกจากการเป็น สส. ส่งผลให้มีการเลื่อนผู้ที่อยู่ลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อคือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ขึ้นมาเป็น สส.แทน

4) เมื่อได้เป็น สส. ดร.อรรถวิชช์ ก็รีบสานต่อความตั้งใจเดิมเรื่อง “เสรีโซลาร์” ทันที

วันที่ 25 มีนาคม 2569 สื่อรายงานว่า ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้ายื่นเสนอร่างกฎหมายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน 2 ฉบับ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังสามารถรวบรวมรายชื่อ สส. สนับสนุนได้ครบอย่างน้อย 20 คน ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า แม้พรรครวมไทยสร้างชาติจะมี สส. เพียง 2 คน แต่ได้เดินหน้าผลักดันกฎหมายทั้งสองฉบับอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนจนสามารถยื่นเข้าสู่สภาฯ ได้สำเร็จ

สำหรับร่างกฎหมายฉบับแรก คือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ “กฎหมายเสรีโซลาร์” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย มีเป้าหมายปลดล็อกข้อจำกัดในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยเสนอให้ยกเลิกขั้นตอนการขออนุญาตจาก 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ราชการส่วนท้องถิ่น (สำนักงานเขต เทศบาล อบต.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยจะปรับเป็นระบบ “แจ้งครั้งเดียวจบ” ผ่านช่องทางออนไลน์ และกำหนดให้มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้สะดวกมากขึ้น

ส่วนร่างกฎหมายฉบับที่สอง คือ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับแก้ไข) หรือ “กฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโร” มุ่งแก้ปัญหาการ “แช่แข็ง” ลูกหนี้ในระบบ โดยเสนอให้ผู้ที่ชำระหนี้ครบและปิดบัญชีแล้ว สามารถลบประวัติได้ทันที พร้อมห้ามสถาบันการเงินนำข้อมูลเดิมไปเผยแพร่ต่อ นอกจากนี้ ยังเสนอปรับรูปแบบการแสดงข้อมูลเครดิตเป็นระบบคะแนน (Credit Scoring) แทนการเปิดเผยประวัติทั้งหมด ไม่นำข้อมูลหนี้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มาคำนวณ และเปิดให้ประชาชนตรวจสอบคะแนนเครดิตของตนเองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่ออย่างเป็นธรรม

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวย้ำว่า ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับมีเป้าหมายสำคัญในการลดอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง ทั้งด้านต้นทุนพลังงานและโอกาสทางการเงิน พร้อมผลักดันให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

สรุป : ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น ต้องติดตามกันว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เคยเชื่อกฤษฎีกา วางเฉยต่อกฎหมายเสรีโซลาร์มาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้จะเปลี่ยนท่าทีหรือไม่ เหนือสิ่งอื่นใด ต้องขอบคุณในความมุ่งมั่นของ ดร.อรรถวิชช์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นอย่างยิ่ง

สู้เข้าไปอย่าได้ถอย !!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:01 น. นาทีชีวิต! ลุงวัย 63 ปี ก้มล้างถัง ลื่นหัวทิ่มปักลงไปในถังน้ำ เคราะห์ดีลูกเห็นทัน
21:34 น. คุมตัวคนส่งมอบปืน M4 หนุ่มจีน เจ้าของคลังแสง สารภาพเป็นผู้รับเงินโอนเข้าบัญชี
21:28 น. WHO ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา 6 ราย - ดับ 3 ราย ชี้โอกาสระบาดทั่วโลกต่ำ
21:05 น. ไอซ์ รักชนก ทะเลาะกับละคร โวย'สอดสร้อยมาลา' ด้อยค่าคณะราษฎร
20:58 น. นาโตสั่นคลอน นายกฯเยอรมนี ประกาศกร้าวต้องไปต่อ หลังหัก ทรัมป์ ปมช่วยรบอิหร่าน
ดูทั้งหมด
เฮลั่น เมย์ พิชญ์นาฏ ประกาศข่าวดีท้องแล้วเตรียมเป็นคุณแม่ป้ายแดง
แอฟ ทักษอร สุดภูมิใจ! น้องปีใหม่ คว้าเหรียญทองเวทีหุ่นยนต์ระดับโลก
หนุ่มเปิดใจอยากอ้วก! หมอดูชื่อดังภาคเหนือล่วงละเมิด เล่าเป็นฉากๆ ให้ถอดกกน. สวมบทนางเอก 'หนุ่ม คงกระพัน' ยอมรับตกใจ
เปิดคำพูดหยุดโลกของ หวัง อี้ หลัง อารักชี บุกถึงถิ่นล็อบบี้จีนปาดหน้า ทรัมป์
เปิดบ้านสวน ฮาย อาภาพร บรรยากาศดีจนแฟนๆ แห่ชื่นชม
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน15-จบ)
บุคคลแนวหน้า : 10 พฤษภาคม 2569
ใครปล่อย ‘ยิว’ ยึดเกาะพะงัน
การสังเกตพฤติกรรมและภาษากายสัตว์เลี้ยง เพื่อให้รู้ว่าเขากำลังเจ็บปวด (ตอนที่ 2)
ผ่อน 0% ให้เกิดประโยชน์ ใช้สินเชื่อสร้างชีวิต ไม่ใช่ทำร้ายชีวิต
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นาทีชีวิต! ลุงวัย 63 ปี ก้มล้างถัง ลื่นหัวทิ่มปักลงไปในถังน้ำ เคราะห์ดีลูกเห็นทัน

คุมตัวคนส่งมอบปืน M4 หนุ่มจีน เจ้าของคลังแสง สารภาพเป็นผู้รับเงินโอนเข้าบัญชี

WHO ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา 6 ราย - ดับ 3 ราย ชี้โอกาสระบาดทั่วโลกต่ำ

สีหศักดิ์ กังวลหนุ่มจีนซุกคลังแสง ขอดูผลการสอบสวน ก่อนหารือลดวีซ่าฟรีเหลือ 30 วัน

นาโตสั่นคลอน นายกฯเยอรมนี ประกาศกร้าวต้องไปต่อ หลังหัก ทรัมป์ ปมช่วยรบอิหร่าน

เรื่องที่ไม่มีใครเคยได้ฟัง ของ แดนนี่ ศรีภิญโญ ผ่านพี่ที่เป็นผู้ให้อย่าง ป๋ากิ๊ก-ติ๊ก กลิ่นสี

  • Breaking News
  • นาทีชีวิต! ลุงวัย 63 ปี ก้มล้างถัง ลื่นหัวทิ่มปักลงไปในถังน้ำ เคราะห์ดีลูกเห็นทัน นาทีชีวิต! ลุงวัย 63 ปี ก้มล้างถัง ลื่นหัวทิ่มปักลงไปในถังน้ำ เคราะห์ดีลูกเห็นทัน
  • คุมตัวคนส่งมอบปืน M4 หนุ่มจีน เจ้าของคลังแสง สารภาพเป็นผู้รับเงินโอนเข้าบัญชี คุมตัวคนส่งมอบปืน M4 หนุ่มจีน เจ้าของคลังแสง สารภาพเป็นผู้รับเงินโอนเข้าบัญชี
  • WHO ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา 6 ราย - ดับ 3 ราย ชี้โอกาสระบาดทั่วโลกต่ำ WHO ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา 6 ราย - ดับ 3 ราย ชี้โอกาสระบาดทั่วโลกต่ำ
  • ไอซ์ รักชนก ทะเลาะกับละคร โวย\'สอดสร้อยมาลา\' ด้อยค่าคณะราษฎร ไอซ์ รักชนก ทะเลาะกับละคร โวย'สอดสร้อยมาลา' ด้อยค่าคณะราษฎร
  • นาโตสั่นคลอน นายกฯเยอรมนี ประกาศกร้าวต้องไปต่อ หลังหัก ทรัมป์ ปมช่วยรบอิหร่าน นาโตสั่นคลอน นายกฯเยอรมนี ประกาศกร้าวต้องไปต่อ หลังหัก ทรัมป์ ปมช่วยรบอิหร่าน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ใครปล่อย ‘ยิว’ ยึดเกาะพะงัน

ใครปล่อย ‘ยิว’ ยึดเกาะพะงัน

10 พ.ค. 2569

‘แลนด์บริดจ์’ โครงการที่ต้อง ‘ชั่งน้ำหนัก’

‘แลนด์บริดจ์’ โครงการที่ต้อง ‘ชั่งน้ำหนัก’

6 พ.ค. 2569

ต้องทำทันที ที่ ‘ทักษิณ’ พ้นคุก

ต้องทำทันที ที่ ‘ทักษิณ’ พ้นคุก

3 พ.ค. 2569

รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ ขายทุเรียน

รัฐมนตรี ‘ศุภจี’ ขายทุเรียน

29 เม.ย. 2569

ยกเลิก MOU44 แล้ว MOU43 ล่ะ?

ยกเลิก MOU44 แล้ว MOU43 ล่ะ?

26 เม.ย. 2569

Vat10% จะได้เห็นไหม...ไทยแลนด์

Vat10% จะได้เห็นไหม...ไทยแลนด์

22 เม.ย. 2569

เสรีโซลาร์ : หยุดยืนบังแดดประชาชน

เสรีโซลาร์ : หยุดยืนบังแดดประชาชน

19 เม.ย. 2569

คำถามถึง ‘มารยาท’ ของ ‘ศุภจี’ ?

คำถามถึง ‘มารยาท’ ของ ‘ศุภจี’ ?

15 เม.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved